บทที่ 3 อดทนหน่อยนะ

“จริงเหรอไหม คุณจะให้ผมตั้งชื่อให้ลูกของเราจริงๆเหรอ” ภัคพลพูดออกไปอย่างดีใจแล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้มสดใสขึ้นมาทันที 

“ค่ะ ก็คุณเป็นพ่อของเขานิคะ คุณก็ควรจะได้ตั้งชื่อเขาสิคะ…คุณจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดีคะ…คุณได้คิดเอาไว้บ้างหรือเปล่าคะ” แพรไหมเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้ม

“อืม คิดสิ ทำไมผมจะไม่คิดล่ะว่าผมอยากจะให้ลูกของเราชื่ออะไรน่ะ ผมดูวันที่คุณจะคลอดแล้วผมก็หาชื่อมงคลมาให้ลูกของเราแล้ว ผมจะให้เขาชื่อว่า ภาคินัย คุณคิดว่าไงเพราะไหม” ภัคพลพูดบอกไปด้วยสีหน้าอิ่มเอิบใจ เพราะถ้าลูกของเขาชื่อนี้ เขาจะดีใจที่สุดเลย

“ฉันชอบค่ะ งั้นให้ลูกของเราชื่อจริงว่าภาคินัยนะคะ…ชื่อเขาจะได้คล้องจองกับชื่อของคุณ…ถ้าฉันคลอดแล้วฉันจะพยายามหาเวลาพาลูกมาเจอคุณนะคะภาม…เพราะหลังจากวันนี้ฉันคงไม่ได้ออกมาเจอคุณบ่อยๆแล้ว เพราะคุณคีรินเขาห้ามไม่ให้ฉันออกไปไหนแล้วค่ะ เขากลัวว่าฉันจะเป็นอันตรายน่ะค่ะ” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้เขาไปอย่างมีความสุข 

“อืม…ผมเข้าใจว่าเขาห่วงคุณกับลูก ผมเองก็เป็นห่วงคุณกับลูกเหมือนกัน ผมไม่อยากให้คุณต้องอุ้มท้องโตๆของคุณออกไปไหนมาไหนเหมือนกัน ผมอดทนมาได้นานขนาดนี้ก็เพราะว่าผมรักคุณ ทนต่อไปอีกหน่อยจะเป็นอะไรล่ะ ผมจะรอเจอหน้าคุณกับลูกนะไหม…” ภัคพลพูดบอกไปอย่างเข้าใจ เพราะถึงเขาและเธอจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เขาและเธอก็เจอกันตลอด ถึงเธอจะแต่งงานไปแล้วแต่เขาก็ไม่รังเกียจที่เธอมีสามี เขาก็ยังเลือกที่จะอยู่ในความลับเพื่อที่จะมีเธออยู่ในชีวิตของเขา 

“ค่ะ ฉันเองก็จะอดทนเหมือนกัน….” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้ภัคพลอย่างรักใคร่ เพราะเขาคือรักแรกและรักเดียวของเธอ

ส่วนกับคีรินถึงเขาจะไม่ใช่ผู้ชายที่เธอรัก แต่เขาก็เป็นผู้ชายที่ดีกับเธอมากๆจนเธอไม่สามารถที่จะทิ้งเขาเพื่อกลับมาหาภัคพลได้ แบบนั้นมันใจร้ายกับคนดีๆอย่างเขาเกินไป 

ด้านชลธิชาพอได้ยินทุกอย่างอย่างกระจ่างแจ้งแล้วก็นั่งนิ่งๆอย่างผิดหวังกับการกระทำของพี่สาวของเธอ เธอไม่คิดเลยว่าพี่สาวของเธอจะกล้ามีชู้ แถมยังเอาลูกของชู้ไปยัดเหยียดให้เป็นลูกของสามีตัวเองอีก แค่คิดชลธิชาก็รับไม่ได้แล้ว เธอจึงค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมไปแบบระวังในตอนที่อาหารมาเสิร์ฟให้กับพี่สาวของเธอและภัคพล เธอก็ไปหาพวกเพื่อนๆที่โต๊ะทันที

“มาแล้วเหรอธิชา ฉันก็นึกว่าแกจะนอนในห้องน้ำซะแล้ว เข้าห้องน้ำอะไรนานขนาดนั้นยะ” ชวพรพูดใส่เพื่อนสาวไปหลังจากที่เพื่อนสาวหายไปนานสองนาน จนอาหารจะเย็นหมดแล้ว

“ส้มโอ..เนย…ฉันรู้สึกไม่สบายอ่ะ พวกแกช่วยขับรถไปส่งฉันที่คอนโดหน่อยได้ไหม” ชลธิชาเอ่ยพูดออกไปเพราะเธอไม่อยากจะอยู่ในร้านนี้แล้ว และเธอก็กลัวว่าเพื่อนสาวทั้งสองจะเห็นพี่สาวของเธอและภัคพลด้วย เธอจึงหาข้ออ้างให้ทั้งสองออกไปกับเธอ

