บทที่ 6 เจอตำรวจ
จากนั้นชลธิชาก็ชวนเพื่อนๆของเธอออกไปดื่มเหล้าอย่างต้องการระบายความอัดแน่นในใจที่เธอนั้นไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้ พอถึงคลับหรูซึ่งมีห้องคาราโอเกะแบบส่วนตัวให้ ชลธิชาก็ดื่มแบบหนักๆแล้วก็ไปยืนร้องเพลงและเต้นแบบเมามันส์กับหนุ่มๆที่เรียกมาเอนเตอร์เทรน จนชวพรและอังคณาที่มากับเพื่อนสาวนั้นถึงกับเอามือปิดหูกันเลยทีเดียวกับเสียงร้องเพลงของเพื่อนสาวในตอนนี้
“นี่ยัยธิชามันต้องมีเรื่องเครียดอะไรแน่นอนเลยแก ไม่งั้นมันไม่แหกปากร้องเพลงไม่เข้าทำนองขนาดนี้หรอก…แกเข้าไปถามยัยธิชาสิว่ามันมีปัญหาอะไร เผื่อเราสองคนจะช่วยมันได้” อังคณาพูดไปอย่างสังเกตท่าทางของเพื่อนสาวที่เหมือนปลดปล่อยตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
“แกทำเหมือนไม่รู้จักนิสัยของยัยธิชางั้นแหละ เรื่องไหนที่มันอยากจะบอกมันก็บอกเราเองแหละ แต่ถ้าเรื่องไหนที่มันไม่อยากจะบอก ต่อให้แกไปเอามีดจี้คอมันก็ไม่พูดหรอก ปล่อยมันระบายไปเถอะแก…แต่วันนี้ฉันอยู่ได้ไม่นานนะ พี่โกสินทร์เขากลับมาคืนนี้พอดี…ฉันต้องไปรับเขาที่สนามบิน…แกก็ดูแลยัยธิชามันดีๆล่ะ” ชวพรพูดบอกไปแล้วเอามือกอดหน้าอกมองเพื่อนสาวไปแบบเป็นห่วง เพราะคืนนี้เธอไม่ได้อยู่ด้วยนานเพราะต้องไปรับแฟนหนุ่มที่กลับมาจากต่างประเทศ
“เออ ฉันดูแลมันอยู่แล้วแหละแก ฉันไม่ได้ดื่มจนเมาแบบยัยธิชาสักหน่อย…” อังคณาพูดบอกไปเพราะปกติชวพรจะแบกพวกเธอกลับ แต่ดูท่าวันนี้จะเป็นหน้าที่ของเธอซะแล้วที่จะต้องแบกตัวเองและเพื่อนกลับน่ะ
“สวรรค์มีตา ฟ้าก็มีหัวอก เปิดประตูนรกรับคนเลวทั้งสอง อยากจะเชือดใจมาใส่โถยาดอง เธอมันกิ้งก่าทอง เธอมันนางสองใจ…”ชลธิชาก็ร้องตามเนื้อเพลงกิ้งก่าทองของธันวาราศีธนูไปอย่างสะใจเหมือนเธอได้ด่าคน เธอก็ร้องออกมาอย่างเสียงดังเลย จนชวพรและอังคณานั้นทำหน้าเหวอไปเลย
“วันนี้ยัยธิชามันมาอารมณ์ไหนของมันเนี่ย เอาแต่ร้องเพลงแนวแฟนมีชู้อยู่นั่นแหละ นี่ยัยธิชามันจะแอบมีแฟนหรือเปล่าอ่ะแก…” ชวพรพูดออกไปแบบสงสัย เพราะเธอนั่งฟังมันร้องเพลงแนวลูกทุ่งด่าทอพวกแฟนมีชู้มาตั้งแต่แรกเลยนะ
“มันจะเอาเวลาที่ไหนไปมีอ่ะ วันๆมันก็เที่ยวบาร์โฮสต์อยู่กับพวกเราเนี่ย ใครมาจีบมันก็ไม่สนใจใครเลยสักคน มันคงเมาแหละมั้งแก” อังคณาพูดตอบไปแบบเดาๆ เพราะยากที่คนอย่างชลธิชาน่ะจะมีแฟน เพราะมันเลือกเยอะซะขนาดนี้ มันจะไปมีได้ยังไงล่ะ
“งั้นแกกับฉันก็คงต้องทนฟังมันร้องเพลงต่อไปแล้วล่ะ… น้อง เบาเสียงไมค์ของเพื่อนพี่ลงหน่อยสิ” ชวพรพูดไปก็เรียกหนุ่มบาร์โฮสที่นั่งชงเหล้าให้เธอนั้นไปลดเสียงไมค์ของเพื่อนสาวลง เพราะทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว
จากนั้นสองสาวก็ปล่อยให้ชลธิชาได้ระบายอารมณ์อย่างเต็มที่จนผ่านชั่วโมงกว่าๆชวพรก็ออกไปรับแฟนของเธอที่สนามบิน ทำให้เหลือชลธิชาและอังคณากับพวกหนุ่มๆบาร์โฮสที่จ้างมานั่งเอนเตอร์เทรนสามคน อังคณาก็นั่งออเซาะเด็กหนุ่มของเธอไปแบบเมาๆ ส่วนชลธิชาก็ร้องเพลงไปกับหนุ่มๆทั้งสองไปจนกระทั่งมีคนเปิดประตูเข้ามาแล้วกดปิดเพลงคาราโอเกะจนชลธิชานั้นหันไปมองอย่างไม่พอใจ
“ขออนุญาตครับ ผมได้รับแจ้งว่าที่นี่มีเด็กอายุต่ำกว่า18ปีทำงานอยู่ ทางตำรวจจึงออกหมายค้นสถานบันเทิงแห่งนี้ครับ กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ…ขอบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคนหน่อยครับ…” เนวินเปิดประตูเข้ามาในห้องคาราโอเกะวีไอพีนี่แล้วพูดออกไป พร้อมกับมองไปที่ลูกค้าสาวคนหนึ่งยืนร้องเพลงอยู่ ส่วนอีกคนก็นั่งซบกับหนุ่มบาร์โฮสหน้าตาดีอย่างเมาๆ
“คะ?... อ่อคุณตำรวจเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ น้องๆที่ฉันเลือกมาทางร้านบอกว่าอายุเกินยี่สิบกันหมดแล้วนะคะ…” ชลธิชาที่ได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยพูดตอบไปแบบมั่นใจทันที เพราะหนุ่มๆที่เธอเลือกมาน่ะอายุไม่ต่ำกว่า18ปีแน่นอน
“งั้นผมขอตรวจบัตรประชาชนของน้องเขาแล้วก็คุณกับเพื่อนด้วยนะครับ ผมต้องตรวจตามหน้าที่ครับ” เนวินเอ่ยพูดบอกไปก็มองหน้าของผู้หญิงที่พูดกับเขาอย่างคุ้นๆหน้า แต่ในนี้แสงไฟมันสลัวๆหลากสีจนเขานั้นไม่แน่ใจว่าเขาเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า
“อ่อ ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ…เดี๋ยวฉันเอาบัตรให้ดูค่ะ…น้องๆ เอาบัตรของน้องๆให้คุณตำตรวจเขาดูสิ…ยังเนย เอาบัตรของแกไปให้คุณตำรวจเขาดูด้วย…” ชลธิชาพูดบอกไปแบบสร่างเมาเลย ดีนะที่เธอไม่ได้ดื่มมากเลยพอมีสติที่จะจัดการเรื่องนี้อยู่ เธอก็เอ่ยบอกพวกหนุ่มๆไปแล้วเธอก็เดินไปเอากระบัตรในกระเป๋าของเธอมา แล้วพวกหนุ่มๆก็เอาบัตรไปให้เจ้าหน้าที่ตำตรวจตรวจทันที
