บทที่ 12 อยู่ได้ทั้งคืน
ไอ้ฐาพาซวย : เชี่ย! ยัยแคทมาที่นี่งั้นเหรอ!
สุดเขตสะเล็ดเป็ด : เออ! เมียกูคงเอาเพื่อนมาเป็นไม้กันหมาแหละ
ไอ้ฐาพาซวย : เดี๋ยวนี้มึงเรียกภัทรว่าเมียเต็มปากเลยเหรอวะ
สุดเขตสะเล็ดเป็ด : มึงรีบ ๆ ออกมาจัดการอย่าเพิ่งถาม กูมีเรื่องต้องเคลียร์กับภัทรด่วน!
ไอ้ฐาพาซวย : เอ่อ ๆ ก็กำลังเดินออกมาแล้ว... ใจเย็น ๆ สิวะ
สุดเขตสะเล็ดเป็ด : เห็นยัยแคทหรือยัง
ไอ้ฐาพาซวย : เห็นล่ะ หุ่นแมร่งเอ๊ยยย!! กางเกงขาสั้นรัดๆ ใส่เสื้อกล้ามโชว์นมแบบนี้ โคตรเซ็กซี่เลยว่ะ
สุดเขตสะเล็ดเป็ด : ยัยแคทไม่ใช่คนที่จะให้มึงกินฟรีได้ง่าย ๆ กูรับประกันเลยว่าถ้ามึงไม่จริงจัง มึงไม่ได้แอ้มเธอหรอก
ไอ้ฐาพาซวย : แค่นี้นะ กูไปทำคะแนนกับน้องแคทก่อนว่ะ เผื่อคืนนี้จะน้องเค้าจะเห็นใจกูบ้าง
บรรยากาศช่วงหัวค่ำตกอยู่ในความเงียบสงัด แคเธอรินกอดอกยืนอยู่ข้างริมทางเพื่อรอคนขับรถที่บ้านของเธอนำของใช้จำเป็นบางอย่างมาให้
ทรวงอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อกล้ามกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ โดยที่เธอไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า ร่างสูงใหญ่กำยำของใครบางคนได้ก้าวออกพ้นมาจากประตูบ้านฝั่งตรงข้ามแล้ว
ฐากูลยิ้มเจ้าเล่ห์กรุ่มกริ่ม สายตาคมกวาดมองเรือนร่างสะคราญตาตรงหน้าด้วยความหลงใหล ทรวดทรงองค์เอวของสาวลูกครึ่งในชุดรัดรูปชวนให้เลือดในกายหนุ่มพุ่งพล่าน เขาจงใจสาวเท้าเข้าไปหาเธอจนกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศโชยเข้าจมูกหญิงสาว
“สวัสดีครับน้องแคทคนสวย... เจอกันอีกแล้วนะครับ แหม!!... แบบนี้เขาเรียกว่าพรหมลิขิตหรือเปล่าน้า” เสียงทุ้มต่ำเสน่ห์เอ่ยทักชิดใบหู แคเธอรินสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันกลับมาปรายสายตาค้อนขวับ แล้วเอ่ยต่อว่าเขาทันที
“ฝันร้ายมากกว่าล่ะมั่ง ที่เจอคนอย่างพี่ที่นี่” ใบหน้าหวานละมุนสะท้อนแสงไฟดูเย้ายวนใจจนชายหนุ่มแทบสำลักความสวย
“ไม่มีบ้านช่องเป็นของตัวเองหรือไงคะ ถึงได้ชอบมาสิงสถิตอยู่แถวนี้”
“แหม่!!... ยังปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมเลยนะน้องแคท” ฐากูลยิ้มละมุนอย่างอารมณ์ดี ท่าทางกวนอารมณ์ทว่าเปี่ยมเสน่ห์อย่างร้ายกาจทำให้หัวใจของคนมองสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
“พี่ว่าเราไปหาที่เงียบๆ คุยกันสองคนดีกว่ามั้ย”
“ไม่ค่ะ แคทไม่ไว้ใจพี่... จะไปไหนก็ไปเลยไป!”
