บทที่ 9 บทที่ 9

“ผมปิยะพงษ์ กาญจนาประภาส เป็นผู้ช่วยคุณชลธิชาครับ” เพียงแค่เห็นแววตาปิยะพงษ์ก็รู้งาน ก่อนจะแนะนำตัวเองสั้นๆ ด้วยคำน้ำเสียงจริงจังว่าเขานั้นมีหน้าที่ทำอะไร

“จะว่าไปบริษัทคุณก็มาพรีเซ้นต์งานนี้ตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ มันติดปัญหาอะไรถึงไม่ผ่าน” ภูมินทร์นั้นรู้คำตอบแต่อยากแกล้งทำไปอย่างนั้น

“คุณฟาง ภายในห้านาทีช่วยโทรเรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าตัวใหม่ให้ไปพบผมที่ห้องประชุมด้วย” ภูมินทร์กดเบอร์โทรศัพท์ภายในออกไปสั่งงานเลขาส่วนตัว ก่อนจะมาที่นี่ปิยะพงษ์บอกเธอเองว่าวันนี้มีเสนอกับประธานบริษัทคนเดียวเท่านั้น แต่นี้เขากลับเรียกคนที่เกี่ยวข้องขึ้นมาฟังทั้งหมด จะแกล้งกันหรือไง แต่ชลธิชาก็ไม่มีทางยอมแพ้เป็นแน่

“พรีเซ้นต์ให้ดีนะคุณพริตตี้ อย่ามัวแต่หว่านเสน่ห์หาลูกค้า” ภูมินทร์หันมาพูดลอดไรฟันกับชลธิชาเมื่อเข้ามาในห้องประชุมเรียบร้อย

“ขอบคุณที่เตือน แต่จะว่าไปมีบางคนที่นี่เป็นลูกค้าของฉันอยู่พอดี” ชลธิชาแค่พูดประชดใส่หน้าภูมินทร์ไปเท่านั้น อุตส่าห์อดใจบอกไม่ให้ต่อปากต่อคำกับเขาแต่เธอกลับทำไม่ได้ หวังว่าเขาคงแยกแยะได้ว่าไหนเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ภูมินทร์เดินไปนั่งยังเก้าอี้ตรงกลางโต๊ะประชุมบ่งบอกตำแหน่งหน้าที่การงานที่ใหญ่โต คำพูดของชลธิชาทำให้ภูมินทร์คิดจริงอย่างที่ได้ยินเพราะคนที่เดินเข้ามาปิดท้ายก็คือปกรณ์

พอทั้งคู่เห็นหน้ากันแม้จะตกใจแต่ก็ยังยิ้มให้ ทุกอย่างที่ชลธิชากับปกรณ์ทำต่างตกอยู่ในสายตาของภูมินทร์หมด ปกรณ์พยักหน้าให้ชลธิชานิดนึง แม้จะอยากเข้าไปทักเธอใกล้ๆ แต่ก็คงไม่สะดวก ตกใจไม่น้อยที่เห็นเธอที่นี่ แม้จะตกใจแต่มันก็แฝงไปด้วยความดีใจเช่นกัน เธอช่างสวย สวยเหมือนครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอในงานแสดงรถวันนั้น แววตาเหมือนลูกกวางตื่นๆ ก็ยังเป็นเหมือนเช่นเคย

“วันนี้คุณชลธิชาซึ่งเป็นตัวแทนจากบริษัทออแกไน มีทำหน้าที่ในการเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของบริษัทปลายเดือนหน้า เธอจะสรุปงานทั้งหมดให้ทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องฟังอย่างละเอียด บอกถึงความคืบหน้าของงานทุกขั้นตอน ถ้าคุณชลธิชาพร้อมแล้วเชิญ” ภูมินทร์ส่งยิ้มให้ก่อนจะปรบมือเสียงดัง ซึ่งทุกคนก็ทำตาม โชคดีระดับสามชั้นของเขาที่ชลธิชาเปลี่ยนแผนจากการนำเสนอผ่านภาพวาดเปลี่ยนมาเป็นภาพสามมิติเสมือนจริง ซึ่งหัวหน้าอย่างชลธิชาอดหลับอดนอนทำมาให้กับมือ ภาพภายในงานถูกฉายขึ้นบนเจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่โดยมีชลธิชาคอยบรรยายอยู่ด้านหน้า

