บทที่ 7 7
“ขอโทษนะ ฉันไม่มีธุระอะไรจะคุยกับคุณ” ร่างบางเบี่ยงตัวไปทางซ้ายเพื่อหลบร่างใหญ่ที่ยืนขวางทาง แต่เพียงแค่ก้าวเดียวแขนเล็กก็ถูกล็อกไว้ด้วยมือหนาที่กำรอบแขนของเธอจนมิดด้วยมือข้างเดียว
“แต่ผมมี มากด้วย”
“เอ๊ะ...ฉันบอกว่าไม่มี คนที่ฉันต้องการพบคือคุณมารีโนไม่ใช่คุณ”
“ผมก็กำลังจะทำให้คุณได้พบเขาอยู่นี่ไง” รรินหยุดดิ้นทันทีที่ได้ยินว่ากำลังจะได้พบตัวคนที่ต้องการ “แหม...พอบอกว่าจะพาไปเจอแอชตันหยุดดิ้นเลยนะ ไม่รู้ว่าตอนอยู่บนเตียงจะดิ้นเก่งแบบนี้หรือเปล่า”
“ฉันบอกว่าฉันไม่ใช่...”
“เอาเถอะๆ เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่าผมไม่อยากเป็นเป้าสายตาและเป็นข่าวกับคุณมากกว่านี้” โลฟปล่อยแขนเล็กแล้วเดินนำเข้าไปในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ห่างออกไปทางด้านหลัง
“แล้วคิดว่าฉันอยากเป็นข่าวกับผู้ชายอย่างพวกคุณหรือไง”
ไม่อยากจะทำตามแต่สายทุกคู่ที่มองมาก็ทำให้เธอต้องตัดสินใจเดินตามร่างใหญ่เข้าไปในส่วนที่เป็นทางผ่านเข้าไปในห้องทำงานของสายการบิน แต่กว่าจะเข้าไปถึงห้องทำงานของสายการบินโฮเมอร์แอร์ไลน์ เธอก็ต้องผ่านห้องทำงานของสายการบินอื่นๆ อีกมากมายพร้อมกับตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในนั้นไปพร้อมกัน
“อีกไกลไหมกว่าจะถึง”
“ไม่เห็นหรือไงว่าสนามบินมันกว้างขนาดไหน เดินแค่นี้ทำบ่น”
“เห็น...แต่เผื่อคุณไม่รู้ว่ามีคนมองตลอดทางที่เราเดินมา ไหนคุณว่าไม่อยากเป็นข่าวกับฉันแล้วทำไมถึงต้องพาเดินอ้อมซะไกลด้วย”
“ผมเปล่าพาเดินอ้อม แต่ทางที่จะไปถึงห้องทำงานของสายการบินมีทางนี้ทางเดียว และถ้าคุณอยากจะเจอแอชตันก็หยุดบ่นสักที บางทีผมอาจจะอยากช่วยคุณมากกว่าเดิมก็ได้”
“นี่คุณ...” รรินพูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุดโวยวายเพราะชายหนุ่มที่เดินนำหน้าเร่งฝีเท้าขึ้นโดยไม่รอเธอไปไกล รวมถึงลูกน้องของเขาอีกสองคนที่เดินเร็วพอๆ กับเขาจนต้องวิ่งตามถึงจะทัน
“เชิญครับ”
หนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มทำหน้าที่เปิดประตูเอ่ยกับรริน ไม่มีทางที่ผู้ชายคนนั้นจะอยากเชื้อเชิญผู้หญิงที่คิดจะทำลายครอบครัวน้องสาวเข้ามาในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ อีกทั้งต้องผ่านสายตาของคนอีกนับร้อยที่เดินผ่านมาทั้งสายการบินอื่นและสายการบินของตัวเองให้เป็นที่นินทาของใครต่อใคร แต่นั่นก็เพราะเขาเองที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาเธอและเสนอที่จะให้เธอได้พบกับแอชตัน มารีโน่ เอง
แต่ไหนละ ไม่เห็นจะมีใครในห้องนี้อีกนอกจากเขา...และเธอ!
“เรามาพูดกันตรงๆ เลยดีกว่านะคุณนางแบบคนสวย”
“ฉันมีชื่อยะ และฉันก็ไม่ได้อยากจะคุยกับคุณที่ฉันตามคุณมาที่นี่ก็เพื่อมาพบคุณมารีโน่”
“แล้วเห็นเขาอยู่ตรงไหนในห้องนี้หรือเปล่าละ” โลฟถามนางแบบสาวด้วยสายตาท้าทาย “เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่านะ คุณ...”
“เอาเถอะคุณโฮเมอร์ ฉันคิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อฉันหรือรู้จักกันให้มากกว่านี้ บอกฉันมาเลยดีกว่าค่ะว่าฉันจะสามารถไปพบคุณมารีโน่ได้ที่ไหน” รรินขัดคำพูดชายหนุ่มที่เหมือนอยากจะรู้ชื่อขึ้นมา แต่เธอไม่ได้ต้องการให้เขารู้ชื่อและเรียกเธอว่าคุณนางแบบสาวอย่างที่เขาใช้เรียกเธอเมื่อกี้อยู่ดี
“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่” โลฟตอบคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ฉันเห็นแล้วว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แล้วเขาอยู่ที่ไหนละคะคุณบอกว่าคุณจะพาฉันมาพบเขาไม่ใช่หรือไง”
“ใช่ ผมบอกคุณว่าผมจะให้คุณพบเขา แต่ไม่ได้บอกว่าจะได้พบตอนนี้สักหน่อย”
รรินชักสีหน้าไม่พอใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่เหมือนชวนหาเรื่องของชายหนุ่ม นี่เธอโง่เองใช่ไหมที่เดินตามเขาเข้ามาเพราะคิดว่าจะได้เจอกับคนที่ต้องการ
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัว”
“เดี๋ยว!” โลฟรีบเอ่ยห้ามเมื่อเห็นนางแบบสาวกระชับกระเป๋าแล้วหมุนตัวทำท่าจะเดินออกจากห้อง “เรามีเรื่องต้องคุยกันก่อนที่คุณได้พบกับแอชตัน เชิญนั่งก่อนสิ”
“ทำไมฉันต้องทำตาม”
“แน่นอน เพราะนี่เป็นทางเดียวที่คุณจะได้เจอเขา”
รรินนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม จริงอย่างที่เขาพูดนี่เป็นทางเดียวที่เธอจะได้พบกับเป้าหมายเพราะหากเป็นทางอื่นคงจะยากกว่าจะถึงตัวคนอย่างแอชตัน มารีโน่ได้ หากเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะใช้เสน่ห์ของตัวเองหลอกล่อให้ได้เจอเขาแล้วค่อยสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ในเมื่อเขาแต่งงานไปแล้วและเจ้าสาวก็เป็นน้องสาวของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ด้วย พนันได้เลยว่าเขาคงไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้น้องเขยได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแน่ ดังนั้นเธอจึงต้องยอมทำตามคำพูดคนตรงหน้าไม่อย่างนั้นแคลลี่ก็อาจจะไม่ได้พบคนที่รักอีกเลยตลอดชีวิต
“คุณมารีโน่อยู่ไหนคะ”
“นี่คุณไม่คิดจะพูดคำอื่นหรือเรื่องอื่นก่อนหรือไง ถามจริงเถอะว่าใช่เพื่อนของคุณแน่หรือเปล่าที่เคยเป็นคู่นอนของแอชตันหรือเป็นคุณกันแน่”
“เอ๊ะ! คุณ”
“เอาเป็นว่าตอนนี้เรามาคุยกันก่อน ผมอยากรู้เหตุผลและสาเหตุที่แท้จริงของคุณก่อน”
“เพื่ออะไร ฉันยังไม่เห็นอยากรู้เลยว่าทำไมน้องเขยของคุณถึงทิ้งเพื่อนฉันไป”
“นั่นมันเรื่องของคุณ แต่ผมอยากรู้และเราควรจะคุยกันดีๆ อย่างที่คุณต้องการอย่างปัญญาชน”
