บทที่ 4 บทที่ 4
ชลธิชายืนยิ้มจนปากแห้ง ความอดทนเริ่มจะหมดเพราะสายตาของตาเฒ่าหัวงูตรงหน้าที่ไล่มองตั้งแต่ใบหน้า หน้าอก เอวคอดและใช่ว่าจะหยุดแค่นั้น เพราะสายตายังจงใจมองต่ำลงไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดเอากล้องส่องขยายมาส่องเธอได้ ผู้ชายตรงหน้าคงทำแล้ว สายตาหยาบคายไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้แหละที่ชลธิชาเกลียดที่สุด
“ขอบคุณนะคะป๋า แต่ขอโทษด้วยค่ะ พอดีว่ามีคนให้ข้อเสนอที่ดีกว่าป๋า หนูก็เลยตกลงกับทางนั้นไว้แล้ว” ชลธิชาก้มลงมากระซิบกระซาบเอ่ยบอกไปหวังทำให้ชายตรงหน้าเลิกยุ่งกับเธอ ชายตรงหน้าไม่พอใจทันทีที่ถูกตัดหน้าแต่ก็ยังไม่ยอมถอดใจ ขณะชลธิชาที่ก้มต่ำมาคุยกับผู้ชายรุ่นใหญ่ มันกลับทำให้ภูมินทร์มองเธอว่าเหมือนกับผู้หญิงง่ายๆ ทั่วไป
“เดี๋ยวมานะเฮีย” ปกรณ์เอ่ยบอกก่อนจะเดินตรงไปยังพริตตี้ที่เขามองเธอมาตั้งแต่งานเริ่มขึ้น โดยมีสายตาของภูมินทร์มองตามมาไม่ห่าง อยากจะรู้ว่าคนที่ปกรณ์สนใจจะเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยพบและผ่านมาหรือเปล่า พอเจอผู้ชายหล่อๆ เข้ามาสนใจหน่อย หลอกล่อด้วยดินเนอร์สุดหรู เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องประดับราคาแพง ก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งยอมหมดทุกอย่าง ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้เหมือนกันทุกคน ซื้อได้ด้วยเงินและซื้อให้เลิกได้ด้วยเงินเหมือนกัน
“หว่านเสน่ห์กันเข้าไป” ประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของภูมินทร์ที่ยืนมองคนทั้งคู่หาใช่ปกรณ์ แม้จะบอกว่าไม่สนใจแต่สายตาเขากลับไม่ละไปจากผู้หญิงคนที่ปกรณ์เข้าไปคุยด้วยแม้แต่น้อย ชลธิชาแปลกใจที่ปกรณ์เดินมาบอกว่าเธอทิ้งรอยลิปสติกไว้บนเสื้อเขา
“ขอโทษนะคะ” ชลธิชาเอ่ยขอโทษในความเปิ่นของตัวเอง ปกรณ์ได้แต่ยิ้ม เขาเอ่ยแนะนำตัวเองแค่นั้นก็เดินลงไปจากเวที ใจจริงอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้แต่เอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะจากการพูดคุยและท่าทางผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะเข้าถึงได้ง่ายๆ
เมื่อคุยกับปกรณ์เรียบร้อย ชลธิชาจึงวกกลับมายืนบริเวณด้านหน้ารถ จุดที่เธอยืนอยู่บนเวทีมันค่อนข้างสูงจากพื้นทำให้เธอมองได้กว้างกว่าคนอื่น สายตาเจ้ากรรมกลับมองไปยังจุดๆ หนึ่งภายในฮอลล์โดยบังเอิญ เพียงแวบแรกที่ได้เห็นเธอถึงกลับหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าตาแดงปลั่ง ความอายเกิดขึ้นทันทีอย่างช่วยไม่ได้แต่พยายามเก็บอาการเอาไว้
เพราะผู้ชายลามกคนนั้นคือคนที่อยู่ในรถนั่นเอง ชายตรงหน้ายกแก้วแชมเปญมายังเธอเหมือนเชิญชวนก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายดื่มมันเสียเอง แล้วยืนกอดอกมองมายังเธอตรงๆ ด้วยสายตาเช่นเดียวกับเมื่อครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขา มันช่างน่ารังเกียจ
“ไอ้คนทุเรศ” ชลธิชาสบถกับตัวเองเบาๆ ใบหน้ายังคงยิ้มอยู่ เธอไม่สามารถขยับไปยืนที่อื่นได้ เวลาทำงานเพียงแค่สองชั่วโมงแต่ชลธิชากลับรู้สึกว่ามันนานเป็นวันๆ มันช่างนานเสียจนเธอเหนื่อยล้า เมื่อกลับเข้ามาภายในห้องแต่งตัวได้เธอก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชลธิชาคนเดิม ลบเครื่องสำอางออกไปจนหมด ผมตรงยาวสยายดำขลับเมื่อครู่ถูกมัดตึงไว้กลางศีรษะก่อนจะขอตัวกลับก่อน
ขณะเดินไปยังรถ นิ้วชี้ข้างขวาก็กวัดแกว่งกุญแจรถไปมาอย่างคนอารมณ์ดีเพราะไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มต่อหน้าใคร แต่ก็ตีสีหน้าบึ้งตึงเมื่อเดินกลับมาที่รถเก๋งธรรมดาสีขาวที่เธอเก็บเงินซื้อด้วยตัวเองแล้วพบว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งมาเสียบไว้ที่ตัวปัดน้ำฝน
‘ผมสนใจคุณ บริการดี ถูกใจ จ่ายไม่อั้น โทร 089-999-xxxx’ เมื่ออ่านข้อความจบชลธิชาถึงกับปรี๊ดแตก ฉีกกระดาษในมืออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เธอมองซ้ายมองขวาหาเจ้าของกระดาษบ้าๆ ในมือนี่ มือบางยกขึ้นมาเท้าสะเอวตั้งท่าพร้อมจัดการไอ้พวกบ้าโรคจิตเต็มที่
“ไม่แน่จริงนี่หว่า ไอ้ลูกหมา แน่จริงก็ออกมาสิ” คำสบถของชลธิชาทำให้คนที่นั่งในรถข้างๆ เพื่อรอดูอาการดีใจของเธอที่มีลูกค้ามาเสนองานสบายๆ ถึงที่ ถึงกับแสดงสีหน้าบึ้งตึง คำว่าไอ้ลูกหมาภูมินทร์ได้ยินชัดเต็มสองหู เขาได้ยินชายคนที่ยืนคุยกับเธอขณะที่อยู่ในงานพูดในห้องน้ำอย่างแสนเสียดายว่าไปต่อรองราคากับเธอมา แต่เธอกลับปฏิเสธเพราะมีคนอื่นให้ราคาดีกว่า ขออย่างเดียวว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่ใช่ปกรณ์
“เล่นตัว” ภูมินทร์เอ่ยน้ำเสียงเหยียดๆ ภายในรถสปอร์ทคันหรูแล้วบีบแตรเสียงดังจนชลธิชาสะดุ้ง ก่อนที่ภูมินทร์จะขับออกไปอย่างรวดเร็ว แทบจะเหยียบเท้าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างรถเสียด้วยซ้ำ ดีหน่อยที่เธอไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นเท้าคงจะเขียวเป็นของแถมที่ไม่ต้องการกลับบ้านไปด้วยแน่
“ไอ้คนบ้า...” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วบ่นตามท้ายรถสีหน้าโกรธเกรี้ยวที่เจอกับคนไม่มีมารยาท แต่อยู่ๆ รถคันเมื่อครู่กลับหยุดแล้วถอยหลังกลับมายังเธอ ภูมินทร์กดกระจกรถลงมองเธอผ่านแว่นกันแดดสีดำราคาแพง เขายิ้มเหยียดเช่นเคยเพราะไม่คิดว่านางฟ้าพอล้างเครื่องสำอางออกแล้วจะกลายเป็นแม่กวางหน้าจืดสนิท ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปอีกครั้ง
เห็นท่าทางการมองที่บ่งบอกว่าดูถูกคนอื่นแบบนั้นทำให้ชลธิชาถึงกับเป่าลมออกจากปาก รู้สึกชื่นชมกิริยาทุเรศๆ ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษเสียจริงๆ แต่จะว่าไปรถคันเมื่อครู่กับไอ้คนใส่แว่นมันรู้สึกคุ้นๆ พอจับต้นชนปลาย ไล่เลียงภาพได้เท่านั้น ชลธิชาก็ยิ่งโกรธและเกลียดผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นมากขึ้นไปอีก และภาวนาในใจว่าอย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย ครั้งนี้เธออโหสิกรรมให้