การพรีเซ้นต์งานเริ่มต้นขึ้นโดยที่สายตาทุกคู่จับจ้องมายังชลธิชา แต่สักพักความสนใจกลับพุ่งตรงไปยังรูปแบบงานที่ฉายอยู่บนโปรเจคเตอร์แทน เสียงหวานๆ ของเธอเพียงอธิบายความคืบหน้าและรูปแบบงานรายละเอียดงาน ทุกอย่างที่เธอรู้ ทุกอย่างที่ต้องแก้ไขและสามารถทำได้เพื่อให้งานนี้ประสบความสำเร็จทั้งตัวสินค้าและบริษัทของเธอ

“การพรีเซ้นต์งานวันนี้ ดิฉันขอใช้ภาพสามมิติ เพราะคิดว่ามันคงส่งผลดีต่อทุกท่านที่จะมองภาพรวมของงานได้ครอบคลุมมากขึ้น ภายในงานเราแบ่งพื้นที่การแสดงสินค้าออกเป็นสามแบบ โดยแบ่งตามลักษณะโดดเด่นของตัวสินค้าแต่ละชนิด อย่างสีแดงก็บ่งบอกถึงฤดูร้อนอันร้อนแรง ฤดูฝนคือสีเขียวบ่งบอกความชุ่มชื้น ฤดูหนาวคือสีดำบ่งบอกความเยือกเย็นน่าค้นหา เราจะใช้พื้นที่ทั้งหมดของสยามพารากอนฮอลล์เป็นพื้นที่แสดงงานอย่างสมจริง”

“ความสมจริง? ยกตัวอย่างได้ไหม?” เสียงที่ดังขึ้นมันคือเสียงของภูมินทร์ที่ท่านั่งฟังการพรีเซ้นต์งานของเธอช่างสบายเสียเหลือเกิน

“อย่างเช่นในฤดูหนาว ทางเราจะเซ็ทพื้นที่การแสดงสินค้าให้หนาวเย็น มีหิมะเทียมโปรยปรายอยู่โดยรอบค่ะ” สิ่งที่ชลธิชาพูดล้วนสร้างความแปลกใจ เพราะการนำเสนองานแบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้เห็นในวงการธุรกิจนัก ชลธิชาทำหน้าที่พรีเซ้นต์ออกมาจนหมด ทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมไม่มีการโต้แย้งใดๆ อีกแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เธอและทีมงานคิดแล้วนำเสนอมันตรงกับความต้องการจนภูมินทร์จนแย้งไม่ออก ได้แต่นั่งฟังเธอพรีเซ้นต์จนจบทั้งๆ ที่ไม่อยากให้มันจบง่ายขนาดนี้ก็ตาม

“ขอบคุณค่ะ” นี่คือประโยคจบของการพรีเซ้นต์งานที่ชลธิชาคิดว่ามันยาวนานกว่าทุกครั้ง เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปิยะพงษ์ถึงกับหายใจได้ทั่วท้องเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ รู้สึกว่าทุกอย่างมันคงผ่านไปได้ด้วยดี

“ผมยังติดใจรูปแบบการจัดวางตัวสินค้าในฤดูฝน ผมว่ามันไม่น่าดึงดูดเท่าที่ควร ทุกคนเห็นว่ายังไงบ้าง?” เมื่อภูมินทร์พูดทุกคนกลับนั่งเงียบ ทำให้ชลธิชาคิดว่าเขาช่างเป็นเจ้านายที่เผด็จการ แม้จะบอกว่ารับฟังความคิดของคนอื่น แต่ของตัวเองก็เป็นใหญ่อยู่ดี

“ดิฉันสามารถแก้งานได้ตรงนี้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าคุณภูมินทร์จะให้ดิฉันปรับปรุงตรงไหนบ้าง?” ชลธิชาเชิดหน้าขึ้นแต่ไม่ใช่เพราะอวดดี เพียงแค่อยากให้งานนี้มันจบด้วยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย

“ดี...ผมชอบคนที่ทำงานเป็นและเร็ว คุณช่วยแก้สินค้าของผมไม่ให้มันวางอยู่ทื่อๆ แบบนั้นได้ไหม อย่างน้อยมันน่าจะมีลูกเล่นอย่างอื่น” คำพูดประโยคแรกๆ ของเขามันเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าฟังให้ดีคำพูดสองแง่สองง่ามบวกกับแววตาที่เขาส่งมายังเธอตรงๆ ด้วยแล้วทำให้ชลธิชาคิดถึงครั้งแรกที่เธอพบกับเขา มันช่างอุจาดตา แม้จะอยากลืมแต่เธอก็ยังจำภาพนั้นมาจนถึงตอนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป