บทที่ 5 อาถรรพ์บ่ายสี่โมงของพราวโพยแดง
ตอนที่ 5: อาถรรพ์บ่ายสี่โมงของพราวโพยแดง
บ่ายวันพฤหัสที่ 16 อากาศภายนอกร้อนระอุพอๆ กับกองเอกสารที่วางพูนอยู่บนโต๊ะทำงานของภาคินทร์ งานด่วนจากฝ่ายวิศวกรรมทำให้เขาต้องจมปลักอยู่กับตัวเลขงบประมาณจนลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีเข็มนาฬิกาก็จวนจะบ่ายโมง ซึ่งเป็นเวลานัดกายภาพบำบัดที่เขาเฝ้ารอเสียแล้ว
เขาตัดสินใจส่งไลน์ไปขอเลื่อนนัดกับหมอพราว จากบ่ายโมงตรงเป็นสี่โมงเย็นแทน แม้จะรู้สึกเกรงใจนักกายภาพสาวแค่ไหน แต่ภาระงานที่รัดตัวก็ทำให้เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
ภาคินทร์บิดคันเร่งรถ Triumph คู่ใจมาถึงโรงพยาบาลในเวลา 15:45 น. เขาเดินแกมรีบขึ้นไปยังวอร์ดกายภาพบำบัดชั้นห้า แต่กลับพบความผิดปกติบางอย่าง... บรรยากาศที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้กลับเงียบเชียบจนน่าขนลุก เจ้าหน้าที่และพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ต่างก้มหน้าก้มตา เหมือนกำลังตกอยู่ในความไว้อาลัยอะไรบางอย่างด้วยใจที่ห่อเหี่ยว
"คุณภาคมาแล้วเหรอคะ... เชิญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ" พราวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนิ่งเรียบและเย็นชาจนน่าประหลาด
เขารับชุดคนไข้มาจากเธอแล้วเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุด วันนี้เขาใส่เสื้อฟุตบอลสีแดงสดไว้ข้างใน ด้านหลังสกรีนหมายเลข '13' ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเลขประจำตัวที่เขาใช้ใส่เตะบอลมาตั้งแต่สมัยมหาลัย
พราวมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไป พลางคิ้วกระตุกมุ่นทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับหมายเลข 13 เด่นหราบนหลังเสื้อของเขา!
ความเงียบที่มาพร้อมพายุ
เวลา 16:00 น. ตรง เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นประสานเสียงกันทั่วทั้งวอร์ด ภาคินทร์ที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเดินกลับมานั่งรออยู่ที่เตียงเดิม
พราวเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าเรียบตึง ดวงตาคู่สวยที่เคยหยาดเยิ้มกลับดูเหม่อลอย แดงก่ำ และเคลือบไปด้วยความบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเหมือนครั้งก่อน จนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกเกร็งและสัมผัสได้ถึงรังสีรังสีอัมหิตแปลกๆ
"เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วนะคะ... นั่งตัวตรงค่ะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนน่าขนลุก
พราวเดินมาซ้อนข้างหลัง มือเรียวนุ่มที่ภาคินทร์เคยโหยหากดลงบนไหล่หนาอย่างแผ่วเบาในวูบแรก เขาหลับตาพริ้มเตรียมรับสัมผัสผ่อนคลายที่รอคอยมาทั้งวัน แต่แล้ว...
"กึก!"
"โอ๊ย!" ภาคินทร์ร้องลั่นเมื่อจู่ๆ นิ้วเรียวของเธอก็กดขย้ำลงบนจุดตึงเกร็งที่บ่าซ้ายอย่างแรงจนไหล่เขาทรุด "หมอพราว! เบาครับเบา... ผมเจ็บ!"
"เจ็บเหรอคะ? แล้วคุณภาครู้ไหมว่าพราว 'เจ็บ' กว่าคุณตั้งกี่เท่า!"
ภาคินทร์หันขวับไปมองอย่างงงวย และนั่นคือวินาทีที่เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มัญชุอรจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและเสียดายอย่างสุดซึ้ง
"ทำไมคุณภาคเพิ่งมาคะ! พราวรออยู่รู้ไหม!" เธอเค้นเสียงกระซิบตวาดลอดฟัน สายตาจดจ้องเขม็ง
"กะ... เกิดอะไรขึ้นครับหมอพราว? ผมก็แจ้งเลื่อนนัดทางไลน์แล้วนี่ครับ งานผมมันด่วนจริงๆ" เขาตอบด้วยอาการสับสนจนหน้าถอดสี นี่คือนักกายภาพแสนสวยแสนหวานคนเดิมจริงๆ หรือนี่?
