บทที่ 9 เมียคนอื่น

“คงไม่หรอกค่ะ เพราะคุณภามเขาไม่ใช่สเปคธิชา…” ชลธิชาพูดตอบไปแบบตรงๆ เพราะแค่ให้โกหกเธอก็ยังไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับผู้ชายแบบนี้เลย ทำให้ภัคพลนั้นทำหน้ายิ้มแห้งๆออกมาเลยทีเดียว

“ธิชา…พูดล้อเล่นอะไรน่ะหึ ดูหน้าคุณภามเขาสิ อย่าไปแกล้งเขาเลย เดี๋ยวเขาก็คิดว่าเราคิดจริงจังหรอก..” แพรไหมพูดแก้ต่างเสริมไป ก่อนจะมองชลธิชาที่ไม่ได้พูดเออออไปกับเธอเลยอย่างแอบโมโหในใจ

“ค่ะพี่ไหม…งั้นธิชาขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีธิชามีธุระน่ะค่ะคงอยู่เฝ้าไม่ได้ สวัสดีค่ะ…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วก็ยกมือไหว้คีรินแล้วเธอก็เดินออกไปแบบไม่สนใจใครเลย 

“อ่อ ถ้าน้องธิชากลับแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ…หายไวๆนะครับคุณไหม..” ภัคพลเห็นชลธิชาเดินออกไปแบบนั้น เขาก็คิดว่าเขาก็ควรจะออกไปด้วย เขาจึงเอ่ยพูดกับคีรินและแพรไหมไป ก่อนจะอวยพรให้แพรไหมนั้นหายไวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน 

“ขอบคุณค่ะคุณภาม…” แพรไหมพูดตอบไปด้วยรอยยิ้มให้เขา แล้วจากนั้นภัคพลก็เดินตามชลธิชาออกไปจากห้องทันที

ซึ่งทุกอย่างก็ล้วนอยู่ในสายตาของคีรินทั้งหมด เพราะเขารู้สึกเหมือนกับว่าชลธิชานั้นไม่ได้สนใจอะไรนายภัคพลนี่เลยสักนิดเดียว 

“ผมว่ามันดูแปลกๆนะคุณ” คีรินพูดออกไปเมื่อประตูห้องปิดลงแล้วเหลือแค่เขาและแพรไหมอยู่

“หึ…? ปะ…แปลกยังไงเหรอคะ ไหมว่าก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลยนิคะ” แพรไหมหันไปมองทางคีรินแล้วเอ่ยถามเขาด้วยสีหน้าลุ้นๆ ว่าเขาคิดว่ามันแปลกอะไร

“ผมรู้สึกเหมือนกับว่าธิชาไม่ได้สนใจอะไรนายคนนี้เลยนะคุณ…แล้วธิชาเขาจะพาผู้ชายคนนี้มาที่นี่ทำไมกัน..แล้วไหนจะเมื่อกี้ที่ธิชาเสียงดังอีก สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันไหม…” คีรินพูดออกไปเพราะเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“อ่อ เมื่อกี้ที่ธิชาเสียงดังก็เพราะงอนคุณภามเขานั่นแหละค่ะ ไม่งั้นจะพูดจาประชดประชันจนคุณภามเขาต้องตามไปง้อแบบนั้นเหรอคะ…ไหมว่าคุณไม่ต้องสนใจเรื่องธิชากับคุณภามเขาหรอกค่ะ คุณกลับมาเอาโทรศัพท์กับเอกสารไม่ใช่เหรอคะ รีบเอาไปแล้วก็รีบไปเถอะค่ะ มามัวคุยกันตรงนี้เดี๋ยวคุณก็ไปไม่ทันหรอกค่ะ” แพรไหมพูดบอกไปก็รีบบอกให้เขาไปทำงานทันที เพราะไม่อย่างนั้นเธอคงต้องตอบคำถามเขาไม่หยุดแน่ๆ จะอยากรู้เรื่องของยัยธิชาอะไรนักหนา

“อืม…ผมลืมไปเลย…งั้นผมไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวผมจะให้พยาบาลพิเศษเขามาอยู่เป็นเพื่อนคุณจนกว่าผมจะกลับมา…จุ๊บ…รอผมนะ…” คีรินพูดบอกไปแบบเป็นห่วงเธอ ก่อนจะเข้าไปจุ๊บที่หน้าผากของเธออย่างรักใคร่

“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” แพรไหมพูดตอบเขาไปก็ยิ้มให้เขาอย่างสดใส เพราะเขาจะไปแล้วมันทำให้เธอนั้นรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีเลย จากนั้นคีรินก็เอามือขยี้ผมเธอแบบเอ็นดูแล้วเขาก็เดินออกไปจากห้องพักของภรรยาของเขาทันที

