บทที่ 10 ตอนที่10
“จริงเหรอคะมาเรีย สนใจสิคะ”
ชาลิญาตอบรับรวดเร็วพลางฉีกยิ้มแก้มปริอย่างดีใจ หญิงสาวรีบลุกมากอดร่างใหญ่ที่เธอโอบแทบไม่รอบทันที ก็ชาลิญาผู้แสนจะเรียบร้อยอ่อนหวานที่สุดในบรรดาสามสาวเพื่อนรักชอบทำขนมเป็นชีวิตจิตใจ เธอมีความฝันอยากมีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง และความฝันของชาลิญาก็อยู่ไม่ไกลแล้ว เนื่องจากแฟนหนุ่มอย่างอวัชรวินซึ่งเป็นพี่ชายของอวัสดากำลังจะเปิดร้านให้
“งั้นไปค่ะ เราไปในครัวกันดีกว่า”
คุณแม่บ้านใหญ่เป็นฝ่ายคว้ามือเล็กจูงไปทางประตูคฤหาสน์ ชาลิญาจึงรีบหันกลับมาตะโกนบอกเพื่อนรักที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ
“หนูดา! ฉันไปช่วยมาเรียทำขนมในครัวนะ แล้วเดี๋ยวจะเอามาให้พวกเธอชิม”
อวัสดาดำผุดดำว่ายอยู่ในสระอีกพักใหญ่ จนรู้สึกเริ่มหนาวเย็นเธอจึงกะจะเลิกเล่น ทว่าพอกำลังจะก้าวขึ้นบันไดสระพลันก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อเห็นคนที่มานั่งอยู่ตรงเก้าอี้ซึ่งพวกเธอเคยจับจองนั่งเล่นกันเมื่อก่อนหน้านี้ เขายังอยู่ในชุดเดิมที่ใส่ออกไปเมื่อตอนเช้า เพียงแต่สูทถูกถอดออก เหลือแค่สแล็กดำกับเชิ้ตขาวพับแขนจนถึงศอก และกระดุมถูกปลดออกเกือบทั้งแผง
‘อีตาบ้านี่มานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ก็ไหนยัยที่รักบอกว่ากลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ไง นี่มันเพิ่งบ่ายสี่โมงเองนะ โผล่มาได้ไงเนี่ย แล้วจะมานั่งชมอะไรอยู่ตรงนี้ไม่ทราบ’
แถมนัยน์ตาสีน้ำทะเลคู่คมมันยังจ้องมองมายังเธอฉายแววรื่นรมย์แปลกๆ มันทำให้อวัสดาไม่กล้าขึ้นจากสระอย่างที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรก ด้านคนที่มาแอบมองเงือกสาวอยู่นานแล้วเมื่อเห็นว่าเธอถอยหลังกลับไม่ยอมขึ้นจากสระเสียดื้อๆ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงเรียบๆ
“ขึ้นจากสระได้แล้วหนูดา คุณเล่นน้ำนานแล้วนะ ตัวซีดซะขนาดนี้ผมขี้เกียจลงไปงมขึ้นมา”
อวัสดาเบิกตาโตกับคำพูดที่ได้ยิน เพราะมันบอกให้ว่าเขามานั่งดูเธอว่ายน้ำอยู่นานแล้ว เธออยากจะขึ้นจากสระใจแทบขาด แต่สายตาคมกริบที่จ้องมองมาเหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น แล้วใครมันจะกล้าขึ้น หญิงสาวจึงตวัดเสียงห้วนจัดส่งให้ข่มอายเอาไว้ก่อน
“ฉันจะขึ้นเมื่อไรมันก็เรื่องของฉัน คุณมายุ่งอะไรด้วยไม่ทราบ”
คีแกร์นหรี่ตาจ้องคนหน้าซีดปากสั่นเพราะความหนาวเหน็บแต่ยังทำปากเก่งเชิดหน้าเถียงอยู่ในสระอย่างหมายมาด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่คุณเธอไม่กล้าขึ้นเพราะความอายมันกำลังเข้าเส้น มันน่าแกล้งเสียให้เข็ด
“คุณจะขึ้นมาเองดีๆ หรือจะให้ผมลงไปลากขึ้นมา แต่บอกเอาไว้ก่อนว่าผมไม่ลากขึ้นมาเฉยๆ หรอกนะ ผมจะ...”
“หยุด! พอเลย คุณจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาฮึ! คีแกร์น”
อวัสดารีบโพล่งสวนออกไปสกัด ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะข่มขู่เรื่องอะไร
“จะขึ้นมาเองหรือต้องให้ถึงเนื้อถึงตัว เลือกเอาเลยหนูดา”
คนโดนขู่ชักหน้าตาบูดบึ้ง เธอฮึดฮัดสะบัดมือกับน้ำในสระระบายอารมณ์ โดยยังไม่คิดจะขยับกายไปทางไหน แต่พอเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ลุกพรวดแล้วก้าวอาดๆ ตรงมาที่ขอบสระพร้อมหน้าตาเอาจริงเธอก็ต้องรีบรัวบอกเสียงหลง
“ฉันขึ้นก็ได้คนบ้า! หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ ขู่อยู่ได้คนผีทะเล หันหลังไปสิ! จะมองอะไรเล่า”
นอกจากชายหนุ่มจะไม่ทำตามที่เธอบอกแล้ว เขายังส่งยิ้มละลายใจมายั่วคนในสระอีกต่างหาก
“มองเฉยๆ มันไม่สึกไม่หรอหรอกคุณ... เอ้า! รีบๆ ขึ้นมาสักทีสิ จะรอให้ขึ้นอืดก่อนหรือไง”
ประโยคยั่วยวนกวนประสาทที่ได้ยินทำเอาอวัสดาอยากจะกรี๊ดให้ลั่นสระนัก แต่ที่เธอทำได้ก็คือจำต้องรีบพาร่างในชุดบิกินีตัวน้อยก้าวขึ้นบันไดสระไปอย่างเร่งรีบ ขึ้นมาได้หญิงสาวก็ตรงปรี่จะไปหยิบเสื้อคลุมที่วางอยู่บนเก้าอี้ แต่พอวิ่งผ่านด้านหลังของคนที่กำลังจะหันกลับมามองเธอ มือเล็กก็ผลักแผ่นหลังกว้างไปเต็มเหนี่ยว ทำให้ร่างใหญ่เสียหลักพุ่งไปข้างหน้า ทว่าแขนยาวๆ ก็ไวพอกัน มันตวัดมาคว้าเอวเล็กพากันร่วงลงไปในสระจนน้ำแตกกระจายตูมใหญ่
“ว้ายยย!”
อวัสดากรีดร้องออกมาดังลั่นด้วยความตกใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะจมหายลงไปในสระ แล้วโผล่พรวดพราดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง หากเอวเล็กยังถูกแขนแข็งแรงเกี่ยวรัดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ตอนเช้าใส่เกลือในกาแฟ ตอนบ่ายจงใจผลักตกสระ ถ้าผมปล่อยเอาไว้ก็ไม่ใช่นายคีแกร์นแล้วละ”
คีแกร์นกัดฟันคาดโทษพลางลากร่างเล็กตรงดิ่งไปยังน้ำลึกปริ่มปลายคางของเขา แต่สำหรับอวัสดามันท่วมมิดศีรษะของเธอเลยทีเดียว ขณะที่สองมือเล็กก็ทุบลงไปตามบ่าไหล่หนาและหน้าอกแข็งๆ แบบไม่ยั้ง
“ปล่อยนะคีแกร์น โรคจิต! ชอบใช้แต่กำลังรังแกคนอื่นเขา ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
สิ้นเสียงนั้นคีแกร์นก็ปล่อยทันทีเหมือนกัน ทำให้คนยังไม่ทันได้ตั้งตัวจมดิ่งลงไปในสระ ก่อนที่แขนแข็งแรงจะตามไปลากเอวเล็กขึ้นมาอีกครั้ง อวัสดากลืนน้ำเข้าไปหลายอึก และหน้าแดงหูแดงไปหมด แต่ก่อนที่เธอจะทันได้โวยวายปากได้รูปก็ฉกเข้าหากลีบปากนุ่มเย็นเฉียบอย่างแม่นยำ คนโดนจูบที่แทบไม่รู้เนื้อรู้ตัวจึงทั้งผลักทั้งดันไหล่กว้างและแผงอกกระด้างสุดกำลัง แต่มันก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย แถมวงแขนแกร่งกำยำยังกระชับร่างเล็กแนบไปกับลำตัวหนาเสียแนบแน่น ส่วนมืออีกข้างของเขาดันท้ายทอยเล็กให้เธอเงยขึ้นรับจูบได้สะดวกยิ่งขึ้น
อวัสดาเมื่อรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้เธอจึงแย้มปากรับเอาอากาศจากอีกฝ่ายป้อนเข้าปอด พร้อมๆ กับเปิดโอกาสให้ปลายลิ้นอุ่นซ่านสอดเข้าไปกวาดหาความหวานละมุนในอุ้งปากเล็กอย่างกระหายหิว
