บทที่ 2 เรื่องบังเอิญ
สายตาฉันดันเผลอจ้องแววตาคมนิ่ง จนเขาหยุดเดินแล้วหันหน้าเข้ากระจกตรงๆ ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ควรทำตัวยังไงไม่ให้มีพิรุธ จึงได้แต่หยิบลิปสติกขึ้นมาทาที่เดิมซ้ำๆ
ร่างสูงกระตุกยิ้มแล้วสาวเท้าเข้ามาหน้ากระจก เปิดน้ำล้างมือตรงอ่างข้างๆเธอ
" เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆหรือเปล่าครับ "
เธอแลมองคนข้างๆก่อนจะพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปิดฝาลิปสติกแล้วเก็บเข้ากระเป๋าสะพาย " ไม่นี่คะ ฉันพึ่งเข้ามา "
" จริงเหรอ ผมว่าผมก็ไม่ได้ยั้งแรงเลยนะ คุณไม่ได้ยินเสียง... "
" หยุด! " เธอยกมือขึ้นห้าม ก่อนจะหันไปสบตากับเขาตรงๆ " เออ! ได้ยิน! แล้วไงอะ! ทำไมไม่ไปหาทำที่มันดีๆ โรงแรมแถวนี้ก็เยอะแยะ "
เรียวขาแกร่งเคลื่อนเข้ามาใกล้หญิงสาว ก้มลงมากระซิบชิดหน้าหวานด้วยเสียงเบาหวิว " ก็มันไม่เร้าใจ... " แถมก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องน้ำยังยักคิ้วเข้มๆปิดท้าย ทิ้งให้เธออ้าปากค้างกับคำตอบเจ้าของผับ
โรคจิต
" ทำไมมึงไปเข้าห้องน้ำนานอะ "
" คนมันเยอะ เลยไปเข้าด้านหลัง " จะบอกมันดีไหมว่าไปเจออีบาร์เทนเดอร์บ้ากามมา
บอกดีไหมนะ!?
บอกสิ! เรื่องแบบนี้มันต้องเมาท์!
" มึง " เกริ่นแค่นี้ เพื่อนสาวถึงกับหันมาจ้องหน้า วางแก้วเหล้าลงแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้
" เล่า!! "
อะแฮ่ม! โอเค ขอปรับท่านั่งนิดนึง
" เมื่อกี้ตอนกูไปเข้าห้องน้ำอะ...กูเห็น " ขมิ้นอ้าปากจ้องหน้า สายตาจดจ่ออยู่แต่ริมฝีปากเพื่อนว่าจะพูดอะไร
" กูเห็นบาร์เทนเดอร์สุดหล่อมึงอะ "
" กรี๊ดๆๆ หล่อไหมมึงงงงง " มึงเบี่ยงประเด็นไปไกลมากเพื่อน " แล้วไงต่อออออ "
" กูเจอนางเดินออกมาจากห้องน้ำกับผู้หญิง "
" ...... "
" เขาเข้าไปอะจึ๊กดึ๊กดึ๋ยกับผู้หญิงในห้องน้ำเว้ย " อ้าปากค้างไปเลยสิเพื่อนกู อย่างงี้มันต้องซ้ำ!
" เสียงนี่คมชัดระดับ HD กูนี่ขนลุกไปหมด "
" ว้าย! จริงเหรอ! แล้วมึงเห็นหรือเปล่า ว่าเขาทำท่าอะไรกันบ้าง " แล้วมันก็ทำจริตยกมือขึ้นปิดปาก
" บ้าาาาา! จะไปเห็นได้ยังไงกันเล่า กูแอบฟังอยู่ข้างน๊อกกกกก " แสร้งยกมือมาปัดผมทัดหู
" อะจริงรึ~ "
" อะจริงสิ! "
" อะแน่รึ~ "
" ก็แน่สิ! "
พ่ามพ๊าม!
" มึงอ่าาาา ทำไมไม่โทรเรียกกู กูอยากเห็นเขาตอนเหงื่อออก "
" ลามกนะมึงเนี่ย " แล้วก็หัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน จนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง ขมิ้นเริ่มเต้นท่าแปลกๆ แสดงมันเริ่มประคองสติตัวเองไม่อยู่แล้ว
" ป่ะมึง...กลับได้แล้ว มึงเมาแล้วเพื่อน " มันพยักหน้าแล้วเราก็เรียกพนักงานเช็คบิล หอบหิ้วเบียดเสียดกันออกมาสองคน นี่ผับหรืออะไร คนยั้วเยี้ยมาก
โอ๊ย! นี่เหนื่อยกับคนเมามากนะ! มึงอย่าพึ่งทิ้งตั๊วววววว ยังดีที่มันตัวเล็กกว่าเลยประคองง่าย ใจจริงอยากยกมันพาดบ่า แต่ก็กลัวฝูงชนจะตกใจ
" มีอะไรให้ช่วยไหมครับ " ฉันหยุดเดินพร้อมเอี้ยวหน้ามองข้างหลัง เพราะหันทั้งตัวไม่ได้ มือติดอยู่กับเอวคนเมาอยู่
อีบาร์เทนเดอร์โรคจิต!
" ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไร " ฉันรีบเดินไม่อยากสนทนาด้วย แต่นางก็ยังก้าวขายาวๆมาดักหน้า!
" ผมก็กำลังจะกลับพอดี ให้ผมช่วยไหม "
" บอกว่าไม่! " ฉันประคองเพื่อนเดินหลบซ้ายเขาก็ยังมีหน้าเขยิบซ้าย!
ฉันเปลี่ยนเส้นทางเดินหลบขวา คนหน้าด้านก็เขยิบมาขวางทาง!
" หลบ! " แล้วกูก็หนักด้วย!
" คุณก็ดูเหมือนจะดื่มไปไม่น้อยนะ ขับรถกลับไหวแน่เหรอครับ โดนเป่ามารับรอง...ไม่รอด "
" เรียกแท็กซี่ดึกๆแบบนี้ไม่ปลอดภัยกับผู้หญิงสวยๆหรอกนะครับ " กูที่กำลังจะอ้าปากเถียงเป็นต้องกลืนคำว่าแท็กซี่ลงไป
" ตอนนี้ฉันหายเมาแล้ว ขับรถได้ หลบ!! " แล้วนางเบะปากพยักหน้า เอามือพ่ายหลังแล้วหลีกทางให้
แล้วทำไมไม่หลบตั้งแต่ทีแรกวะ แม่ง
" กวนตีน "
แล้วก็ฮึบแรงอีกเฮือกประคองเพื่อนสาวมาถึงลานจอดรถ เปิดประตูดันนางเข้าไป แล้วรีบประจำตำแหน่งคนขับพร้อมปาดเหงื่อ
หญิงสาวขับรถออกจากผับหรู หารู้ไม่ว่าเขาขับรถตามเธอออกมาตลอดทั้งเส้นทาง พอรถคันหน้าเลี้ยวเข้าคอนโดที่พัก ปากหนาก็กระตุกยิ้มแล้วเลี้ยวตามเข้าไปด้านใน แล้วถอยเข้าช่องห่างจากเธอสองล็อค
รถหรูจอดสนิทแล้วดับเครื่องนั่งดูเธอประคองเพื่อนจนประตูลิฟต์ปิดลง ถึงสตาร์ทรถอีกรอบแล้วขับออกไปอย่างอารมณ์ดี
บังเอิญซะจริง...
" อ้าว! ตาดิน เมื่อคืนนี้กลับมานอนบ้านเหรอ เช้านี้ถึงลงมาทานข้าวกับแม่ได้ " คนเป็นแม่เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมป้าแม่บ้านที่เดินตามมาจัดแจงโต๊ะอาหารเช้า
" ครับ เมื่อวานพ่อโทรบอกว่ามีเรื่องให้ช่วย " พูดถึงพ่อ พ่อก็ลงมาพอดี ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน บิดาหัวโต๊ะจึงเริ่มบทสนทนาขึ้น
" ช่วงนี้ดินงานยุ่งหรือเปล่า "
" ไม่ครับ พ่อมีอะไรหรือเปล่า "
" พ่อจะฝากลูกความคนหนึ่งให้แกดูแล เป็นภรรยาเพื่อนพ่อเอง " ลูกชายพยักหน้าตอบรับ พลางคิดว่าท่านคงอยากเกษียณเต็มตัว แถมลูกความเป็นถึงเพื่อน คงไม่อยากไว้ใจใครให้ดูแลคดี
" แล้วเพื่อนพ่อเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ " บุคคลหัวโต๊ะวางช้อนข้าวต้ม ยกน้ำดื่มอุณหภูมิห้องขึ้นมาจิบแล้วเช็ดขอบปากเบาๆ
" เดี๋ยวทานเสร็จ ตามไปคุยกับพ่อต่อที่ห้องทำงานนะ รบกวนคุณภรรยาชงกาแฟให้สักแก้วด้วยนะครับ " แจ้งแก่ลูกชายซ้ายมือเสร็จ ก็หันไปออเดอร์กาแฟกับภรรยาสุดที่รักที่นั่งขวามือแล้วลุกออกไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูไม้สีน้ำตาลเข้มถูกเปิดเข้ามาพร้อมลูกชายที่ทำอาชีพตามรอยพ่อ ร่างสูงเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับบิดา ที่มีเอกสารลูกความวางอยู่บนโต๊ะ
พ่อบอกว่าพ่อเป็นทนายประจำตระกูลของลุงไผ่ที่เป็นเพื่อนพ่อตั้งแต่สมัยเรียน แต่ปัจจุบันท่านเสียชีวิตไปแล้ว " อ้าว! แล้วใครโทรหาพ่อ "
" ภรรยาคนที่สองของเขา เห็นว่าพ่อเป็นทนายที่สามีไว้ใจ เลยขอให้เราช่วย " ผมหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาอ่านคร่าวๆ ดูแล้วเป็นครอบครัวที่เรียกว่าเศรษฐีได้เลยนะเนี่ย ทรัพย์สมบัติมหาศาล เป็นเสือนอนกินทั้งชาติก็ไม่หมด
" แล้วภรรยาคนแรกล่ะครับ "
" ตั้งแต่เลิกกัน เธอก็ออกจากบ้านไปไม่ติดต่อมาอีกเลย "
" แล้วเขาให้เราช่วยอะไรครับ "
" มีขโมยขึ้นบ้าน ของที่ขโมยได้ไปคือบรรดาเครื่องเพชรและโฉนดที่ดิน " คิ้วหนาขมวดปม นั่งกอดอก สบตากับคนเป็นพ่อ
" แสดงว่าขโมยเป็นคนในครอบครัวเหรอครับ แล้วชื่อในโฉนดเป็นชื่อใคร "
" ชื่อในโฉนดยังเป็นของไผ่ " แล้วพ่อก็อธิบายเพิ่มถึงรายละเอียดครอบครัวของเพื่อน
ชื่อในโฉนดยังเป็นของลุงไผ่ ลุงไผ่จดทะเบียนสมรสกับภรรยาคนแรกยังไม่ได้หย่า ปัจจุบันคนที่อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนั้นคือภรรยาคนที่สองที่ไม่ได้จดทะเบียนและลูกสาวของเธอ
มีเมียเยอะนี่ซับซ้อนจังวะ
" ผมอยากเข้าไปคุยกับภรรยาเพื่อนพ่อครับ เธออยู่ที่ไหน "
" เชียงใหม่ "
