บทที่ 8 8
อยากหาอะไรยัดปากได้รูปนั่นจริงๆ เลย ทำไมแต่ละคำที่พูดออกมาได้มีแต่คำจิกกัดเธอทุกประโยคที่ออกมาจากปากนั่น เธอผิดตรงไหนที่อยากจะหาเป้าหมายให้เจอเร็วที่สุดในเมื่อเพื่อนของเธอกำลังอยู่ในสภาพที่จิตใจต้องได้รับการเยียวยาเร่งด่วน และเหตุผลเดียวที่เธอยอมช่วยก็เพื่อให้แคลลี่ได้ก้าวต่อไปโดยที่ไม่มีอะไรให้ค้างคาใจ
“มีอะไรก็รีบพูดมา” รรินกอดอกแน่นจ้องชายหนุ่มที่หากมองดีๆ แล้วก็หล่อเหลาไม่ใช่น้อย เพียงแต่นิสัยไม่ดีและปากร้ายไปหน่อย อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคก้อนใหญ่ที่เธอต้องผ่านไปให้ได้อีกด้วย
“ผมอยากรู้ว่าคุณทำแบบนี้ทำไม”
“เหมือนฉันจะบอกคุณไปแล้วว่าเพื่อนฉันถูกเพื่อนคุณซึ่งตอนนี้เป็นน้องเขยคุณหักหลังจนคิดฆ่าตัวตาย และฉันต้องการให้เขาได้รู้ว่าเขาผิดสัญญาและทำลายชีวิตคนๆ หนึ่งไปยังไงบ้าง”
“ขอแก้ไขส่วนที่ผิด แอชตันเป็นเพื่อนกับพี่ชายผมไม่ใช่ผม แล้วเรื่องที่คุณอยากจะให้เขารู้ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าเขารู้แล้ว แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือมันเป็นเรื่องจริงเหรอที่เพื่อนคุณบอกว่าแอชตันพูดแบบนั้น เพราะดูเหมือนแอชตันจะจำไม่ได้ว่าเคยไปสัญญาแบบนั้นกับใครไว้”
“คุณจะบอกว่าเพื่อนฉันโกหกอย่างนั่นเหรอ เขาต่างหากละที่โกหกไม่มีความรับผิดชอบพออยากได้ก็พูดดีทุกอย่างแต่พอได้สมใจก็ทิ้งขว้างไม่สนใจ”
“พูดอย่างกับเป็นเรื่องของตัวเองเลยนะ” เมื่อเห็นอาการโมโหของหญิงสาวโลฟก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“ถ้าคุณอยากจะคิดว่าเป็นฉันก็ตามใจ ฉันเหนื่อยที่จะพูดกับคุณแล้วเอาเป็นว่าบอกฉันได้หรือยังว่าเขาอยู่ไหน ฉันจะได้ไปจากที่นี่สักที”
“ก็คงจะที่ไหนสักแห่งเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก”
“คุณ!”
“อ้อ..เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยใช่ไหม ผมโลฟ โฮเมอร์ แล้วคุณละ” โลฟยื่นมือไปข้างหน้าแต่กลับต้องรอเก้อเมื่อหญิงสาวเพียงแค่มองมาที่มือนั่นแล้วกอดอกแน่นตามเดิม “เฮ้ ตามมารยาทแล้วคุณควรจะแนะนำตัวเมื่อผมบอกชื่อตัวเองไปแล้วนะ”
“งั้นเหรอ แต่ฉันว่ามันก็สมควรแล้วที่คุณหลอกฉันมาที่นี่ ลาก่อนค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนอย่างเพิ่งไป เรายังคุยกันไม่จบ ผมก็บอกที่อยู่ของแอชตันให้คุณตามที่บอกแล้วไงผมหลอกคุณตอนไหน” โลฟลุกจากเก้าอี้เข้าไปดึงแขนเรียวไว้ในตอนที่ร่างบางกำลังจะเปิดประตูออกจากห้อง
“ที่ไหนสักแห่งเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเหรอ คุณคิดว่าฉันโง่หรือไง ใช่..ฉันอาจจะโง่จริงๆ ไม่งั้นฉันคงไม่ตามคุณมาถึงที่นี่ให้เสียเวลา” รรินหันกลับไปต่อว่าชายหนุ่มก่อนจะพยายามสะบัดแขน แต่กลับถูกเจ้าของห้องล็อกตัวไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างของเขา
“ก็ได้ ผมจะปล่อยคุณไปแลกกับการพาผมไปพบเพื่อนคุณเป็นการตอบแทน คุณอยากช่วยเพื่อนใช่ไหมผมก็อยากช่วยพี่ชายของผมเหมือนกัน”
ลมหายใจร้อนของเขาเป่ารดข้างแก้มเนียนพอดีจนขนลุก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่สถานการณ์แบบนี้ไม่ดีต่อเธอแน่หากยังปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างไว้
“ก็ได้ ปล่อยฉันก่อนสิ”
“ตัวคุณหอมจัง ขออีกอย่างดีกว่าบอกชื่อของคุณมาด้วย” จมูกโด่งคมสันฝังลงบนซอกคอหอมน่ากินจนไม่อยากจะปล่อยมือไม่รู้ว่าหญิงสาวใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรรู้แต่ว่าอยากจะได้กลิ่นนี้เอาไว้ดมก่อนนอนทุกคืนคงจะดี
“กรี๊ดด..อย่านะตาบ้า” รรินดิ้นแรงขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงใบหน้าหล่อเหลาและลมหายใจร้อนที่ฝังลงบนซอกคอและดูเหมือนจะลุกลามไปส่วนอื่นด้วยจนเธอไม่รู้จะหนีห่างจากส่วนไหนดีระหว่างใบหน้าหรือวงแขนแกร่งของเขาที่โอบกอดลูบไล้เอวขอดจนน่ากลัว
“หอมจริงๆ น่ากินมากๆ”
โลฟยืดตัวเต็มความสูงแล้วดันคางเรียวให้แหงนหน้าขึ้นมารับริมฝีปากของเขาอย่างนิ่มนวล ความนุ่มนิ่มของริมฝีปากอิ่มทำให้เขาไม่อยากปล่อยความหอมหวานนี้ให้หลุดลอย แต่กลับปล่อยให้สมองและร่างกายเคลิบเคลิ้มไปกับความนุ่มนิ่มของกลีบปากบางที่เรียกร้องจนยากจะถอนตัว
“ทีนี้จะบอกได้หรือยัง”
ดวงตากลมโตลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู กว่าจะรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่ออันโอชะของชายหนุ่มก็ในตอนที่เขาถอยห่างปล่อยให้เธอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสวูบวาบที่แล่นไปทั่วร่างเพราะจูบของเขา
สองมือเล็กจับแขนแกร่งที่โอบรอบเอวของตัวเองไว้แผ่วเบาก่อนจะเลื่อนขึ้นมาโอบรอบคอเขาไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีน้ำตาลทองคู่นั้นนิ่ง
“จะว่าไปทำไมเราต้องพูดเรื่องของคนอื่นด้วยทั้งที่เราก็อยู่ในห้องนี้กันแค่สองคน ใช่ไหมคะ” รรินใช้สายตาเชิญชวนพลางเลื่อนปลายนิ้วลงมาตามคอเสื้อ ปลายนิ้วสั่นระริกแตะลงบนหน้าอกแกร่งที่โผล่พ้นสาบเสื้อเหนือกระดุมเม็ดบนสุด แล้วลากลงมาปลดกระดุมของเขาให้หลุดออกจากกัน
โลฟลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ใครจะคิดว่าสายตาคู่นั้นจะตรึงเขาให้นิ่งอยู่กับที่ได้ง่ายๆราวกับมีเวทมนตร์ ความร้อนจากปลายนิ้วที่สัมผัสโดนผิวเนื้อเหมือนกับเหล็กร้อนที่แตะส่วนไหนก็เหมือนกับจะไหม้ตรงส่วนนั้น แต่นั่นกลับทำให้เขาหวาดหวั่นเพราะความรู้สึกแบบนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นกับใครเลยตลอดสามสิบปีมานี้
“ผมก็อยากรู้เรื่องของคุณใจจะขาด แต่คุณก็ไม่ยอมบอกผมสักที”
“ฉันจะบอกให้เอาไหมคะ” รรินยิ้มพลางกัดริมฝีปากเล็กน้อยเป็นเชิงยั่วยวน “ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่คุณอยากจะรู้”
มือหนากอดร่างบางแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงไปตามเอวขอดจนถึงบั้นท้ายเต่งตึงพลางจ้องตาคู่นั้นอย่างไม่คลาดสายตา “อยากให้ผมถาม หรือคุณจะเป็นฝ่ายบอกผมเองกันละ คนสวย”
“ฉันจัดการเองค่ะ”