“อื้อ…ตำรวจจริงหรือเปล่าเนี่ยคุณ…ทำไมไม่เห็นจะใส่ชุดตำรวจมาเลย…พรึบ…” อังคณาที่เมาแล้วก็ลุกขึ้นไปหาตำรวจคนนี้พร้อมกับบัตรประชาชนของเธอ ก่อนจะมองหน้าตำรวจคนนี้แบบจดจ้อง แล้วออร่าความหล่อของตำรวจหนุ่มตรงหน้าก็สว่างจ้าเลย เธอจึงเอามือไปจับที่หน้าอกของเขาแล้วเอ่ยพูดออกไป
เนวินก็มองหญิงสาวที่เดินมาหาเขาก็ยอมรับเลยว่าเธอนั้นสวยมาก สวยจนเขาไม่คิดว่าเธอจะมาเที่ยวในสถานที่อโคจรแบบนี้ ดูท่าจะเป็นสายปาร์ตี้แน่ๆ เนวินคิดไปก่อนจะทำหน้าตกใจออกมาเมื่อเธอเข้ามาแตะที่หน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว
“อื้อหือ…ตำรวจสมัยนี้หล่อจังเลยนะคะ หุ่นล่ำแน่นมือเชียว…ตัวก็ห้อมหอม…มีแฟนหรือยังคะ…” อังคณาพูดออกไปด้วยท่าทางเมามาย แล้วเธอก็เอาหน้าเข้าไปดมกลิ่นกายหอมๆของเขาแล้วก็เอาหัวซบหน้าอกของตำรวจหนุ่มแล้วเอามือลูบไล้ที่หน้าอกของเขาแบบชอบใจ
“หึๆ…” เสียงหัวเราะของกีรติผู้หมวดหนุ่มที่ติดตามเจ้านายมาตรวจงานนั้นถึงกับอดขำไม่ได้ เมื่อผู้กองของเขานั้นโดนสาวแตะอั๋งเข้าให้ จนเนวินนั้นหันมาทำหน้าดุใส่ลูกน้องทันทีที่มาขำเขา
“ถ้าคุณไม่อยากจะโดนข้อหาลวนลามเจ้าหน้าที่พนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ก็ช่วยเอามือออกไปจากตัวผมด้วยครับ” เนวินพูดบอกไปก็เลือกที่จะเมินหน้าไปมองหญิงสาวตรงหน้า เพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงที่ถึงเนื้อถึงตัวเขาแบบนี้เลย
“ยัยเนย….มันใช่เวลาที่แกจะมาจีบตำรวจไหมเนี่ย….ออกมานี่เลยแก เดี๋ยวก็โดนจับข้อหาลวนลามเขาหรอก มานี่…” ชลธิชาเข้าไปดึงแขนเพื่อนสาวให้กลับมาหาเธอ เพราะเธอคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ แต่เธอรู้สึกคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้ยังไงไม่รู้เหมือนเคยเจอที่ไหนสักที่
“อื้อแก…ก็เขาหล่ออ่ะ ฉันอยากได้เขามาเป็นแฟน…ฉันอยากโดนคุณตำตรวจสุดหล่อคนนี้จับขึงกับเตียงอ่ะแก….คงจะแซ่บน่าดูเลย” อังคณาเข้าไปซบเพื่อนสาวแล้วพูดบอกไปด้วยสีหน้ายิ้มเคลิบเคลิ้มแบบเมาๆ จนชลธิชานั้นอายกับคำพูดของเพื่อนสาวตอนนี้เลยจริงๆ
ส่วนเนวินพอเจอคำพูดของหญิงสาวไปแบบนั้นก็ถึงกับเขินหน้าแดงจนไปเป็นเป็นเลยทีเดียว เกิดมาเขาก็พึ่งจะเคยเจอผู้หญิงน่าไม่อายแบบนี้ พูดออกมาได้ยังไงกัน คิดไปแล้วเนวินก็ทำหน้าตึงๆออกมาทันที ส่วนลูกน้องของเขานั้นก็แอบหัวเราะเขาอยุ่ข้างหลังจนเขาต้องหันไปดุทางสายตาเลยทีเดียว
“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีเพื่อนของฉันเขาเมาน่ะ ก็เลยพูดอะไรไปไม่ทันคิด…คุณตำรวจอย่าถือสาเพื่อนของฉันเลยนะคะ นี่บัตรของฉันกับเพื่อนค่ะ…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มแห้งๆไป เพราะเธอก็อายเหมือนกัน
“ครับ…” เนวินพูดตอบไปแบบสั้นๆแล้วเขาก็ดูบัตรประชาชนของหญิงสาวที่เขาที่มาแตะอั๋งเขาทันที นางสาวอังคณา อรุณพงศ์ พอได้ยินนามสกุลของหญิงสาวคนนี้แล้วเนวินก็เงยหน้ามองเธอทันที เพราะมันเป็นนามสกุลที่อยู่ในแวดวงไฮโซนี่แหละ ถ้าเขาจำไม่ผิดก็น่าจะเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกอาหารอะไรพวกนี้ เนวินคิดไปก็มองอย่างละเอียดก็เห็นว่าเธออายุเกินหน้าตาไปหลายปีเลย เพราะเธออายุยี่สิบแปดแล้วแต่หน้าตาของเธอยังดูสาวอยู่เลย
จากนั้นเนวินก็ดูของหญิงสาวอีกคนต่อทันที แล้วเขาก็ไปสะดุดกับนามสุกลของหญิงสาวทันที เพราะเมียของเพื่อนเขาก็ใช้นามสกุลพิธรรมไทเช่นกัน เขาจึงมองหญิงสาวคนนี้แบบจดจ้องเลยทีเดียว ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“คุณเป็นอะไรกับคุณแพรไหม พิธรรมไทครับ…” เนวินเอ่ยถามออกไปอย่างต้องการคลายความสงสัยของตัวเอง
“อ่อ ฉันเป็นน้องสาวของพี่ไหมค่ะ คุณรู้จักพี่สาวของฉันด้วยหรือคะ” ชลธิชาเอ่ยถามออกไปอย่างอยากรู้ว่าเขารู้จักพี่สาวของเธอด้วยเหรอก เขาถึงเอ่ยถามเธอแบบนี้ นี่เขาคงไม่ใช่กิ๊กอีกคนของพี่สาวของเธอหรอกนะ
“ครับ ผมเนวินครับ เป็นเพื่อนกับสามีของคุณไหม…” เนวินพูดตอบไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะเธอไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลย ถึงว่าทำไมเขาถึงได้คุ้นๆหน้าของเธอนัก คีรินเคยเล่าให้ฟังว่าน้องเมียของมันนั้นชอบเที่ยวบาร์โฮส ตอนนี้เขาเชื่อแล้วล่ะว่าเธอชอบเที่ยวแบบนี้จริงๆ
“เพื่อนสามีของพี่ไหมเหรอคะ” ชลธิชาเอ่ยถามออกไป เพราะเธอไม่รู้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนกับพี่คีรินหรือว่าพี่ภามกันแน่ ก็พี่สาวเธอมีผัวสองคนนิ เธอจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาน่ะเป็นเพื่อนกับใคร เดี๋ยวเธอปล่อยโป๊ะขึ้นมาอีกก็แย่น่ะสิ
“ก็คีรินไงครับ จะให้มีใครอีกอย่างนั้นเหรอ… อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้จักพี่เขยของตัวเองเหรอครับ” เนวินพูดออกไปแล้วมองหน้าชลธิชาอย่างแปลกใจว่าเธอไม่รู้จักพี่เขยของเธองั้นเหรอ