“ท้องเสียล่ะสิ ฉันไม่ได้เอารถมา งั้นเดี๋ยวฉันขับรถไปส่งแกละกัน” อังคนาพูดบอกไปเพราะเธอมากับชวพร

“โอเค งั้นฉันจะขับรถตามแกไปก็แล้วกัน แต่แกแน่ใจนะว่าแกจะไม่ไปหาหมอน่ะ” ชวพรเอ่ยถามเพื่อนสาวออกไป เพราะสีหน้าของเพื่อนสาวดูไม่ดีเอาซะเลย

“อืม..แค่กลับไปนอนพักก็คงจะดีแล้วล่ะ เราไปกันเถอะป่ะ…มาทางประตูนี้ดีกว่า ป่ะ…” ชลธิชาพูดบอกไปก็รีบชวนเพื่อนสาวออกไปทางประตูอีกฝั่งของร้านทันที เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับพี่สาวของเธอ เธอก็เอาเงินจ่ายทิ้งไว้ที่โต๊ะ แล้วก็ดึงแขนของเพื่อนสาวทั้งสองให้เดินตามเธอออกมา

“แกจะรีบกลับไปไหนเนี่ยยัยธิชา ฉันยังไม่ได้สั่งอาหารกลับบ้านเลยเนี่ย…” อังคนาพูดออกไปแล้วหันไปมองอาหารที่เธอนั้นยังทานไม่อิ่มอย่างเสียดาย

“เดี๋ยวค่อยสั่งอาหารไปกินที่คอนโดฉันก็ได้ แต่ตอนนี้ออกมากับฉันก่อน..” ชลธิชาพูดบอกไปก็ลากเพื่อนทั้งสองออกไปจากร้านได้สำเร็จ จากนั้นอังคนก็ขับรถไปส่งชลธิชาที่คอนโดโดยมีชวพรนั้นขับตามมาด้วย

ชลธิชาก็นั่งเงียบมาตลอดทางเลยเพราะเธอนั้นคิดเรื่องของพี่สาวของเธอไม่หยุดเลย เพราะสิ่งที่พี่สาวของเธอทำนั้นมันผิดศีลธรรมและเป็นเรื่องหน้าอายมากๆ หากพ่อแม่รู้ก็คงจะเสียใจไม่ต่างจากเธอตอนนี้เลยที่รู้สึกเสียใจและผิดหวังในตัวพี่สาวอย่างนี้ หากคนอื่นรู้ก็คงไม่ใช่ผลดีต่อครอบครัวของเธอแน่ๆ เธอจึงกดโทรศัพท์ไปหาพี่สาวของเธอทันที

“ฮัลโหลน้องสาวคนสวยของพี่ ว่าไงเอ่ย….” ด้านแพรไหมพอเห็นว่าน้องสาวโทรเข้ามาเธอก็บอกภัคพลทันที ก่อนจะกดรับสายของน้องสาวของเธอแล้วเอ่ยพูดออกไปด้วยเสียงสดใส

“พี่ไหมอยู่ไหนคะ…ธิชามีเรื่องอยากจะพูดกับพี่ไหมค่ะ เรื่องสำคัญ…” ชลธิชาได้ยินพี่สาวเรียกเธอด้วยความสดใสแบบนั้นก็เอ่ยพูดเสียงอ่อนทันที 

“ตอนนี้พี่ออกมาทานข้าวกับเพื่อนข้างนอกน่ะ เราอยู่ที่ไหนล่ะ ทานข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวพี่จะไปหา…” แพรไหมตอบไปอย่างไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเธอนั้นก็เจอกับน้องสาวบ่อยๆอยู่แล้ว เวลามีปัญหาอะไรชลธิชาก็มักจะมาปรึกษาเธออยู่เสมอ

“พี่ไหมมาหาธิชาที่คอนโดก็ได้ค่ะ ธิชาจะรอนะคะ…” ชลธิชาพูดบอกไป เพราะเธอคิดว่าเธอจะต้องคุยกับพี่สาวเรื่องนี้ให้ได้ เพราะตอนนี้พี่สาวของเธอกำลังทำเรื่องที่ผิดอย่างร้ายแรงเลย

“โอเคจ้ะ เดี๋ยวสักชั่วโมงกว่าๆ พี่จะไปหาละกันนะ งั้นแค่นี้ก่อนนะธิชา แล้วเจอกันน้องรัก…” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนจนภัคพลมองเธอแล้วก็ยิ้มออกไป 

“ค่ะพี่ไหม…แล้วเจอกันนะคะ” ชลธิชาพูดไปก็กดวางสายของพี่สาวไปด้วยสีหน้ากังวลอย่างชัดเจน จนอังคนาที่ขับรถอยู่นั้นเอ่ยถามออกไป

“แกจะให้พี่ไหมเขามาหาแกทำไมอ่ะธิชา นี่แกมีเรื่องกังวลใจอะไรหรือเปล่า” อังคนาเอ่ยถามออกไปอย่างเป็นห่วงเพื่อนสาว

“เรื่องงานน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอกแก เดี๋ยวแกส่งฉันที่คอนโดแล้วแกก็กลับกับส้มโอเลยก็ได้ ไว้วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวขอโทษพวกแกละกันนะที่ทำให้มื้อนี้หมดสนุกไปน่ะ เดี๋ยวฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่ไหมเขาน่ะ..” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วก็หันมาขอโทษเพื่อนสาวแล้วก็ทำหน้าฝืนยิ้มออกมา

“อืม ไม่เป็นไร…ฉันกับส้มโอเข้าใจแกอยู่แล้วน่า ไว้เราค่อยเจอกันวันหลังก็ได้ แกจัดการธุระของแกให้เรียบร้อยก็แล้วกัน ถ้ามีอะไรให้ฉันกับส้มโอช่วยก็บอกได้ตลอดเลยนะธิชา…” อังคนาพูดบอกไปเพราะบางทีเพื่อนสาวอาจมีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ก็ได้ เธอก็เสนอตัวไปเผื่อเธอจะช่วยอะไรเพื่อนสาวได้บ้าง

“ขอบใจนะแก รักแกกับยัยส้มโอที่สุดเลย…” ชลธิชาพูดไปก็พูดออกไปด้วยรอยยิ้มที่เพื่อนสาวนั้นเป็นห่วงเธอ ทั้งที่เธอน่ะไม่มีเรื่องอะไรให้ห่วงเลย ที่น่าห่วงตอนนี้ก็เรื่องของพี่สาวเธอนี่แหละ ที่ทำให้เธอนั้นคิดไม่ตกอยู่ในขณะนี้

จากนั้นอังคนาก็ไปส่งชลธิชาที่คอนโดแล้วเธอก็กลับมากับชวพร เพราะชลธิชานั้นต้องการความเป็นส่วนตัวทำให้สองสาวนั้นต้องกลับก่อน ส่วนชลธิชาก็รอพี่สาวของเธอมาหาที่คอนโด

สองชั่วโมงผ่านไป

แพรไหมก็มาหาน้องสาวที่คอนโดตามที่น้องสาวของเธอนั้นโทรไปหา พอเธอกดกริ่งเรียกแล้วน้องสาวก็มาเปิดประตูให้ เธอก็พูดทักทายน้องสาวไปก่อนจะพาร่างที่อุ้ยอ้ายของเธอนั้นเข้ามานั่งในห้องรับแขกของน้องสาว

“เฮ้อ…ถึงสักที…พรึบ…” แพรไหมค่อยนั่งลงที่โซฟาของน้องสาวแบบเหนื่อยๆเพราะเดินไปมาทั้งวันทำให้เธอนั้นปวดเอวไปหมดแล้ว 

“น้ำเย็นๆพี่ไหม…ขอโทษนะคะที่ธิชาให้พี่ไหมลำบากมาถึงที่นี่ แต่เรื่องที่ธิชาจะพูดมันสำคัญน่ะค่ะ ธิชาไม่อยากให้ใครรู้” ชลธิชาพูดบอกไปก็เอาน้ำวางให้พี่สาวของเธอ แล้วเธอก็นั่งลงข้างๆด้วยท่าทีจริงจัง

“เรื่องสำคัญอะไรกันเราถึงพูดที่อื่นไม่ได้น่ะ…ไหนบอกพี่มาสิ….กริ้งๆ….กริ้งๆ….อ่อ คุณคีรินเขาโทรมาน่ะ เดี๋ยวพี่ขอคุยกับเขาแปปนะ” แพรไหมเอ่ยถามน้องสาวไป แล้วอยู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเธอที่เธอถืออยู่นั้นก็ดังขึ้น เธอก็หงายหน้าจอมาดูเห็นว่าเป็นคีรินวีดิโอคลอมา เธอก็ขอน้องสาวรับสายสามีของเธอทันที

“ค่ะ…” ชลธิชาตอบไปสั้นๆ แล้วเธอก็นั่งนิ่งๆแล้วรอให้พี่สาวคุยกับคีรินให้เสร็จก่อน

“ว่าไงคะคุณพ่อสุดหล่อ ทำไมถึงโทรมาตอนนี้ได้ล่ะคะ…เสร็จประชุมแล้วเหรอคะ” แพรไหมเอ่ยพูดไปเสียงน่ารัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป