บทที่ 4 ใจร้ายเกินไป
จนชลธิชามองพี่สาวของเธอทันที เพราะเมื่อกี้พี่สาวของเธอพึ่งไปเจอภัคพลมา พี่สาวของเธอยังบอกรักภัคพลอย่างนั้นอย่างนี้อยู่เลย แล้วตอนนี้ก็มาพูดคุยกับคีรินเหมือนคนรักกัน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก เธอไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วพี่สาวของเธอนั้นเป็นคนยังไงกันแน่
“ผมพึ่งประชุมเสร็จเมื่อกี้น่ะ ก็คิดถึงคุณกับลูกเลย แล้วนี่คุณอยู่ที่ไหนเนี่ย คุณไม่ได้อยู่บ้านเหรอไหม…ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าช่วงนี้คุณไม่ต้องออกไปไหน คุณใกล้คลอดแล้วนะไหม…” คีรินเอ่ยตอบเธอไปแบบอ้อนๆ แล้วเขาก็รู้สึกว่าสถานที่ที่อยู่ตอนนี้มันไม่ใช่บ้านของเขา
“ไหมรู้ค่ะ ไหมแค่ออกมาหาธิชาน่ะค่ะ อยู่ที่บ้านมันน่าเบื่อนิคะ ทักทายน้องสาวไหมหน่อยสิคะ…” แพรไหมพูดตอบไปก็แพลนกล้องมาทางน้องสาวให้คีรินดู
“สวัสดีค่ะพี่คีริน…ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวธิชาไปส่งพี่ไหมที่บ้านเองค่ะ…” ชลธิชาก็เอ่ยทักทายแล้วยิ้มให้พี่เขยของเธอไป แล้วเธอก็รู้สึกสงสารคีรินอย่างบอกไม่ถูกเลย เพราะเขาดูรักพี่สาวของเธอมาก ถ้าเขารู้ว่าพี่สาวของเธอมีชู้แล้วเด็กในท้องยังเป็นลูกชู้อีก เขาจะเสียใจขนาดไหนนะ
คีรินก็มองน้องเมียของเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเธอ เพราะเธอนั้นหน้าตาสวยไม่แพ้พี่สาวของเธอเลย แต่เสียดายที่เธอนั้นไม่ได้เรียบร้อยและอ่อนโยนแบบแพรไหม เพราะเธอจะออกแนวเซ็กซี่แซ่บๆดูเป็นสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากๆ
“โอเค งั้นพี่ฝากดูแลไหมด้วยนะ แล้วก็อย่าพาไหมเขากลับดึกล่ะ…” คีรินพูดบอกไป เพราะเขาก็ไม่อยากจะขัดจังหวะของพี่น้องคุยกัน
“ได้ค่ะพี่คีริน…” ชลธิชาตอบไปแล้วก็ยิ้มให้ จากนั้นแพรไหมก็เอาโทรศัพท์หันมาคุยกับคีรินต่อทันที เพราะเธอคุยกับน้องสาวยังไม่จบ
“งั้นแค่นี้ก่อนนะคุณคีริน แล้วเดี๋ยวไหมถึงบ้านแล้วจะโทรไปหานะคะ…ตั้งใจทำงานนะคะ บ้ายบาย..จุ๊บ…”แพรไหมพูดไปก็ทำมือบ้ายบายใส่เขาแล้วก็ทำปากจู๋จุ๊บใส่เขาไป จนชลธิชานั้นมองพี่สาวของเธอแบบจดจ้องเลยทีเดียว
“โอเค แล้วเจอกันที่บ้านนะครับ…จุ๊บ จุ๊บ…จุ๊บ…ม๊วฟ…” คีรินพูดไปก็เอาหน้ามาใกล้กล้องแล้วจุ๊บใส่เธอรัวๆเลย จากนั้นเขาก็วางสายไป แพรไหมก็มองสายของเขาที่ตัดไปแล้วเธอก็เอาโทรศัพท์วางไว้ที่โต๊ะรับแขก แล้วก็หันมาหาน้องสาวของเธอ
“มา…ตอนนี้เรามาคุยกันต่อดีกว่า เมื่อกี้ธิชามีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่นะ เล่ามาเลยจ้ะ พี่พร้อมจะฟังแล้ว…” แพรไหมพูดไปก็มองน้องสาวของเธอแล้วก็ยิ้ม เพราะตอนนี้คงไม่มีใครมาขัดจังหวะของเธออีกและน้องสาวอีกแล้ว