"ด่วนเหรอคะ? ด่วนจนมาไม่ทันเวลานัดใช่ไหม!" พราวเริ่มเสียงแข็งขึ้น "ถ้าคุณภาคใส่เสื้อเบอร์ 13 ตัวนี้มาหาพราวตั้งแต่บ่ายโมงนะ... รู้ไหมว่าเลขท้ายสองตัวงวดนี้มันออกอะไร! มันออก 13 ค่ะ! เลขที่แม่ค้าเอามาถือเดินขายหน้าวอร์ดตอนบ่ายโมงตรงเป๊ะตั้ง 20 ใบ! แต่พราวไม่ยอมซื้อเพราะยุ่งๆ รอคุณเนี่ย!"
โชคลาภที่หลุดลอย
ภาคินทร์นั่งอ้าปากค้าง นัยน์ตาคู่คมภายใต้คิ้วหนาเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน เขาไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มตกใจเรื่องไหนก่อนดี ระหว่างความจริงที่ว่านักกายภาพบำบัดสาวสวยสุดอ่อนหวานตรงหน้าแท้จริงแล้วคือ "สายมูสู้ชีวิต" ตัวจริงเสียงจริง หรือเรื่องการที่เธอเปลี่ยนโหมดจากนางฟ้าแสนดีกลายเป็นเจ้าแม่สายมูสุดเกรี้ยวกราด มาลงอารมณ์ใส่คนไข้แบบเขา เพียงเพราะเขาดันใส่เสื้อสกรีนเลข 13 ซึ่งตรงกับเลขท้ายหวยรัฐบาลที่เพิ่งออกรางวัลไปเมื่อสิบนาทีก่อนแบบเป๊ะๆ แต่เจ้าตัวดันมาสายจนเธอซื้อตามไม่ทัน!
"นี่... หมอพราวโกรธผมเพราะเรื่องหวยเหรอครับ?" ภาคินทร์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อึกอักและลังเล ชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนคุมงานวิศวกรรมระดับล้านกลับต้องมานั่งเสียทรงเพราะความผิดที่เขาเองก็ยังตามไม่ทัน
"ใช่ค่ะ! ใช่ที่สุดเลย!" พราวหันขวับมาตวาดเสียงสูง ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำด้วยความโมโห สูดหายใจหอบถี่จนอกภายใต้เสื้อกาวน์กระเพื่อมไหว
"คุณทำลายโชคใหญ่ของพราว! ทำลายความหวังที่จะเอาเงินไปผ่อนบ้านงวดนี้รู้ไหมคะ! ถ้าคุณมาตามนัด พราวคงกดซื้อเลขบนเสื้อคุณทัน แล้วป่านนี้คงได้เงินไปจ่ายค่างวดบ้าน ไม่ต้องมานั่งเครียดหัวหมุนแบบนี้!"
พราวระบายความอัดอั้นออกมารวดเดียวจนแก้มสองข้างพองลม สะบัดหน้าหนีสายตาคมที่มองมาอย่างอึ้งๆ เธอเดินฉับๆ ไปคว้าหัวทรานส์ดิวเซอร์ของเครื่องอัลตราซาวนด์ขึ้นมา กระแทกนิ้วเปิดสวิตช์เครื่องอย่างแรงจนเสียงเครื่องจักรส่งเสียงครางหึ่งทำงานด้วยแรงส่งสูงสุด จากนั้นก็ป้ายเจลเย็นเจี๊ยบลงบนบ่าหนาของชายหนุ่มโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า แล้วลงมือวนหัวตรวจกดเน้นหนักลงบนกล้ามเนื้อบ่าที่ตึงเครียดของเขาด้วยน้ำหนักมือที่ตึงเปรี้ยะและดุดันตามอารมณ์เดือดดาลในใจ
"อึก..." ภาคินทร์สะดุ้งน้อยๆ กับความเย็นของเจลและน้ำหนักมือที่กดลงมาเน้นย้ำบนจุดปวด ชายหนุ่มวิศวกรหนุ่มใหญ่ได้แต่นั่งตัวเกร็งตรงบนเตียงกายภาพ รองรับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องอัลตราซาวนด์และพายุอารมณ์ลูกใหญ่ของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความมึนตึบไปหมด
นี่เขาควรจะขอโทษที่เดินทางมาสายเพราะติดงานด่วน หรือควรจะขอโทษที่ตัวเองเป็นคน 'ดวงแข็ง' ดันพาเลขเด็ดมายืนเย้ยเธอถึงที่โดยไม่ได้ตั้งใจกันแน่? ความระเบียบเรียบร้อยในชีวิตของภาคินทร์กำลังถูกนักกายภาพสาวสายมูคนนี้เขย่าจนรวนไปหมดแล้วจริงๆ!
