บทที่ 13 ขอรับผิดชอบ

ทั้งสองยังคงปะทะคารมกันอยู่ตรงหน้าบ้านอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของแคเธอรินดังขึ้น หญิงสาวรีบกดรับสายทันที ปลายสายคือคนขับรถที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลเพราะหลงทางเนื่องจากมืดไปทั้งซอย และแจ้งว่าตอนนี้จอดรถรออยู่ซอยถัดไป ซึ่งไม่สามารถขับทะลุเข้ามาตรงซอยบ้านของสิริภัทรได้ เนื่องจากมีรถจอดขวางทางอยู่

“มีอะไรหรือเปล่า ให้พี่ช่วยอะไรมั้ย” ฐากูลเห็นใบหน้าที่เป็นกังวลท่ามกลางความมืดสลัวของแคเธอรินจึงเอ่ยปากช่วยเหลือ

“คนขับรถที่บ้านดันไปผิดซอยค่ะ” แคเธอรินบ่นอุบหน้านิ่วคิ้วขมวด

“แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหนล่ะ ให้พี่พาไปก็ได้นะ”

“จอดซอยถัดไปค่ะ เดี๋ยวแคทไปเอาจักรยานต์ในบ้านปั่นไปดีกว่า”

“ไม่ต้องหรอกแคท” ฐากูลได้โอกาสทองจึงรีบเสนอทางเลือกทันที

“เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวพี่พาแคทเดินลัดผ่านตัวบ้านของไอ้เขตไปฝั่งตรงข้ามเอง สวนหลังบ้านมันมีประตูเล็ก ๆ ทะลุออกไปซอยนั้นได้พอดี จะได้ไม่ต้องเดินอ้อม”

แคเธอรินชั่งใจครู่หนึ่ง ท่ามกลางความมืดมิดและสถานการณ์บังคับ เธอจึงยอมพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้

“ก็ได้ค่ะ แต่ห้ามทำอะไรแคทแบบคืนนั้นนะ ถ้าทำแคทโกรธจริง ๆ ด้วย”

“โอ๊ยย!!...พี่ไม่ทำแบบเดิมแล้วเข็ดแล้ว พี่กลัวแคทเกียจขี้หน้าพี่จะตาย” ฐากูลบอกพลางยิ้มกริ่มในความมืด

ชายหนุ่มถือวิสาสะจูงมือเรียวเล็กพาเดินข้ามฝั่งเข้าไปในตัวบ้านของสุดเขตที่เงียบสงัด ภายในตัวบ้านใหญ่โตแต่ไร้แสงไฟ มีเพียงไฟโซล่าเซลล์บางดวงที่พอเหลืออยู่ลอดผ่านบานกระจกเข้ามาพอให้เห็นทางเดิน

“ว้าย!” เสียงร้องตกใจสุดขีดเมื่อปลายเท้าของแคเธอรินสะดุดเข้ากับขอบพรมเช็ดเท้าผืนหนาตรงโถงทางเดิน เป็นเหตุให้ร่างระหงเสียหลักถลาลงไปตามแรงโน้มถ่วง แต่ด้วยสัญชาตญาณอันว่องไวของฐากูล เขาขยับกายพุ่งเข้ามารองรับร่างนุ่มนิ่มของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงเหวี่ยงกลับทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนพื้นด้วยกัน

ร่างบางอยู่ด้านบน โดยมีหนาของฐากูลรองรับอยู่เบื้องล่าง ริมฝีปากอวบอิ่มของแคเธอรินฝังลงตรงริมฝีปากหยักได้พอดิบพอดี หญิงสาวตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หนำซ้ำจมูกโด่งสันกลับกดลึกเข้ากับผิวแก้มหอมกรุ่นอย่างจงใจ

ฟอด...ฐากูลได้โอกาสสูดดมความหอมเข้าปอดทันที

“อุ๊ย! พี่ฐา!” แคเธอรินอุทานลั่น ใบหน้าหวานร้อนผ่าวราวกำลังจะระเบิด อกอวบสะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจกระชั้นชิด ยามเมื่อเนื้อตัวบดเบียดกันแน่น

ฐากูลประคองเธอเอาไว้ แต่ยังคงกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน สายตาเชื่อมปร่าทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอออกอย่างเชิญชวน

“พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ” น้ำเสียงของเขาช่างแหบพร่าและทำทีเป็นสำนึกผิด ฝ่ามือหนารีบประคองเธอขึ้นอย่างนุ่มนวล

“แคทไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ”

“ค่ะ !” แคเธอตอบเสียงสั่น

ย้อนกลับไปทางด้านสิริภัทรกับสุดเขต ที่อยู่ในบ้านด้วยกันตอนไฟดับ สิริภัทรพอเห็นไฟในห้องดับลงกะทันหัน เธอก็รีบเดินไปแหวกผ้าม่านก้มลงดูเบื้องล่าง พบว่าไฟดับมืดมิดไปทั้งซอยจนไม่เห็นเพื่อนรักที่ยืนอยู่ หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายเพื่อจะนำสมาร์ตโฟนของตัวเองมาเปิดโหมดไฟฉายเพื่อความสว่าง

