บทที่ 3 3
“แต่เธอก็ไม่ควรคิดสั้นอย่างนี้นะแคลลี่ เธอยังมีฉัน มีรินที่คอยเป็นห่วง ทำไมเธอไม่บอกพวกเราสักคำ จะได้ช่วยกันหาทางออกที่มันดีกว่านี้” คริสเองก็เป็นห่วงแคลลี่ไม่น้อยไปกว่ารริน แต่การแสดงความเป็นห่วงและคำพูดของเขากลับแข็งกระด้างราวกับต่อว่า
“ห่วงเหรอ เธอก็ห่วงแต่รินคนเดียวเท่านั้นไม่เคยคิดจะห่วงฉันเลยสักนิด”
“ไม่ใช่นะแคลลี่ คริสเป็นห่วงเธอมาก พอรู้ว่าเธอเกิดเรื่องก็รีบมาช่วยทันที รู้ไหมว่าคนที่เข้าไปพบเธอแล้วพามาที่โรงพยาบาลนี่ก็คือคริสนะ ฉันสิ...แทบไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลย เอาแต่ร้องไห้”
“ไม่หรอก รินเองก็ช่วยแคลลี่ไว้นะ ถ้ารินไม่รับสายแล้วรีบมา เราก็อาจจะช่วยแคลลี่ไม่ทันก็ได้” แววตาและคำพูดอ่อนโยนปลอบรรินที่หน้าเสียเพราะกลัวแคลลี่จะโกรธ
“จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้เขาก็ทิ้งฉันไปแล้วและกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น เธอคิดว่าฉันควรอยู่ต่อไปอย่างนั้นเหรอ อยู่มองความสุขของผู้ชายคนนั้นที่เหยียบย่ำหัวใจฉันไม่มีชิ้นดีอย่างนั้นเหรอ ฉันทนไม่ได้”
“บอกพวกเราได้ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ใช่คนที่กำลังจะแต่งงานวันนี้หรือเปล่า” รรินถามเพื่อนสาวที่ยังคงมีน้ำตาไหลอาบแก้ม
แคลลี่พยักหน้ารับ ความเจ็บปวดของแคลลี่ก็เหมือนเป็นความเจ็บปวดของเธอ คนที่ไม่รู้คุณค่าและบังอาจมาทำให้เพื่อนเธอเสียใจต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม เธอจะไม่มีวันปล่อยให้เพื่อนของเธอต้องเป็นฝ่ายเสียใจอยู่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ชายคนนั้นจะต้องไม่มีความสุขกับการแต่งงานเช่นเดียวกัน!
“ริน วันนี้คุณมีลองชุดที่ต้องเดินแบบอยู่นะ รีบไปดีกว่าไหมตอนนี้แคลลี่ก็ฟื้นแล้วคงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง”
รรินคิดหนัก เธอเป็นห่วงแคลลี่แต่ก็ไม่อยากเสียงานเช่นเดียวกัน “เราขอเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอคริส รอให้แคลลี่ดีขึ้นกว่านี้อีกนิด”
“ริน ตอนนี้แคลลี่อยู่ในมือหมอแล้วนะ จะมีที่ไหนปลอดภัยมากกว่านี้อีก ไปกันเถอะแล้วผมจะกลับมาเฝ้าแคลลี่เอง”
รรินจำใจต้องพยักหน้ารับ ก็จริงอย่างที่คริสว่าไม่มีที่ไหนปลอดภัยมากกว่านี้แล้วและเธอยังมีงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้อีกมากนัก รวมถึงงานที่ต้องไปร่วมแสดงความยินดีคืนนี้ด้วย
ร่างระหงในชุดเดรสสีดำสั้นก้าวลงจากรถสปอร์ตเฟอร์รารี่คันหรูเข้ามาในงานด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ดวงตาสวยโฉบเฉี่ยวที่ถูกกรีดด้วยอายไลน์เนอร์กวาดสายตามองหาเป้าหมายในงานโดยไม่สนใจสายตาอีกหลายคู่ที่ส่งสายตาเล้าโลมและตำหนิมาที่เธออย่างเปิดเผย เป้าหมายที่เธอต้องการพบในวันนี้กำลังยืนคุยอยู่กับกลุ่มผู้ชายอีกสองสามคนและผู้หญิงอีกหนึ่งคนซึ่งน่าจะเป็นเจ้าสาวของงานในวันนี้อยู่ไม่ไกล ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ชายหนุ่มหล่อเหลาไม่วางตา ก่อนจะหยิบแก้วไวน์ชั้นดีจากบริกรที่เดินผ่านมา แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงตรงไปยังกลุ่มคนที่ต้องการ
“สวัสดีค่ะทุกคน” ริมฝีปากสีแดงสดฉีกรอยยิ้มเคลือบยาพิษให้กับทุกคนอย่างเปิดเผย “ฉันมาแสดงความยินดีคู่บ่าวสาวค่ะ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวและแสดงความเสียใจกับเจ้าสาวอย่างสุดซึ้ง ที่ได้ผู้ชายเลวๆ แบบนี้มาเป็นสามี”
“อ้าว ทำไมถึงพูดอย่างนี้ละ ผมไม่เคยรู้จักคุณเลยนะครับ”
“ใช่ค่ะ คุณกับฉันเราไม่เคยรู้จักกัน ฉันไม่เคยเป็นคู่ขาคู่นอนให้กับคุณแม้แต่ครั้งเดียว แต่คุณจำผู้หญิงทุกคนที่เคยนอนกับคุณครบหมดทุกคนไหมละคะ ผู้หญิงที่รักคุณจากหัวใจแต่คุณกลับไม่เคยเห็นความดีและเห็นค่าในตัวเธอ กลับผลักไสไล่ส่งเธอออกไปจากชีวิตทั้งที่คุณสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอ คุณรู้ไหมว่าเธอต้องเจ็บช้ำเพราะคุณมากแค่ไหนจนเธอต้องกรีดข้อมือฆ่าตัวตายก็เพราะคุณ”
ซ่า!
สูทสีขาวบริสุทธิ์ถูกเคลือบด้วยไวน์ชั้นดีสีแดงจนคล้ำไปหมด ใบหน้าหล่อเหลาเปียกโชกเหนียวเหนอะเพราะถูกสาดด้วยไวน์ในมือเธอ
“คุณทำอะไร!”
“อย่ามายุ่งนะ” ร่างบางสะบัดแขนที่ถูกจับอย่างแรงแต่มือใหญ่ที่สามารถจับแขนเล็กของเธอได้ในมือเดียวกลับบีบแขนเล็กแน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บ
“คุณนั่นแหละที่เข้ามายุ่งวุ่นวายในงานนี้ เอาเรื่องราวมั่วๆ มากล่าวหาคนอื่นถึงในบ้านระวังจะโดนข้อหาหมิ่นประมาทและบุกรุกสถานที่นะครับ มานี่! ผมจะพาคุณไปส่งตำรวจเอง” โลฟกระชากร่างเล็กอย่างแรงด้วยความทุลักทุเลเพราะคนตัวเล็กทั้งดิ้นทั้งขัดขืนไม่ยอมเดินตามออกมาง่ายๆ จนต้องใช้วิธีสุดท้ายนั่นคือ อุ้ม!
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน” สองมือเล็กระดมทุบตีไปบนแผ่นหลังกว้าง แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน อุ้มเธอเดินต่อไปจนถึงประตูรั้วแล้ววางร่างบางลงกับพื้นไม่เบานัก “โอ๊ย! เจ็บนะ”
“ออกไปจากที่นี่ก่อนที่ผมจะเรียกตำรวจมาจับคุณ”
“อยากจะเรียกมาจับฉันก็เชิญ แต่ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่ามันไม่จบแค่นี้แน่”
“นี่ยังคิดว่าจะได้เข้าใกล้พวกเราอีกอย่างนั้นเหรอ อ้อ...หรือว่าที่จริงแล้วเป็นแผนเข้าหาพวกเราคนใดคนหนึ่ง ผมบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าแอชตันนะคุณหมดสิทธิ์แล้วเพราะผมไม่ยอมให้ใครเข้ามาทำลายครอบครัวน้องสาวผมแน่ แต่ถ้าเป็นผมละก็...จะลองพิจารณาดูนะ” ร่างหนาโน้มตัวยื่นมือออกไปให้คนที่นั่งอยู่กับพื้น แต่กลับถูกหญิงสาวปัดมือทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วลุกขึ้นมายืนด้วยตัวเอง
“เก็บมือและความคิดสกปรกของคุณไว้ใช้กับผู้หญิงคนอื่นเถอะ พวกคุณมันก็เหมือนกันหมด เห็นแก่ตัวและคิดว่าผู้หญิงทุกคนเป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลา ระวังน้องสาวสุดที่รักของคุณก็จะได้เป็นแค่คนฆ่าเวลาของผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน”
พูดจบร่างบางก็หมุนตัวเดินกลับไปที่รถของตัวเองที่จอดห่างออกไปไม่ไกลมากนักแล้วสตาร์ทรถออกไปทันที แต่คนที่ปากดีว่าจะแจ้งตำรวจมาจับกลับยืนนิ่งมองดูรถยนต์คันหรูหายไปกับความมืดจนลับสายตา หวังว่าที่ผู้หญิงคนนั้นพูดมาคงไม่เกิดขึ้นกับน้องสาวของเขาจริงๆ หรอกนะ