ธิชาก็ทำหน้าอึกอักขึ้นมาทันทีเพราะพอถึงเวลาที่จะพูดกับพี่สาวของเธอจริงๆแล้วเธอก็รู้สึกกระดากปากที่จะพูด แต่ถ้าเธอไม่ห้ามปรามพี่สาวให้หยุดทำเรื่องนี้มันก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
“ก่อนหน้านี้ธิชาไปเจอพี่ไหมกับพี่ภามที่ร้านอาหารมาค่ะ ธิชาถึงอยากจะให้พี่ไหมมาคุยกับธิชาที่นี่…” ชลธิชาพูดออกไปแล้วเธอก็มองหน้าพี่สาวอย่างดูปฎิกิริยาของพี่สาวว่าจะว่าอย่างไร
“มันไม่มีอะไรหรอกธิชา พี่ก็แค่เจอกับภามเขาตามประสาเพื่อนเก่าเท่านั้น มันไม่ได้มีอะไรเลย…” แพรไหมได้ยินน้องสาวพูดว่าเจอเอและภัคพลที่ร้านอาหารแล้วใจเธอก็กระตุกวาบเลย ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปว่าเธอแค่เจอตามประสาเพื่อนเท่านั้น
“พี่ไหมยังจะโกหกธิชาอีกเหรอ ธิชาได้ยินที่พี่ไหมพูดกับพี่ภามหมดแล้วค่ะ ทั้งเรื่องการประมูล แล้วก็เรื่องเด็กในท้องว่าเป็นลูกของใครด้วยค่ะ…พี่ไหมทำแบบนี้ได้ยังไงคะ พี่ไหมมีสามีแล้วนะคะ พี่จะไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นจนท้องแบบนี้…” ธิชาพูดออกไปแล้วมองพี่สาวอย่างผิดหวัง…
“พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เลยนะธิชา…ตอนนั้นภามเขากลับมาขอคืนดีกับพี่แต่พี่รู้ตัวว่าพี่แต่งงานกับคุณคีรินเขาแล้ว พี่ก็ปฎิเขาแล้วนะธิชาแล้วภามเขาก็ยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับพี่ แต่ตอนที่คุณคีรินเขาไปดูงานที่ต่างประเทศ พี่ออกไปดื่มกับภามจนเราสองคนมีความสัมพันธ์กัน แล้วมันก็เกินเลยกันมาเรื่อยๆจนพี่ท้อง…แล้วพี่ก็รู้ตัวว่าพี่ยังรักภามเขาอยู่…” แพรไหมพูดอธิบายให้น้องสาวเธอฟังถึงต้นสายปลายเหตุทันที
“พี่ไหม…พี่พูดรักผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเองได้ยังไงคะ ตอนนี้ธิชาเหมือนไม่รู้จักพี่ไหมเลย พี่ไม่สงสารพี่คีรินเขาบ้างเหรอคะ เขารักพี่ไหมมากนะคะ..” ธิชาพูดออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าพี่สาวของเธอจะพูดออกมาแบบนี้ เธอจึงพูดต่อว่าพี่สาวไปอย่างอดไม่ได้
“พี่รู้ว่าคุณคีรินเขารักและดีกับพี่มาก…พี่ถึงไม่กล้าที่จะบอกความจริงกับเขาไง และพี่ก็ให้เขารู้เรื่องที่พี่ท้องกับภามเขาไม่ได้…เพราะฉะนั้นธิชาช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ไหม ถือว่าช่วยพี่นะธิชา.. ” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้าเศร้าๆออกมา เพราะถ้าเธอบอกความจริงกับเขาไป เขาต้องรับไม่ได้แน่ๆ และคนที่จะเดือดร้อนก็คือภัคพลคนรักของเธอ ซึ่งเธอยอมให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้
“ธิชาว่าพี่ไหมบอกความจริงแล้วหย่ากับคุณคีรินเขาเถอะค่ะ แล้วพี่ก็ไปอยู่กับพี่ภามผู้ชายที่พี่รักซะ ธิชาว่าแบบนั้นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วนะคะ…” ชลธิชาพูดบอกไปเพราะเธอไม่อยากจะช่วยพี่สาวโกหกในเรื่องที่มันผิดศีลธรรมอย่างนี้ ขนาดเธอไม่ใช่คีรินเธอยังรู้สึกเสียใจกับการกระทำของพี่สาวเลย
“แต่พี่ไม่อยากจะหย่ากับคุณคีริน…และพี่ก็ต้องการให้เด็กในท้องเป็นลูกของเขา…อย่างน้อยก็จนกว่าภามเขาจะมีสถานะที่มั่นคงกว่านี้ แล้วพี่จะหาโอกาสบอกความจริงกับคุณคีรินเขา…” แพรไหมพูดบอกไปด้วยเสียงจริงจัง เพราะตอนนี้สถานะของภัคพลยังไม่มั่นคงมากพอที่จะรับมือกับคีรินได้ เธอถึงพยายามที่จะช่วยให้ภัคพลเรื่องการประมูล
“พี่ไหมโคตรใจร้ายกับเขาเลยรู้ตัวไหมคะ…” ชลธิชาพูดออกไปด้วยเสียงผิดหวังที่พี่สาวของเธอทำอย่างนี้
“พี่จะใจร้ายยังไงมันก็เรื่องภายในครอบครัวของพี่…ธิชาก็ไม่ควรจะเข้ามายุ่ง…เพราะฉะนั้นลืมเรื่องนี้ไปซะ พี่ไม่เคยมีชู้และลูกในท้องของพี่คือลูกของคุณคีริน…แต่ถ้าธิชาอยากจะทำลายชีวิตพี่สาวตัวเองก็เอาเลย ไปบอกคุณคีรินเขาตอนนี้เลยก็ได้…พี่จะได้หย่ากับเขาแล้วถูกทุกคนตราหน้าว่ามีชู้ ทีนี้ก็คงอายไปยันพ่อแม่ของเรานู้นแหละ…” แพรไหมพูดบอกไปแล้วมองน้องสาวอย่างจดจ้อง เพราะเธอไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้น้องสาวของเธอนั้นเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้ว และเธอเชื่อว่าน้องสาวของเธอก็ต้องยอม
“ธิชาจะไม่พูดเรื่องนี้กับคุณคีรินหรือว่าใคร แต่พี่ไหมต้องเลิกติดต่อกับพี่ภามแล้วก็เลิกส่งข้อมูลการประมูลอะไรนั่นให้พี่ภามได้ไหมคะ…ธิชาอยากให้พี่เลิกทำเรื่องไม่ดีพวกนี้ซะ เพราะถ้าคุณคีรินเขาจับได้ขึ้นมา ต่อให้ธิชาไม่พูด เขาก็คงรู้ความจริงอยู่ดี…” ชลธิชาพูดออกไปอย่างต่อรองกับพี่สาวของเธออย่างอดไม่ได้
“อืม…พี่จะพยายาม…” แพรไหมพูดไปแล้วพยักหน้าเข้าใจ แต่เธอขอแค่อีกสองสามงานเธอก็จะพอแล้ว เพราะตอนนี้ภัคพลยังต้องการอีกหลายงาน บริษัทของเขาถึงจะฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง แล้วจากนั้นเธอก็จะกลับมาเป็นภรรยาที่ดีของคีริน
“ไม่ใช่ต้องพยายามค่ะ แต่พี่ต้องทำให้ได้ เพราะตอนนี้ธิชาเลือกที่จะไม่พูดอะไรแล้ว ต่อไปถ้าเกิดเรื่องอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับพี่ไหมแล้วล่ะค่ะว่าจะอยากให้ชีวิตตัวเองเป็นยังไง…” ชลธิชาพูดออกไปเพราะเธอเลือกที่จะเงียบแล้ว เธอก็หวังว่าพี่สาวของเธอจะเลิกทำเรื่องไม่ดีพวกนั้นซะ
“อืม…” แพรไหมพยักหน้าตอบไปอย่างเข้าใจที่น้องสาวพูด เพราะถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมาชีวิตของเธอพังแน่ๆ และเธอจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้
จากนั้นไม่นานชลธิชาก็ไปส่งพี่สาวของเธอกลับบ้านของคีริน แล้วเธอก็ขับรถออกมาทันทีเพราะมันก็เย็นแล้วเธอกลัวว่าจะเจอคีรินเขา เนื่องจากเรื่องที่พี่สาวของเธอทำมันทำให้เธอนั้นไม่กล้าที่จะมองหน้าของเขาเลย และเธอก็เลือกที่จะไปนั่งดื่มที่รูฟท็อปของโรงแรมสุดหรูอย่างต้องการระบายความอัดอั้นที่ต้องช่วยพี่สาวของเธอปิดบังเรื่องที่ไม่ดีเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้
สองชั่วโมงผ่านไป…
คีรินก็เดินเข้ามาในรูฟท็อปของโรงแรมที่เขานัดทานดินเนอร์กับลูกค้านั้นสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับสาวที่นั่งหันหลังอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์อย่างคุ้นๆ…ว่าเธอเหมือนใครสักคนที่เขารู้จัก
“คุณคีรินคะ ทางนี้ค่ะ…” ธนิตาสาวไฮโซคนสวยร้องเรียกคีรินหนุ่มนักธุรกิจชื่อดังที่เธอกำลังจะทำงานร่วมกับเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยกมือให้เขาได้เห็นว่าเธอนั่งอยู่ที่ไหน
คีรินก็หันหน้าไปมองตามเสียงเรียกแล้วเขาก็ยิ้มตอบไปทันที ก่อนจะละความสนใจจากผู้หญิงคนนั้นแล้วเขาก็เดินเข้าไปหาลูกค้าของเขาทันที
“สวัสดีครับคุณอุ้ม…ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับ…” คีรินพูดทักทายไปแล้วก็เข้าไปจับมือหญิงสาวเป็นการทักทายอย่างมีมารยาท
“ดีใจที่ได้เจอคุณเหมือนกันค่ะ…ไม่คิดเลยว่าฉันไม่ได้กลับไทยแค่ปีกว่าๆคุณก็แต่งงานไปซะแล้ว…ได้ข่าวว่าตอนนี้ภรรยาของคุณกำลังท้องใช่ไหมคะ ยินดีด้วยนะคะคุณคีริน…” ธนิตาพูดทักทายเขาไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะแซวเขาที่ตอนนี้ไม่โสดแล้ว มันก็ทำให้เธอนั้นใจแป้วไปเลยเพราะแอบชื่นชมในความหล่อและความสามารถของเขามานานแล้ว
“อ่อครับ…ขอบคุณมากครับ…แล้วนี่คือ…” คีรินพูดไปก็ยิ้มให้เธอไป ก่อนจะหันไปทางผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆธนิตาอย่างอยากรู้ว่าจะใช่คนที่เขาจะมาคุยธุรกิจด้วยหรือไม่
“อ่อ นี่คุณสเตฟานค่ะ…เขาเป็นซัพพายเออร์ที่ต้องการจะซื้อวัสดุก่อสร้างจากบริษัทของคุณค่ะ..คุณสเตฟานคะ นี่คุณคีรินค่ะ…เขาเป็นประธานบริษัทที่คุณอยากจะติดต่อซื้อวัสดุก่อสร้างค่ะ…” ธนิตาพูดแนะนำทั้งสองไปด้วยรอยยิ้ม
“โอ้..ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ไม่คิดเลยว่าประธานบริษัทจะมาพบผมด้วยตัวเองเลย เป็นเกียรติของผมมากๆเลยครับ…” สเตฟานพูดภาษาอังกฤษไปอย่างยินดีที่ได้เจอนักธุรกิจหนุ่ม
“เป็นเกียรติของผมเช่นกันครับ งานใหญ่แบบนี้แน่นอนว่าผมต้องมาด้วยตัวเองอยู่แล้วล่ะครับ…เชิญนั่งก่อนดีกว่าครับ เราจะได้พูดคุยเรื่องธุรกิจกันแบบสบายๆ…” คีรินพูดไปแบบเป็นกันเองแล้วเขาก็นั่งลงตรงข้ามกับสเตฟานและธนิตาที่เป็นพาร์เนอร์ทางธุรกิจร่วมกัน