ด้านชลธิชาที่เดินมาที่ลานจอดรถด้วยท่าทางหงุดหงิดใจนั้นก็บ่นมาตลอดทางกับเรื่องที่พี่สาวเอาเธอไปอ้างว่าภัคพลมาตามจีบแบบนั้นอย่างไม่ชอบใจ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะดึงเธอเข้าไปเกี่ยวแบบนั้นเลย

“น้องธิชาเดี๋ยวก่อน…อย่าพึ่งไป…” ภัคพลวิ่งตามเธอมาที่รถแล้วเขาก็ทำท่าทางหอบๆแล้วมาหยุดที่หน้าของชลธิชาไป

“มีอะไรอีกคะพี่ภาม…แค่นี้ยังไม่พอใจกันอีกเหรอคะ…” ชลธิชาหันไปหาภัคพลแล้วเธอก็มองแบบไม่ชอบเขาอย่างชัดเจน 

“พี่อยากจะมาขอโทษที่เมื่อกี้พี่กับไหมใช้ธิชาเป็นข้ออ้างแบบนั้น พี่ขอโทษจริงๆนะธิชา…พี่เองก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนั้น แต่เมื่อกี้สถานการณ์มันบีบบังคับจริงๆ…แต่ยังไงพี่ก็ขอบคุณที่ธิชานะที่ได้บอกความจริงกับคุณคีรินเขาไป…” ภัคพลพูดออกไปแล้วเขาก็พยักหน้าลงอย่างขอโทษเธอด้วยใจจริงๆ

“ที่ธิชาไม่พูดก็เพราะพี่ไหมคือพี่สาวคนเดียวของธิชา ธิชาไม่อยากเห็นชีวิตของพี่สาวตัวเองต้องพังเพียงเพราะคำพูดของธิชา ดังนั้นธิชาขอนะคะพี่ภาม พี่เลิกยุ่งกับพี่ไหมเขาซะ อย่าเป็นชู้กับเมียคนอื่นเขาแบบนี้เลยค่ะ…เพราะถ้าต่อไปพี่คีรินเขาสงสัยอะไร ธิชาคงจะช่วยพวกพี่ไม่ได้แล้วนะคะ” ชลธิชาพูดบอกไป เพราะเธอไม่อยากจะเจอสถานการณ์ฉุกเฉินแบบเมื่อกี้อีก

“อืม….พี่รู้ธิชา…พี่จะพยายามห่างกับไหมเขาให้ได้…” ภัคพลพูดบอกไปแล้วก็ก้มหน้าลงแบบเศร้าๆ เพราะเขารักแพรไหม และการที่จะให้เขาเลิกติดต่อกับเธอมันก็เหมือนทำร้ายหัวใจของตัวเอง

“ไม่ใช่แค่พยายามค่ะ แต่พี่ต้องทำให้ได้…อ่อ อีกเรื่องนะคะที่ธิชาอยากจะบอกพี่…ถ้าพี่รักพี่ไหมเขาจริงๆก็อย่าใช้เขาเป็นเครื่องมือในการเอาข้อมูลการประมูลของพี่คีรินเขามาให้ตัวเองเลยนะคะ แบบนี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชายสักนิด หยุดเป็นเห็บเป็นเหาในชีวิตของพี่ไหมเขาได้แล้วค่ะ…ขอตัวนะคะ…” ชลธิชาพูดต่อว่าเขาออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมกับด่าเขาไปในตอนท้ายแล้วเธอก็เปิดประตูรถของเธอแล้วเข้าไปนั่งแล้วเธอก็ปิดประตูรถใส่เขาอย่างแรง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ภัคพลที่ถูกชลธิชาด่าแบบไม่ไว้หน้าอย่างนั้นก็ยืนกำหมัดแน่น เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะให้แพรไหมทำแบบนั้นเลย แต่บริษัทของเขากำลังแย่ เขาจำเป็นต้องได้งานหลายๆตัวเพื่อฟื้นฟูธุรกิจของเขา และถ้าเขาทำสำเร็จเขาก็จะสามารถดูแลเธอและลูกได้ 

ด้านคีรินที่เดินออกมาจะขึ้นรถนั้นก็ยืนมองชลธิชาพูดคุยกับภัคพลเหมือนคนที่กำลังมีปัญหากัน จนกระทั่งชลธิชาขับรถออกไปแล้วภัคพลก็มองตามเธอด้วยสีหน้าเศร้าๆแบบนั้นแล้ว เขาก็คิดว่าทั้งสองคงจะงอนกันแบบที่แพรไหมบอกก่อนหน้านี้จริงๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะไปยุ่งวุ่นวายด้วย ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของคนสองคนไปก็แล้วกัน…

จากนั้นชลธิชาก็ชวนเพื่อนๆของเธอออกไปดื่มเหล้าอย่างต้องการระบายความอัดแน่นในใจที่เธอนั้นไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้ พอถึงคลับหรูซึ่งมีห้องคาราโอเกะแบบส่วนตัวให้ ชลธิชาก็ดื่มแบบหนักๆแล้วก็ไปยืนร้องเพลงและเต้นแบบเมามันส์กับหนุ่มๆที่เรียกมาเอนเตอร์เทรน จนชวพรและอังคณาที่มากับเพื่อนสาวนั้นถึงกับเอามือปิดหูกันเลยทีเดียวกับเสียงร้องเพลงของเพื่อนสาวในตอนนี้

“นี่ยัยธิชามันต้องมีเรื่องเครียดอะไรแน่นอนเลยแก ไม่งั้นมันไม่แหกปากร้องเพลงไม่เข้าทำนองขนาดนี้หรอก…แกเข้าไปถามยัยธิชาสิว่ามันมีปัญหาอะไร เผื่อเราสองคนจะช่วยมันได้” อังคณาพูดไปอย่างสังเกตท่าทางของเพื่อนสาวที่เหมือนปลดปล่อยตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

“แกทำเหมือนไม่รู้จักนิสัยของยัยธิชางั้นแหละ เรื่องไหนที่มันอยากจะบอกมันก็บอกเราเองแหละ แต่ถ้าเรื่องไหนที่มันไม่อยากจะบอก ต่อให้แกไปเอามีดจี้คอมันก็ไม่พูดหรอก ปล่อยมันระบายไปเถอะแก…แต่วันนี้ฉันอยู่ได้ไม่นานนะ พี่โกสินทร์เขากลับมาคืนนี้พอดี…ฉันต้องไปรับเขาที่สนามบิน…แกก็ดูแลยัยธิชามันดีๆล่ะ” ชวพรพูดบอกไปแล้วเอามือกอดหน้าอกมองเพื่อนสาวไปแบบเป็นห่วง เพราะคืนนี้เธอไม่ได้อยู่ด้วยนานเพราะต้องไปรับแฟนหนุ่มที่กลับมาจากต่างประเทศ

“เออ ฉันดูแลมันอยู่แล้วแหละแก ฉันไม่ได้ดื่มจนเมาแบบยัยธิชาสักหน่อย…” อังคณาพูดบอกไปเพราะปกติชวพรจะแบกพวกเธอกลับ แต่ดูท่าวันนี้จะเป็นหน้าที่ของเธอซะแล้วที่จะต้องแบกตัวเองและเพื่อนกลับน่ะ

“สวรรค์มีตา ฟ้าก็มีหัวอก เปิดประตูนรกรับคนเลวทั้งสอง อยากจะเชือดใจมาใส่โถยาดอง เธอมันกิ้งก่าทอง เธอมันนางสองใจ…”ชลธิชาก็ร้องตามเนื้อเพลงกิ้งก่าทองของธันวาราศีธนูไปอย่างสะใจเหมือนเธอได้ด่าคน เธอก็ร้องออกมาอย่างเสียงดังเลย จนชวพรและอังคณานั้นทำหน้าเหวอไปเลย

“วันนี้ยัยธิชามันมาอารมณ์ไหนของมันเนี่ย เอาแต่ร้องเพลงแนวแฟนมีชู้อยู่นั่นแหละ นี่ยัยธิชามันจะแอบมีแฟนหรือเปล่าอ่ะแก…” ชวพรพูดออกไปแบบสงสัย เพราะเธอนั่งฟังมันร้องเพลงแนวลูกทุ่งด่าทอพวกแฟนมีชู้มาตั้งแต่แรกเลยนะ

“มันจะเอาเวลาที่ไหนไปมีอ่ะ วันๆมันก็เที่ยวบาร์โฮสต์อยู่กับพวกเราเนี่ย ใครมาจีบมันก็ไม่สนใจใครเลยสักคน มันคงเมาแหละมั้งแก” อังคณาพูดตอบไปแบบเดาๆ เพราะยากที่คนอย่างชลธิชาน่ะจะมีแฟน เพราะมันเลือกเยอะซะขนาดนี้ มันจะไปมีได้ยังไงล่ะ

“งั้นแกกับฉันก็คงต้องทนฟังมันร้องเพลงต่อไปแล้วล่ะ… น้อง เบาเสียงไมค์ของเพื่อนพี่ลงหน่อยสิ” ชวพรพูดไปก็เรียกหนุ่มบาร์โฮสที่นั่งชงเหล้าให้เธอนั้นไปลดเสียงไมค์ของเพื่อนสาวลง เพราะทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป