บทที่ 2 2
รรินเอ่ยขอโทษคุณหมอก่อนจะเดินตามการจับจูงของชายหนุ่มไปตามทางเดิน ในสายอาชีพที่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทั้งรูปร่างหน้าตาและเงินทอง แคลลี่คือเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอที่สนิทและไว้ใจได้มากที่สุด ดังนั้นเมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นจึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกช็อกและหวาดกลัวจนไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป ได้แต่ปล่อยให้คริสเป็นคนจัดการทุกอย่างจนถึงตอนนี้
ริน รริน คลาว์ตัน นางแบบสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่เป็นแบรนแอมบาสเดอร์ชุดชั้นในชื่อดังในมหานครนิวยอร์ก ด้วยเรือนร่างที่สุดแสนเซ็กซี่เร้าใจ บวกกับผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดแบบชาวเอเชียที่ไม่มีรอยกระให้กวนใจ ทำให้เธอโดดเด่นกว่าใครด้วยเสน่ห์แบบชาวตะวันออกที่อ่อนหวานและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
รรินก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบแถวหน้าอย่างรวดเร็วจากการชักชวนของโมเดลลิ่งที่มองเห็นความสวยที่ทะลุออกมาจากเด็กสาวธรรมดาใส่แว่นตาหนาเตอะคนหนึ่งที่แทบไม่มีใครสนใจ ให้กลายมาเป็นนางแบบสาวชื่อดังเป็นที่รู้จักและที่หมายปองของใครต่อใครไปทั่วเมือง โดยเฉพาะคุณผู้ชายกระเป๋าหนักที่อยากจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ เพียงแค่เธอยอมออกเดทกับพวกเขาชั่วข้ามคืน
แต่ก็ยังไม่มีผู้ชายคนไหนได้เข้าใกล้ได้มากไปกว่าคริส ที่ตอนนี้เป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทอาจจะเพราะภาพลักษ์นางแบบชุดชั้นในทำให้ใครต่อใครมักเข้าใจผิดว่าเธอ ‘ง่าย’ เหมือนกับคนอื่น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย รรินเป็นผู้หญิงที่เหมือนจะถูกหิ้วได้ง่ายแต่ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น กลับยากยิ่งกว่าสาวบริสุทธิ์บางคนด้วยซ้ำถึงอายุจะปาเข้าไปยี่สิบสี่แล้วก็ตามแต่เธอก็ยังไม่เคยแม้แต่จูบกับใครด้วยซ้ำ มากสุดก็แค่กอดทักทายหรือใช้แก้มสัมผัสกันตามธรรมเนียมสากลที่รู้จักมาตั้งแต่เกิด
แกร็ก!
บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่มีร่างของแคลลี่เข้ามาในห้อง สายน้ำเกลือและเลือดสีข้นทำให้รู้ว่าอาการของเพื่อนเธอคงหนักหนาเอาการแม้ว่าที่ข้อมือบางจะถูกพันแผลอย่างดีแล้วก็ตามแต่แคลลี่ก็ยังไม่รู้สึกตัว
ทำไมแคลลี่ถึงได้คิดสั้น หญิงสาวที่น่ารักทำให้โลกสดใสคนนั้นทำไมถึงได้กลายเป็นเซื่องซึมจนคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา คงต้องรอให้แคลลี่ฟื้นขึ้นมาก่อนถึงจะได้รู้คำตอบและเมื่อนั้นเธอจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่ทำร้ายเพื่อนของเธอลอยนวลไปง่ายๆ แน่ ต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้!
“รู้ไหมว่าตอนนี้แคลลี่กำลังคบกับใครอยู่” รรินถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกฝากของเตียงผู้ป่วย
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน สองสามอาทิตย์ก่อนเห็นควงอยู่กับแอชตัน มาริโน่”
“เพลย์บอยที่เป็นเจ้าของบริษัทแอชตันแอร์เพลนคนนั้นนะเหรอ”
“ใช่”
“แต่ฉันได้ยินข่าวว่าเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นวันพรุ่งนี้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ก็คงงั้น”
นี่คงเป็นสาเหตุให้แคลลี่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ที่เธอพูดผ่านทางโทรศัพท์ว่าเขาทิ้งเธอไป คงจะเป็นเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นหนีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ผู้ชายอย่างนั้นไม่คู่ควรกับเพื่อนของเธอเลยสักนิดถ้าจะมีใครตายคนๆ นั้นน่าจะเป็นผู้ชายคนนั้นมากกว่า
“ผู้ชายคนนั้นดีพอที่เธอจะเอาชีวิตมาทิ้งขว้างแบบนี้เหรอแคลลี่ ฉันอยากจะรู้จริงๆ” รรินพูดกับร่างบางที่นอนนิ่งบนเตียง รู้ทั้งรู้ว่าคงไม่ได้รับคำตอบใดๆ แต่ก็อยากจะถามเพราะมันเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
“ใครๆ ก็รู้ว่าคนอย่างมารีโน่ไม่เคยจริงจังกับใคร ทุกคนที่ขึ้นเตียงกับเขาก็ล้วนแต่รู้และเต็มใจที่จะเป็นของเล่นของเค้าทั้งนั้น ทำไมถึงยังเล่นกับไฟได้นะแคลลี่”
“คุณกลับไปพักผ่อนก็ได้นะคริส ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแคลลี่เอง”
“ไม่เป็นไร ผมจะอยู่ด้วย”
“งั้นฉันขอลงไปหยิบกระเป๋าที่รถก่อนนะ”
ดีที่รรินมักจะเตรียมเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นติดรถไว้เสมอ จึงไม่ต้องเสียเวลากลับไปเอาเสื้อผ้าที่คอนโดที่อยู่ห่างออกไปค่อนข้างไกลจากโรงพยาบาลแห่งนี้ สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้มีเพียงแค่รอเวลาให้แคลลี่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นความจริงจะเป็นยังไงก็คงต้องฟังจากปากของแคลลี่เอง
ขนตาเป็นแพยาวกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาที่พร่ามัวให้ชัดเจนขึ้น กลิ่นแปลกๆ ที่ก่อกวนคงจะเป็นกลิ่นของโรงพยาบาลที่ถูกพามารักษาตัวอย่างไม่ต้องสงสัย และคนที่นำตัวเธอมาที่นี่ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“แคลลี่” เสียงหวานเรียกชื่อคนป่วยด้วยความดีใจที่เห็นเพื่อนสนิทฟื้นขึ้นมาได้
“ริน คริส”
“อย่าทำอย่างนี้อีกนะ ฉันกับคริสเป็นห่วงเธอมากรู้ไหม”
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ” หยดน้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าทั้งสองข้าง “เขาทิ้งฉัน คำสัญญาและคำพูดทั้งหมดของเขามันก็แค่คำลวงเท่านั้น ฉันน่าจะรู้ว่าผู้ชายอย่างเขาไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังอดที่จะเชื่อและรักเขาไม่ได้”
“โธ่ แคลลี่” รรินกอดร่างบอบบางที่ร้องไห้จนตัวโยนด้วยความสงสาร เธอคงจะรักและเสียใจกับผู้ชายคนนั้นมากถึงได้คิดจะจบชีวิตตัวเองอย่างนี้ “เธอคงรักเขามาก”
“ฉันรักเขามาก ฉันยกหัวใจทั้งดวงให้กับเขาไปแล้วและสัญญากันแล้วว่าจะแต่งงานกัน แต่สุดท้าย...” นิ้วเรียวทั้งสิบขย้ำผ้าปูที่นอนจนสั่นไปหมด “เขาก็โกหกฉัน”
