บทที่ 3 สัมผัสแรกของนักกายภาพและรอยอดีต

ตอนที่ 3: สัมผัสแรกของนักกายภาพและรอยอดีต

เมื่อคนไข้ตรงหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งเรียบ มันดุจดังสายฟ้าที่ช่วยดึงสติของพราวที่หลุดลอยไปให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

"ขออภัยด้วยนะคะ พอดีพราวจำคนผิดน่ะค่ะ"

พราวรีบปรับสีหน้า ข่มความตื่นตระหนกและรอยโหยหาที่เพิ่งเข้ามากระแทกหัวใจเอาไว้ลึกที่สุด ก่อนจะส่งรอยยิ้มบริสุทธิ์และเป็นกันเองไปให้คนไข้ตรงหน้าอย่างมืออาชีพ

"คนไข้ชื่อคุณภาคินทร์ใช่ไหมคะ?"

"ใช่ครับ... เรียกผมว่าภาคก็ได้ครับ" น้ำเสียงทุ้มเรียบตอบกลับมา พร้อมขมวดคิ้วมองเธอน้อยๆ ด้วยความสงสัย

"ได้ค่ะคุณภาค พราวนะคะ มัญชุอร เป็นนักกายภาพบำบัดที่จะมาช่วยดูแลเคสของคุณภาคในวันนี้ค่ะ"

ยามที่ดวงตาคู่สวยสบประสานเข้ากับสายตาของภาคินทร์ รอยยิ้มละมุนที่ระบายบนใบหน้าอิ่มเอิบยิ่งขับเน้นผิวขาวผ่องออร่าโดดเด่นสะดุดตา เรือนผมยาวสลวยสีดำเงางามทิ้งตัวคลุมไหล่ สอดรับกับรูปร่างโปร่งเพรียวสมส่วนภายใต้เสื้อกาวน์กายภาพบำบัด ท่าทางที่ดูเท่ ทันสมัย ทว่าซ่อนความอบอุ่นอ่อนหวานไว้ภายใน สะกดสายตาของภาคินทร์ให้อยู่หมัดจนยากจะถอนสายตา

รอยยิ้มบริสุทธิ์ของนักกายภาพสาวคนนี้ฉายความสดใสจนสามารถทลายความเงียบขรึมและกรอบแผลใจอันชาชินของเขาลงได้ชั่วขณะ หัวใจที่เคยปิดตายของวิศวกรหนุ่มถึงกับกระตุกไหวโดยไม่ทันตั้งตัว

"ผมมีอาการเจ็บจี๊ดตรงหัวไหล่ซ้าย ลามลงมาถึงต้นแขนครับ เวลาทำงานเอกสารหรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ จะปวดและเกร็งไปทั้งแขนเลย" ภาคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบ แต่สายตายังคงกวาดมองใบหน้าเนียนหวานของเธออย่างพิจารณา

"เคสนี้เป็นอาการของออฟฟิศซินโดรมขั้นรุนแรงเลยค่ะ กล้ามเนื้อช่วงบ่าบวมและตึงเกร็งสะสมจนเริ่มกดทับเส้นประสาทแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยววันนี้พราวจะช่วยคลายกล้ามเนื้อเบื้องต้นและจัดโปรแกรมรักษาให้เข้าที่เองค่ะ"

พราวพูดด้วยน้ำเสียงสดใสและเป็นกันเอง มือเรียวเริ่มลงมือนวดเฟ้นและคลึงกดจุดอย่างมืออาชีพ ก่อนจะหยิบหัวทรานส์ดิวเซอร์ของเครื่องอัลตราซาวนด์รักษามาทาเจลเย็น แล้วค่อยๆ วนกดเน้นบริเวณกล้ามเนื้อบ่าลามไปจนถึงต้นแขนซ้ายของเขาอย่างเบามือทว่าแม่นยำตรงจุด

สัมผัสที่ทั้งนุ่มนวลและตรงจุดทำเอาภาคินทร์เผลอผ่อนคลายลมหายใจออกมา ความเครียดสะสมจากงานและบาดแผลทางใจที่เคยหนักอึ้งค่อยๆ มลายหายไปชั่วครู่ สายตาคู่คมที่มักจะบึ้งตึงเย็นชาเริ่มทอดมองใบหน้าหวานของนักกายภาพสาวที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคิวปิด รอยยิ้มจริงใจและท่าทางใส่ใจอย่างเป็นธรรมชาติตามฉบับของเธอ ทำให้เขาแอบมองและเผลอพิศมองริมฝีปากอิ่มที่ยิ้มแย้มนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ในอก

"เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ! หลังจากคลายเส้นและทำอัลตราซาวนด์วันนี้ อาการน่าจะเบาลงไปเยอะเลยนะคะ แต่ยังไงคุณภาคก็ต้องมาทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องอีกสักระยะนะคะ จะได้หายขาดและไม่กลับมาปวดเกร็งซ้ำอีก"

พราวผละมือออกจากบ่าหนา หันกลับมาสบตาเขาตรงๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานกว้างอย่างเป็นกันเอง แววตาของเธอสุกใสเปล่งประกายจนคนมองแอบใจสั่น

"ถ้าอย่างนั้น พราวนัดคนไข้เคสถัดไปวันที่ 16 เวลาบ่ายโมงตรงนะคะ"

ภาคินทร์พยักหน้ารับคำนิ่งๆ ตามนิสัยติดขรึม ทว่าสายตาคู่คมที่ใช้มองใบหน้าเนียนหวานกลับฉายแววอบอุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ความนุ่มนวลและใส่ใจของเธอเริ่มชะล้างความตึงเครียดจากงานที่แบกรับมาทั้งวันให้มลายหายไป

"ครับ... วันที่ 16 บ่ายโมงตรง ผมจะมาตรงเวลาตามนัดครับ"

ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกจากห้อง ทว่าเท้าคู่ยาวกลับชะงักลง เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหาเธออีกครั้ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบ แต่แววตาฉายความตั้งใจชัดเจนอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน

"อ๋อ... หมอพราวครับ พอดีผมขอไลน์ไว้หน่อยได้ไหมครับ? เผื่อมีข้อสงสัยเรื่องการบริหารกล้ามเนื้อเพิ่มเติมที่บ้าน จะได้สอบถามหมอพราวโดยตรง"

"ยินดีเลยค่ะคุณภาค!"

พราวตอบรับทันทีโดยไร้ความลังเล สัญชาตญาณความใส่ใจคนไข้ทำให้เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดหน้าคิวอาร์โค้ด แล้วยื่นส่งให้เขาพร้อมรอยยิ้มหวานสดใสประจำตัว รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูสว่างไสวขึ้นมาในทันตา

ภาคินทร์รับโทรศัพท์มาสแกนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งคืนให้เธอ มือหนาเผลอสัมผัสถูกนิ้วเรียวเบาๆ นำพาความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งวิ่งผ่านเข้าสู่หัวใจ รอยยิ้มหวานละมุนที่ส่งมาจากริมฝีปากอิ่มตรงหน้า ฉายความสดใสอบอุ่นจนสามารถทลายกำแพงแผลใจอันชาชินที่เขาเพียรสร้างมานานลงได้ชั่วขณะ

เขาก้าวเดินออกจากห้องกายภาพบำบัดไปด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ความรู้สึกแปลกใหม่แสนอ่อนโยนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นกลางอก... รอยยิ้มสว่างไสวของนักกายภาพสาวเริ่มเข้ามายึดพื้นที่ในหัวใจที่เคยเย็นชาของเขาไปทีละนิด โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่า นัดหมายในวันที่ 16 ที่กำลังจะมาถึงนั้น จะมีเรื่องราวสุดช็อตฟีลและปาฏิหาริย์แห่งตัวเลขรออยู่อย่างคาดไม่ถึง!

พราวยืนนิ่งมองทอดสายตาตามแผ่นหลังของภาคินทร์ที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป... ลุคสงบนิ่ง และแววตาครุ่นคิดคู่นั้น มันซ้อนทับกับเงาของคนในความทรงจำจนหัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง

ริมฝีปากบางค่อยๆ เผยออก พราวสูดหายใจเข้าลึกสุดปอดเพื่อกดข่มอารมณ์ความสับสนที่ตีรวนขึ้นมาในอก ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่สั่นเครือ สะท้อนความโหยหาจับใจ...

"พี่วัตน์..."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป