บทที่ 9 คนกลาง
ร่างสูงยังคงจ้องสายที่โทรเข้ามาไม่หยุด จะเอาอะไรกับเขาอีกวะ!? ผู้หญิงสวยๆน่ะเขาชอบ แต่มันน่ารำคาญเมื่อรู้ว่าผู้หญิงพวกนั้นเริ่มทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ คนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เขาถอนหายใจก่อนจะกดรับสายเพียงเพราะว่ายังต้องติดต่อกันเรื่องงาน
" ครับคุณลูกบัว "
( พี่ดินใกล้ถึงรึยังคะ ) อีกตั้งสองชั่วโมงจะให้ไปหุงข้าวช่วยหรือไงครับ
" ยังครับ ผมกำลังเตรียมตัว " ที่จริงไม่ต้องเตรียมอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่รอเวลาพร้อมออก
( คือจะโทรมาบอกว่า วันนี้พี่สาวที่เคยเล่าให้ฟังอ่ะค่ะ มันกลับมาที่บ้าน ถ้ามันพูดอะไรอย่าไปเชื่อมันนะคะ มันเป็นคนชอบโกหกปลิ้นปล้อน เป็นพวกรู้หน้าไม่รู้ใจ พี่ดินอย่าไปฟังมันเยอะนะคะ ) คนฟังส่ายหน้า หากเขาไม่เจอลูกจันทร์ก่อนหน้านี้คงปักใจเชื่อไปบ้าง สุดท้ายก็ตอบรับไปแบบส่งๆ แล้วขออนุญาตวางสาย
เหลือเวลาอีกพอสมควร พอคิดอะไรได้มือใหญ่ก็กดโทรศัพท์โทรออกอีกครั้ง รอไม่นานปลายสายก็รับ
(ว่าไงคุณ)
" ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ผมอยากคุยเรื่องโฉนดที่ดิน " คุยเรื่องที่โฉนดตอนนี้เนี่ยนะ!? แต่ก็ดี อะไรๆจะได้เสร็จไวๆ ฉันบอกว่าอยู่บ้าน ไม่นานรถคันเดิมก็มาจอดรอที่หน้าประตูรั้ว มาส่งครั้งเดียวจำทางแม่นเนอะ
" โทรมาปุบปับจังนะคุณเนี่ย " เขาหันไปมองร่างบางนั่งลงข้างๆแล้วคาดเบลล์ เขาจึงรีบขับออกไปหาร้านกาแฟใกล้ๆ เพื่อนั่งคุยเรื่องที่มันค้างคา
" ตอนนี้โฉนดใบนั้นอยู่ที่ไหนครับ " นั่งปุ๊บถามปั๊บ สั่งน้ำล้างคอก่อนไหมพี่
" อยู่ที่ฉันสิ แต่อยู่ที่คอนโดนะ กลับจากเชียงใหม่ครั้งนี้ฉันจะจัดการให้เสร็จสมบูรณ์ " ฉันจัดแน่! จะจัดชนิดที่ว่าสองแม่ลูกนั่นไม่มีที่ซุกหัวนอนเลยแหละ
" คุณ...ขอตังค์จ่ายค่ากาแฟหน่อย " มือหนาล้วงเอากระเป๋าเงินแล้วหยิบแบงค์ใหญ่วางบนมือขาว เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู พลางคิดว่าคงได้นั่งคุยกับเธอสักพักแล้วอาจจะเข้าไปบ้านนั่นพร้อมเธอเลย
พอฉันนั่งลงปุ๊บโทรศัพท์ก็เข้าปั๊บ นี่นึกว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจพันล้าน ฉันเลื่อนกาแฟส่งให้เขาแล้วกดรับสายขมิ้น
" ว่าไงมึง "
(มึงบินไปเชียงใหม่ยัง)
" กูอยู่เชียงใหม่แล้วเนี่ย มีไรป่าว " เสียงร้อนรนของคนปลายสายทำเพื่อนสนิทเป็นห่วง จนเธอต้องคาดเค้นให้ปริปากพูด
