บทที่ 8 ตอนที่8

“รถที่อยู่ในบ้านฉันให้แกได้ทุกคัน แต่ต้องไปสอบใบขับขี่มาให้ได้ก่อน และพรุ่งนี้เข้าไปเจอฉันที่บริษัท แกควรเรียนรู้งานได้แล้ว”

เซบาสเตียนตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนล้วงกุญแจรถในกระเป๋ากางเกงโยนไปให้น้องชายพร้อมกับออกคำสั่ง

“ขับคันนั้นไปจอดที่บ้านให้ฉันด้วย”

เมื่อเห็นน้องชายรับกุญแจรถสปอร์ตคันหรูที่ตนขับมาจอดเมื่อก่อนหน้าเอาไว้ได้อย่างว่องไว เซบาสเตียนจึงหันมาสั่งสาวน้อยที่ได้แต่ยืนมองคนนั้นทีคนโน้นทีอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์บ้าง

“ขึ้นรถน้องควีน”

คีรดาขยับเท้าจะก้าวตามเพื่อนหนุ่มไปขึ้นเฟอร์รารี่คันโก้อย่างว่าง่าย ถ้าหากว่าข้อมือเล็กจะไม่ถูกคนสั่งฉุดเอาไว้ก่อน

“คันนี้”

หญิงสาวหน้าเหวออยู่หลายวินาที เมื่อเห็นเขาพยักเพยิดหน้าให้เธอขึ้นนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ จนเจ้าของบิ๊กไบค์ยี่ห้อหรูต้องเอ่ยย้ำ

“ขึ้นมา! พี่จะไปส่งที่บ้าน”

คีรดายังไม่ยอมขยับ และกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ขณะนั้นเซมิรอนก็ขับซูเปอร์คาคู่ใจของพี่ชายวิ่งฉิวออกไป เธอจึงชะงักคำปฏิเสธค้าง ได้แต่อ้าปากหวอมองตามหลังรถคันหรูไปตาปริบๆ ก็ไอ้เพื่อนบ้านั่นไม่คิดจะชวนเธอกลับด้วยสักคำ สงสัยถูกพี่ชายด่าจนสมองกลับไปแล้วว่ามีเธอมาด้วยอีกคน หญิงสาวแอบขุ่นเคืองให้เพื่อนรักอยู่ในใจ หากยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ข้อมือเล็กก็ถูกดึงเข้าไปหาคนตัวใหญ่ที่นั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ก่อนหมวกกันน็อกจะถูกแย่งออกไปจากมือเล็ก แล้วสวมเข้ากับศีรษะของเธอมาอย่างพอเหมาะพอดี เสร็จแล้วคนสวมให้ถึงเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบขรึม

“ง่วงนอนไหมเราน่ะ”

ความจริงแล้วเธอหายง่วงตั้งแต่เห็นหน้าบูดสนิทของเขาตอนก้าวลงมาจากรถนั่นแล้วละแต่เรื่องอะไรเธอจะบอกให้รู้ คีรดาจึงพยักหน้าเบาๆ ให้เป็นคำตอบ

“งั้นขึ้นรถ แล้วกอดพี่ให้แน่นๆ พี่จะทำเวลา เพราะตอนนี้ง่วงนอนสุดๆ เหมือนกัน”

ประโยคที่ได้ยินทำเอาคีรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เธอฟังไม่ผิดหรอก เขาสั่งให้กอด แต่ชายหนุ่มก็ไม่ให้เวลาเธอได้ตั้งตัวหรือเตรียมใจแม้แต่น้อย ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็หันไปหยิบหมวกกันน็อกที่วางเอาไว้บนตัวถังน้ำมันขึ้นมาสวมศีรษะลวกๆ แล้วเข้าเกียร์บิดคันเร่งเตรียมจะออกรถ

คีรดาจึงจำต้องรีบปีนขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายอย่างเร็วไว ก่อนจะผวาโอบรัดเอวคนขับเอาไว้แน่นเมื่อมอเตอร์ไซค์คันใหญ่พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูถูกยิงออกจากแหล่ง ไม่รู้จะรีบไปไหน หรืออารมณ์ยังไม่ปกติจนต้องไปลงกับการขับมอเตอร์ไซค์ อันนี้เธอก็ไม่อาจทราบได้

คนประกาศิตน่ะคงได้กอดแนบแน่นสมดังใจ หากสาวน้อยคนนั่งซ้อนท้ายนี่สิ ได้แต่หลับตาปี๋ พร้อมกับภาวนาให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพเท่านั้น


คีรดาปีนลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันโตในชั่วโมงต่อมา เมื่อคนขับพามาถึงหน้าคฤหาสน์ภูวภาดล หลังจากถอดหมวกกันน็อกเสร็จ เธอก็เอ่ยขอบคุณพร้อมยกมือไหว้เรียบร้อย ก่อนจะยื่นหมวกกันน็อกคืนให้เจ้าของรถ ทว่าคนมาส่งกลับไม่รับเอาไป เขาถอดหมวกกันน็อกวางเอาไว้บนตัวถังน้ำมัน แล้วหวี่ยงขาลงมายืนพิงเจ้าบิ๊กไบค์คันหรูประจันหน้ากับเธอด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่หน้าตาและน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาฟังเอาจริงเอาจัง

“พี่ขอคุยด้วยหน่อย”

เธอรู้ว่าเขาจะคุยเรื่องอะไร ก็คนเป็นน้องชายยังโดนสวดซะเละขนาดนั้น แล้วเธอจะรอดหรือ คีรดาจึงหาทางชิ่ง ทำทีปิดปากหาวเสียวอดใหญ่ ก่อนเอ่ยออกมาน้ำเสียงเนือยๆ พร้อมทำตาปรือๆ

“คุยอะไรตอนนี้ล่ะคะ ตีสามจะครึ่งอยู่แล้ว ควีนง่วงนอนจังเลยค่ะ”

“จะคุยกันดีๆ ตรงนี้ หรือจะให้พี่ตามขึ้นไปคุยบนห้องนอนของน้องควีน”

“ว่ามาสิคะ”

คนแกล้งง่วงถึงกับเบิกตาโต แล้วโพล่งออกมาเสียงใสเร็วปรื๋อ เมื่อเจอเขาสวนกลับมาเสียงเรียบ และไม่มีวี่แววล้อเล่นอย่างเช่นเคย

“น้องควีนโตแล้วนะ สวยด้วย รู้ตัวบ้างหรือเปล่า”

ถึงแม้จะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มหูชวนฟังแบบนี้ อย่าหลงลมว่าเขาชมเธออยู่เชียว เพราะหน้าตาคนพูดดูเครียดขรึมดุดันแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเล็งมุมไหนเขาก็ไม่ได้ชื่นชมหรือล้อเธอเล่นอยู่แน่นอน ถ้าเขามาแบบเย้าหยอก แกล้งแหย่ อย่างเช่นทุกครั้ง เธอยังพอหาเรื่องเถียงไปตามประสาได้บ้าง แต่มาเจอเซบาสเตียนในมาดใหม่เช่นนี้คีรดาก็อดเกรงๆ ไม่ได้ จนไม่กล้าประสานสายตาด้วย เธอจึงทำทีเสหลบไปมองด้านข้างแทน

“เวลานายเล็กมันชวนไปไหน น้องควีนหัดปฏิเสธหรือเบรกๆ มันบ้างก็ได้ อย่าเห็นดีเห็นงามตามมันไปทุกที่แบบนี้ พี่รู้ว่าน้องควีนเก่ง ฉลาดด้วย แต่ผู้หญิงต่อให้เก่งกาจสักแค่ไหนมันก็เสียเปรียบผู้ชายอยู่วันยังค่ำน่ะแหละ นายเล็กน่ะพี่ไม่ห่วงเท่าไรหรอกเพราะมันเป็นผู้ชาย แต่น้องควีนนี่สิ ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง”

“ก็...แค่ครั้งนี้เองนะคะที่มันดึกไปหน่อย” สาวน้อยแก้ตัวเสียงอ่อยๆ

“กลับบ้านเกือบเช้าเขาเรียกดึกไปหน่อยงั้นเหรอน้องควีน”

“ก็ได้ๆ คราวหลังควีนจะกลับให้ถึงบ้านก่อนเที่ยงคืนก็แล้วกันค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป