บทที่ 1 บทที่ 1

‘นะยายลี่ ช่วยฉันหน่อยนะ’ เสียงข้อร้องของเพื่อนรักตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยของชลธิชาหรือที่ทุกคนจะเรียกชลลี่หรือลี่ตามแต่ความสนิทดังอยู่ในความคิด หญิงสาวตาคม ผมยาว ผิวขาวอมชมพู รูปร่างหน้าตาเรียกได้ว่ายึดอาชีพนางแบบ นางเอกละคร หรือแม้แต่นางเอกภาพยนตร์สมัยนี้ได้อย่างสบายๆ แต่เธอกลับปฏิเสธงานพวกนั้น แต่แล้วกลับเลือกทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งแทน 

           จะว่าไปงานครั้งนี้บริษัทเธอก็ส่งซองประมูลด้วย แต่เห็นว่าถูกบริษัทออแกไนเซอร์ยักษ์ใหญ่ปาดหน้าเค้กไปซะก่อน คิดแล้วชลธิชาก็เจ็บใจที่คนมีเงินมีทองมีอิทธิพลมักจะได้งานดีๆ ไปเสียหมด เสียงโทรศัพท์บวกกับระบบสั่นสะเทือนปานแผ่นดินไหวของเธอก็ดังออกมาจากกระเป๋าใบใหญ่ที่จุได้สารพัด ชลธิชารีบล้วงมือเข้าไปควานหาทันที เมื่อพบก็รีบกดรับสาย

           “ถึงไหนแล้วจ๊ะยายลี่” ชลธิชายังไม่ได้พูดอะไร ปลายสายก็เอ่ยถามขึ้น

           “มีตาทิพย์หรือเปล่าเนี่ยยายเบลล์ พอฉันก้าวเท้าเข้ามาในพารากอนฮอลล์ แกก็โทรมาทันที” น้ำเสียงออกจะค่อนขอดเล็กๆ เอ่ยถามตามประสา

           “ก็แค่เป็นห่วงนึกว่าเพื่อนจะหลงทาง” พัชรินทร์ เอ่ยแทงใจดำก่อนจะหัวเราะออกมา

           “เชอะ…ถึงฉันจะเป็นเด็กตอจอวอแต่ก็ขับรถเข้าเมืองเป็นนะยะ แค่หลงไปสองสามไฟแดงก็เท่านั้นเอง” คำท้ายๆ ดูจะออกเสียงสูงจนผิดสังเกต ทำเอาคนฟังอดที่จะยิ้มตามยามคำที่ได้ยินไม่ได้

           “นั่นเรียกว่ามาถูกแล้วเหรอจ๊ะเพื่อน?” ว่าแล้วปลายสายก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง คนที่ยืนหน้ามุ่ยคงหนีไม่พ้นชลธิชา

           “เอาน่า แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบมาที่นี่ แค่มาทำงานก็พอแล้ว ให้เดินแล้วฉันคงเหมือนมนุษย์ต่างดาว ขับรถมาถูกก็บุญแล้ว” สิ่งที่เธอพูดมันคือความจริง เพราะนับครั้งได้ที่ชลธิชาจะมาเดินสยาม อิมโพเรียมหรือสถานที่แบบนี้ในเมือง

           “แล้วทุกทีที่แกทำงาน แกมายังไงยายลี่?” พัชรินทร์เอ่ยถาม เพราะดูเพื่อนเธอจะไม่ชินเส้นทางในเมืองกรุงเอาเสียเลยทั้งๆ ที่มาใช้ชีวิตอยู่ก็หลายปีแล้ว

           “ให้น้องที่บริษัทขับให้” ชลธิชาเอ่ยบอกไปตรงๆ

           “หึหึ…ได้หัวหน้าอย่างแกนี่ลูกน้องเป็นบุญจริงๆ” พัชรินทร์เอ่ยประชดอย่างไม่จริงจังนัก

           “เอาน่ะแก ฉันก็ยอมเรื่องนี้เรื่องเดียวแหละ เรื่องงานเรื่องอื่นยายชลลี่สู้ตาย”

           “จ้า…แม่ว่าที่ร้อยตรีหญิง” เสียงพัชรินทร์เอ่ยรับปาก ก่อนจะนึกถึงประวัติชลธิชา เพราะครั้งแรกที่เธอพบกันวันนั้นชลธิชาแต่งชุดนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ห้าเข้ามาในห้องเรียนที่คณะ พอพวกผู้ชายที่หมายตาอยากจีบเป็นแฟนเห็นเท่านั้นถึงกลับขยาด รีบย้ายมุมไปนั่งเรียนที่อื่นแทบไม่ทันเพราะกลัวยายลี่เอาคอมแบทปะทะใบหน้า

           “พอเลยนะเบลล์ เพราะแกน่ะแหละป่าวประกาศว่าฉันเป็นว่าที่ร้อยตรีหญิง มือแม่นปืน ผู้ชายเลยหายหมด ไม่มีตกถึงท้องมาหลายปี”

           “ปากดีไป พอมีผู้ชายมาให้เลือกกลับเมิน ทีอย่างนี้มาบ่น” พัชรินทร์เอ่ยอย่างรู้ทัน “แล้วนี่อยู่ไหนแล้ว ฉันชะเง้อมองหาคอจะเป็นยีราฟอยู่แล้วเนี่ย” พูดไปพัชรินทร์ก็ชะเง้อมองไปยังประตูอย่างที่บอก

           “งั้นแกวางสายไป เพราะฉันกำลังจะเปิดประตูห้องสต๊าฟเข้าไปละ” ชลธิชาวางสายก่อนใช้มืออีกข้างผลักประตูห้องที่เขียนไว้ว่าสต๊าฟโอนลี่เข้าไป เห็นพัชรินทร์ยืนส่งยิ้มให้แต่ไกล ทีแรกเธอก็หวั่นๆ ว่าชลธิชาจะไม่มาเพราะเธอเพิ่งโทรไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสาวเมื่อคืน เพราะน้องที่จะทำงานกับเธอวันนี้ป่วยกะทันหัน

พัชรินทร์มองไม่เห็นใครแล้วจะมีก็แค่ชลธิชาเท่านั้นที่พอจะช่วยได้

           “ขอบใจนะที่มา” พัชรินทร์รีบเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเอ่ยขอบอกขอบใจ น้ำเสียงของพัชรินทร์อ่อนหวานแตกต่างจากความห้าวของเธอลิบลับ

           “ถ้าฉันไม่ช่วยแกจะไปช่วยใคร อีกอย่างแกโชคดีไปเพราะวันนี้ฉันไม่มีงาน”

           “อืม… นั่นน่ะสิ สงสัยฟ้าจะเข้าข้างฉัน” พัชรินทร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเริ่มงานด้วยการแต่งหน้าให้เพื่อนสาวอย่างประณีต เพราะอาชีพของพริตตี้ไม่มีช่างแต่งหน้าทำผมให้เหมือนดารานางแบบ พัชรินทร์มองผลงานของตัวเองอย่างภูมิใจ จะว่าไปใบหน้าของชลธิชานั้นสวยหวานอยู่แล้ว แค่แต่งนั่นนิดนี่หน่อยเพื่อนเธอก็โดดเด่นกว่าใครๆ แต่อยู่ๆ ชลธิชาก็สะดุ้งเหมือนกำลังนึกอะไรออก

           “ยายเบลล์ ฉันลืมของไว้ในรถ พอดีน้องที่บริษัทจะมาเอาที่นี่ ขอตัวแป๊บนะ” แต่งหน้าเรียบร้อยสวยงามยังไม่ทันได้เปลี่ยนชุด ชลธิชาก็เอ่ยบอกเพื่อนก่อนจะลุกพรวดพราดคว้ากุญแจรถออกไปจากห้องสต๊าฟทั้งแบบนั้น พัชรินทร์จะห้ามก็ไม่ทันแล้ว

           ความเร่งรีบกลัวว่าจะเอางานให้น้องในบริษัทไม่ทันทำให้ชลธิชาไม่มองหน้ามองหลัง กดลิฟต์ลงไปยังชั้นที่เธอจอดรถไว้ทันที ขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออก สาวจ้าวก็เดินออกไปอย่างเร็วแต่กลับชนเข้าให้กับใครบางคนที่กำลังจะก้าวเข้ามาในลิฟต์อย่างจัง แรงชนทำให้ชลธิชาถึงกับมึน

           “ขอโทษที” ชลธิชาก้มหน้าก้มตาเอ่ยขอโทษ ยังไม่ทันจะได้มองหน้าคนที่เธอชนเมื่อครู่ เท้ายาวๆ ก็รีบก้าวเดินจากไป ปกรณ์มองตามหลังผู้หญิงที่ฝากรอยลิปสติกสีชมพูสดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวเขา เขาไม่รู้สึกโกรธที่เสื้อของเขาเลอะ แต่กลับชอบใจกับการพบกันครั้งแรกแบบนี้ แม้จะเห็นหน้าเจ้าของริมฝีปากอิ่มไม่ชัดนักก็ตามที

บทถัดไป