(คือมึงจำไอ่พี่ต้นปีสี่ที่มันตื้อกูได้ปะ) จำได้สิ! จำได้แม่นเลยล่ะ คนแบบนั้นอย่าเรียกว่าตื้อเลย ถ้าเรียกให้ถูกคือเหมือนพวกสตอล์กเกอร์บวกโรคจิตอะ แต่คราวนี้ขมิ้นโดนหนักตามติดถึงหน้าบ้าน
" แป๊บมึง เดี๋ยวกูช่วยจัดการ " ฉันเอียงโทรศัพท์ออก แล้วลองไปขอความช่วยเหลือจากพ่อทนายดู
ฉันเล่าเรื่องที่ขมิ้นโดนตามให้เขาฟัง เขาทำหน้าตกใจก่อนจะแนะนำเพื่อนที่เป็นตำรวจที่ไว้ใจได้ เขาส่งเบอร์ตำรวจคนนั้นมาให้ ฉันก็เลยเบอร์ส่งให้เพื่อนสนิทไปดีลกันเอง
" เพื่อนคุณไว้ใจแน่นะ "
" มันเป็นตำรวจนะครับ " ไว้ใจก็ได้ หวังให้ช่วยขมิ้นได้ก็พอ เรานั่งดื่มด่ำคุยกันไปกับบรรยากาศร้านกาแฟสักพักก็ย้ายกันไปบ้านใหญ่
ลูกบัวยืนระริกระรี้รอชายหนุ่มอยู่หน้าประตูบ้าน ในความมั่นหน้านั่นยังคงหลงตัวเองว่าเขาชอบเธอ แต่ที่ไม่ทำคืนนั้นอาจเป็นเพราะเขาให้เกียรติเธอก็เป็นได้ ผู้ชายอะไรสุภาพบุรุษจัง
รถเก๋งสีดำเลี้ยวเข้ามาในบริเวณบ้าน จอดเอี๊ยดตรงโรงจอดรถ หล่อนรีบสับเท้าเข้าไปต้อนรับถึงประตูรถ ยืนยิ้มหวานต้อนรับตอนร่างสูงเปิดประตูลงมา
ยังไม่ทันได้ทักทายอะไรประตูอีกฝั่งก็เปิดออก พร้อมร่างสูงระหงของคนที่เธอเกลียด
ฉันเห็นนางระริกระรี้ตั้งแต่หน้าประตูบ้านล่ะ ถ้าเขาไม่เล่าเรื่องงานให้ฟังคงไม่รู้ว่าเรื่องมันจะวนไปมากันอยู่แค่นี้ ดูจากน้ำหน้าและการกระทำคงชอบผู้ชายคนนี้ไม่เบาสิท่า
งั้นมาเล้ยยย...ฉันล่ะชอบสีหน้าแบบนั้น สีหน้าโง่ๆงงๆของน้องสาวตัวเอง
" ไปค่ะดิน เข้าบ้านกัน " ฉันเดินอ้อมมาอีกฝั่งแล้วสอดมือประสานกับมือใหญ่จนเขาหันขวับ! แต่ฉันไม่สน! สนแต่สีหน้าของอีกคนที่พร้อมจะแหกปากกรี๊ดดีกว่า
แน่จริงก็กรี๊ดออกมาเลยสิคะ
คนตัวโตยังไม่หายตกใจก็ถูกลากเข้าบ้านปุบปับ ตาคมมองดูมือนุ่มที่จับจูงเขาจนลับตาน้องสาวแล้วแม่คุณก็สะบัดมือผมทิ้งออกแบบไม่ไยดี
อะไรของผู้หญิงวะ ผมตามอารมณ์ไม่ทัน
" โทษที พอดีแค่อยากแกล้งคน " แล้วก็ยักคิ้วบางๆนั่นต่อหน้าผม นี่มันคนกวนตีนนี่หว่า...แต่ก็ดี! มีคนช่วยสะกัด
" ไม่ต้องขอโทษหรอกครับยินดีให้จับ จับตรงอื่นด้วยก็ได้นะ ใหญ่เหมือนกัน "
" ทะลึ่ง "
" อะไรคุณ ผมหมายถึงแขน ลามกเหมือนกันนะคุณเนี่ย " เขาอมขำกับใบหน้าหวานที่มีเลือดฝาดนั่น น่ารักว่ะ
" อ่าว! คุณดินมาพอดี เชิญเลยค่ะแม่บ้านตั้งโต๊ะเสร็จพอดีเลย " ฉันมองแม่เลี้ยงที่พูดเสียงสองกับแขกหนุ่มแล้วเชิดหัวที่ตีโป่งผมซะสูงลิ่ว ชุดอยู่บ้านต้องจัดเต็มขนาดเลยอ่อ!?
แม่เลี้ยงวัยกลางคนจัดแจงตัวเองให้นั่งหัวโต๊ะใหญ่ จัดลูกสาวนั่งข้างๆทนายหนุ่มและลูกนอกไส้ที่ไม่ได้รับเชิญจะนั่งตรงไหนก็นั่ง ฉันเลยนั่งตรงข้ามกับลูกสาวน่าโง่ของนาง อาหารบนโต๊ะเย็นนี้มีกับข้าวหลากหลายและไวน์ราคาแพงอวดบารมีปลอมๆ
" พี่ดินลองทานแกงเขียวหวานดูนะคะ ลูกบัวทำเอง " เชื่อก็โง่แล้ว น้ำหน้าอย่างลูกบัวน่ะเหรอจะเข้าครัว ฉันเบ้ปากตักแกงเขียวหวานมาใส่จานตัวเองบ้างแล้วตักเข้าปากก่อนจะนึกอะไรสนุกๆ ได้
พรวดดดดดด
" กรี๊ดดดดดดด "
เธอลำสักจนข้าวพุ่ง เม็ดข้าวสีขาวกระจายเต็มใบหน้าของน้องสาวที่นั่งตรงข้าม แถมกระจัดกระจายติดแก้มผมสองสามเม็ด แล้วทำไอแค่กๆ ยกน้ำล้างปาก
" โอ้ยเผ็ดจังเลย " แล้วเธอก็กินข้าวต่อหน้าตาเฉย ยักไหล่กับผลงานชิ้นโบว์แดงตัวเองที่มองตามน้องสาวกับแม่เลี้ยงวิ่งเข้าห้องน้ำกันวุ่น
" กับข้าวบ้านนี้อร่อยไหมคุณ " จะเอาอะไรมาวัดรสชาติอาหารในปากตอนนี้ก่อน ผมพึ่งกินได้สามคำเธอก็ประกาศสงครามกลางโต๊ะอาหารแล้ว อย่าว่าแต่จะคุยเรื่องงานเลย เอามื้ออาหารอันอรรถรสนี้ให้รอดกันก่อน
สองแม่ลูกหายไปครึ่งชั่วโมงกลับมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่และหน้าซีดๆ ที่มองพี่สาวตัวเองจนตาแทบหลุดจากเบ้า แต่ก็นั่งทานกันต่อสำรวมกิริยากดความกรุ่นไว้ในอก
รอให้แขกกลับไปก่อนเถอะ...หล่อนจะจิกหัวพี่สาวตัวดีมาตบกลางบ้านเลยคอยดู!
" คืนนี้นอนนี่ไหมคุณ กลับดึกอันตรายนะ " เป็นครั้งที่สองที่เธอทำทุกคนตะลึงกับคำพูดนั่น ยัยนี่เล่นแรงเหมือนกันแฮะ
" นี่พี่ดินสนิทกับพี่ลูกจันทร์เหรอคะ " คนหน้าซีดอดไม่ไหวเลยถามขึ้น เธอจะปล่อยให้ผู้ชายคนนี้หลุดมือไม่ได้!
ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง คำถามที่พี่สาวชวนยังไม่ได้ตอบ ต้องมาคิดคำตอบให้น้องสาวอีก เขากระแอมเล็กน้อยส่งสายตาให้คนต้นเรื่องช่วย
" เราสนิทกันจ๊ะ สรุปคืนนี้คุณนอนนี่เนอะ " คุณเธอตอบเองสรุปเองพร้อม ก่อนจะสะบัดผ้าบนตักแล้วเช็ดมุมปากเบาๆ แล้วเรียกแม่บ้านเคลียร์จานตัวเอง