“พี่มันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ฐากูลแกล้งทำเสียงเศร้า สายตาตัดพ้อทอดมองตัดกับร่างกายสูงใหญ่ที่ขยับเข้าใกล้เธออีกก้าวอย่างจงใจคุกคาม
“ก็น่าจะรู้ตัวดีนี่คะ... คนที่ชอบทำตัวรุ่มร่ามอย่างพี่ ใครเค้าก็ไม่กล้าไปไหนด้วยหรอก” หญิงสาวเชิดหน้าสู้ แขนที่กอดอกอยู่แสร้งเบียดกระชับข่มความตื่นเต้น
“ก็พี่อยากได้ไลน์ของแคท อยากจีบแคท พี่ผิดตรงไหนเหรอครับ หรือว่าอย่างน้องแคทเนี่ย ไม่มีคนมาจีบเลย พี่ไม่เชื่อหรอกนะ”
“ถ้าพี่จะจีบแคท มันก็ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่วิธีการเข้าหาต่างหากล่ะที่มันผิด... ” สาวลูกครึ่งเอ่ยเสียงเรียบ และหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีพอ ๆ กับเพื่อนสาวของเธอ
“อีกอย่าง... แคทมีคนที่คุณแม่เตรียมจะให้ดูตัวเร็วๆ นี้แล้ว พี่อย่ามาเสียเวลากับแคทเลยค่ะ”
“สมัยนี้ยังมีอีกเหรอครับการคลุมถุงชน” ฐากูลนิ่วหน้าทันที นึกหวงก้างอารมณ์กรุ่นขึ้นมาคราครันเมื่อคิดว่าจะมีชายอื่นได้ครอบครองเรือนร่างแสนหวานตรงหน้า
“ก็ไม่รู้สิคะ พี่ต้องไปถามพ่อกับแม่พี่ดูเอง”
“แล้วแคทชอบเขาหรือเปล่าล่ะ” ชายหนุ่มถามพลางขยับกายหนาเข้าประชิดเรือนร่างบางจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นของกันและกัน
“ไม่รู้ค่ะเพราะยังไม่เคยเห็นหน้า แต่ถ้าเห็นหน้าแล้วเค้านิสัยดีไม่เหมือนพี่ละก็ มันก็ไม่แน่นะคะ แคทอาจจะคบกับเขาก็ได้” แคเธอรินแกล้งปั่นประสาท สายตาหวานซ่อนความท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคาสโนวาหนุ่ม
“ทำไมไม่บอกคุณพ่อคุณแม่ไปล่ะครับว่ามีแฟนแล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องหาให้ลำบาก”
“ถ้าบอกแล้วท่านเชื่อ แคทจะมายืนบอกพี่อยู่ตรงนี้มั้ยคะ คิดซิ”
“งั้น!!... ให้พี่ช่วยแสดงตัวแฟน เอามั้ย พี่ก็ไม่ชอบหรอกการคลุมถุงชนน่ะ” ฐากูลเสนอตัวอย่างรวดเร็ว สายตาโลมเลียไปตามริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธออย่างปิดไม่มิด
“อย่าเลยค่ะ หน้าอย่างพี่คงไม่ผ่านเกณฑ์ของพ่อกับแม่แคทหรอก”
ทันใดนั้น จู่ ๆ ความมืดมิดก็เข้าโจมอย่างกะทันหัน แสงไฟสว่างริมทางและหลอดไฟในบ้านทุกดวงดับวูบลงพร้อมกัน
“อ้าว! จู่ ๆ มืดเฉย เกิดอะไรขึ้น ” แคเธอรินอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ ดวงตากลมโตสั่นระริกยามที่ความมืดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งซอย
“สงสัยปากซอยเค้าจะมีการเอาสายไฟลงดินละมั้ง เมื่อคืนก็เห็นว่าดับเวลานี้เป๊ะเลย” เสียงทุ้มต่ำของฐากูลดังขึ้น ก่อนที่เขาจะขยับร่างกายกำยำรุกคืบเข้าไปใกล้จนระยะห่างแทบกลายเป็นศูนย์ กลิ่นกายชายอันดุดันผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์จางๆ จากร่างสูงที่ยืนใกล้ ๆ ทำให้แคเธอรินรู้สึกเหมือนกำลังจะมึนเมาไปตามคนข้าง ๆ จนต้องรีบถ่อยร่น
“ไม่ต้องกลัวนะ... เดี๋ยวพี่จะอยู่เป็นเพื่อนแคทเอง” ฐากูลรีบบอกเพราะกลัวเธอจะเดินหนี เขาหยุดคุกคามและเข้าไปใกล้ชิดเธอเอาไว้เพียงแค่นั้น สายตาคมมองผ่านความมืด ก่อนจะสบดวงตากลมโตที่กำลังตื่นตระหนกเล็กน้อย
“แล้วน้องแคท กำลังรอใครอยู่เหรอ”
“แคท... แคทรอคนขับรถค่ะ พอดีให้เขาเอาของที่บ้านมาให้” แคเธอรินตอบ พลางทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่ตอนนี้ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาด้านนอก เมื่อต้องอยู่กับฐากูลในระยะประชิดท่ามกลางความมืดมิดที่เป็นใจเช่นนี้
“มืดขนาดคงไปผิดซอยแล้วมั่งพี่ว่า คนที่ไม่เคยมาแถวหลงกันหลายคนแล้วนะ ขนาดไรเดอร์ที่ปักมุดให้แล้วยังไปผิดซอยเลย”
“พี่มีธุระอะไรก็ไปทำสิคะ ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนแคทหรอก!” หญิงสาวรีบไล่ทางอ้อม
“พี่ว่าง อยู่กับแคทได้ทั้งคืนแหละ” ฐากูลเอ่ยท่ามกลางความมืดมิดอันเป็นใจ ทำเอาแคเธอรินใจสั่นระทึกอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสองยังคงปะทะคารมและอารมณ์ปรารถนาที่ซ่อนเร้นกันอยู่ตรงหน้าบ้านอย่างไม่มีใครยอมใคร