แต่ท่ามกลางความมืดมิดประกอบกับความว้าวุ่นในใจ ทำให้สิริภัทรไม่ทันสังเกตว่ามีคนแอบเดินเปิดประตูเข้าห้องนอนของเธออย่างเงียบ ๆ ระหว่างกำลังค้นโทรศัพท์ในกระเป๋า สุดเขตก็ก้าวเข้ามาทางด้านหลังและรีบโอบกอดเธอทันทีด้วยความคิดถึง

“ว้ายยย!!...” สิริภัทรร้องขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด

“ช่วยด้วย!!! อื้มมม!!!” เสียงหวานถูกกลืนหายไปทันควันเมื่อฝ่ามือหนาตะปบปิดริมฝีปากอิ่มไว้แน่น สัมผัสและกลิ่นกายอันคุ้นเคยโชยเตะจมูกทำให้สิริภัทรรู้ได้ไม่ยากว่าเป็นใคร เหตุการณ์คุกคามแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้งในเวลาที่แม่เธอไม่อยู่ สุดเขตมักจะลอบเข้ามาขอนอนกับเธอ ทั้งสองนั้นมีแม่ที่เป็นเพื่อนรักกัน แต่แม่ของสุดเขตเป็นเจ้านาย แม่ของสิริภัทรนั้นเป็นลูกน้อง ซึ่งเป็นเจ้านายกับเลขาฯ และทั้งสองก็จะไปไหนด้วยกันเสมอตั้งแต่ไหนแต่ไร

“นี่พี่เอง ๆ ภัทร!!..นี่พี่เอง”

“พี่เขต!!! แอบเข้าบ้านภัทรอีกแล้วนะ” สิ้นเสียงหวานวงแขนแกร่งหนากลับพุ่งเข้าช้อนโอบรอบเอวบางนุ่มนิ่มเอาไว้ได้ทันท่วงที ทาบทับเรือนกายหนาเข้าหาจนร่างบางแผ่นหลังพิงอกกว้าง

“ตกใจทำไมหืม์ ยังไม่ชินอีกเหรอ” สุดเขตโน้มดวงหน้ากระซิบชิดใบหูเล็กน้ำเสียงทุ้มพร่าอ่อนหวาน วงแขนแข็งแรงออกแรงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก่อนจะพาเดินตรงไปยังเตียงกว้างภายในห้องแล้ววางเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างทะนุถนอ เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเพราะเหตุใดพอเข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้ ความโกรธและคำพูดร้ายกาจที่เตรียมไว้กลับมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความต้องการโหยหาในเรือนร่างอันแสนยั่วยวนนี้

สิริภัทรได้สติขยับกายหนีทันที หญิงสาวสปริงตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วไปนั่งหลบมุมอยู่ที่โซฟายาวแทนที่จะอยู่ร่วมเตียงสองต่อสองกับเขา คราวนี้เธอสลัดความผูกพันในอดีตทิ้ง เหลือเพียงความกลัวสุดเขตอย่างสุดหัวใจ

“พี่มาทำไมอีกคะ จะทำอะไรภัทรอีก” สิริภัทรถาม พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ

“พี่แค่อยากมาคุยกับภัทรให้รู้เรื่อง เรื่องของเราน่ะ เมื่อกี้พี่ได้ยินหมดแล้วนะ ที่ภัทรคุยกับเพื่อนนะ อย่าคิดจะนอกใจพี่เด็ดขาดถ้าไม่อยากให้แม่รู้เรื่องของเรา” พอสุดเขตได้ยินคำถามที่ห่างเหิน อาการอ่อนโยนเมื่อครู่ก็พลันมลายหายไป ชายหนุ่มเค่นเสียงติดจะตะคอกสไตล์คนเอาแต่ใจ

“แต่ภัทรไม่มีอะไรจะคุยกับพี่! พี่ก็ได้ทุกอย่างจากภัทรไปแล้ว... จะมาเรียกร้องอะไรจากภัทรอีกคะ หรือว่าที่ได้ไปมันยังไม่สมใจพี่อีก!” สิริภัทรตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจปนเปกันไปหมดที่ผู้ชายตรงหน้าไม่เคยพูดดี ๆ กับเธอเลยแม้สักครั้ง พลันดวงตาคู่สวยก็เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาใสไหลอาบแก้มเนียนในความมืด

“พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย! อย่าคิดมากสิ... เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะนะ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้น พี่จะรับผิดชอบเอง” ชายหนุ่มลดเสียงลง และเอ่ยปากเรื่องความรับผิดชอบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป