บทที่ 2 ตอนที่2

เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ใครหลายๆ คนต่างนอนหลับใหลกันอย่างเป็นสุข แต่กับอวัสดา กิตติพงษ์ไพศาลกลับเป็นช่วงเวลาที่แสนทรมานด้วยความหิวโหย ขณะนี้เธอนอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่ภายในห้องของเพื่อนรักอย่างคุณหนูไอลิซ วิลเลียมเบอร์ลิซ เนื่องจากถูกเพื่อนสาวลากให้มาค้างที่คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซเป็นเพื่อนระหว่างที่เดินทางมาอังกฤษเพื่อนำวิทยานิพนธ์มาส่งให้อาจารย์ หญิงสาวนอนกระสับกระส่ายได้สักพักจึงตัดสินลุกไปเข้าห้องครัวเมื่อรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป

เท้าเล็กซอยลงมาจากบันไดกลางห้องโถงกว้าง หากก็ต้องหยุดชะงักอยู่แค่เชิงบันได เมื่อสายตากระทบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเอื่อยๆ ผ่านประตูคฤหาสน์เข้ามา และก้าวมุ่งตรงจะขึ้นบันไดกลางคฤหาสน์เช่นกัน แต่ขายาวๆ ก็เป็นอันชะงักไม่ต่างกัน เมื่อเจอเข้ากับร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าบันได

ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางจ้องร่างที่กำลังเผชิญหน้าระยะแค่หนึ่งเมตรด้วยความสงสัย เพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าเธอชอบกล ตาคมกริบสีน้ำทะเลค่อยๆ กวาดอ้อยอิ่งตั้งแต่เรียวขางามที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นกุดขึ้นมาช้าๆ ระเรื่อยมาจนถึงเนินทรวงอวบอิ่มที่ดันตัวเสื้อกล้ามสีขาวออกมาให้เห็นรางๆ และสำรวจผิวขาวอมชมพูนอกร่มผ้านั้นอย่างจริงๆ จังๆ ก่อนจะวกกลับมามองใบหน้านวลเนียนรูปไข่อีกครั้ง ซึ่งประกอบไปด้วยดวงตากลมโตดำขลับวาววับราวกับมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ที่ตอนนี้กำลังเบิกตาตื่นๆ จ้องมายังเขาตาแทบไม่กะพริบเลยก็ว่าได้ จมูกเล็กโด่งสวยเชิดงอนบ่งบอกลักษณะนิสัยของเจ้าตัวว่าคงเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย แล้วที่ชายหนุ่มจ้องนิ่งอยู่นานก็คือปากเล็กรูปกระจับสีสดทว่าอิ่มเต็ม ซึ่งมันดูน่าจูบอย่างบอกไม่ถูก คิดพลางคีแกร์นก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอไปอย่างฝืดๆ เขาต้องยอมรับว่าคุณเธอสวยผุดผ่องไปทั้งตัวเลยทีเดียว

อวัสดาหน้าร้อนผ่าวและมันคงแดงซ่านไปทั้งหน้าจรดลำคอเป็นแน่ ก็ไอ้ลูกตาสีน้ำทะเลคมกริบเล่นจ้องสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า จ้องเอาๆ อย่างเสียมารยาทเป็นที่สุด ใครจะไปนึกว่าจะมีคนโผล่มาเอาตอนนี้ เธอกะจะลงมาแค่แป๊บเดียวจึงไม่คิดจะหยิบเสื้อคลุมมาสวมให้เสียเวลา ทว่าตากลมโตก็จ้องสำรวจร่างสูงใหญ่ไซซ์ชาวตะวันตกที่กำลังยืนข่มเธอให้เล็กลงไปถนัดตานั้นกลับไปบ้าง อย่าให้น้อยหน้า

หญิงสาวกวาดตาช้าๆ ไล่ตั้งแต่กางเกงผ้าเนื้อดีแบรนด์ดังสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยยับเล็กน้อยที่เขาพับแขนทั้งสองข้างเอาไว้ลวกๆ และกระดุมถูกปลดออกเกือบทั้งแถวอวดแผงอกตึงแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็นลอนสวย มือใหญ่ขาวสะอาดรวบกำเสื้อสูทเอาไว้ข้างตัวสบายๆ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มนั้นก็คงจะนุ่มมือน่าดู แถมปากได้รูปยังหยักสวยได้อีก ส่วนจมูกนั้นไม่ต้องพูดถึงมันโด่งขึ้นสันสวยตามเผ่าพันธุ์นั่นแหละ และตาสีน้ำทะเลก็คมกริบราวกับตาเหยี่ยวซึ่งขณะนี้เขากำลังใช้มันจ้องมองเธอเหมือนจะให้ทะลุไปถึงไหนต่อไหน ยิ่งเรียวคิ้วดกหนาที่ขนานไปกับดวงตานั้นยิ่งส่งให้ใบหน้าเขาเข้มคมสะดุดตา ไม่อยากจะยอมรับนักหรอกว่าผู้ชายที่เธอกำลังเผชิญหน้าหล่อเหลาเอาเรื่องทีเดียว

แต่ด้วยใบหน้าคุ้นๆ ของเขาแสดงว่าอีตานี่ต้องเป็นหนึ่งในพี่ชายเพื่อนรักของเธอแน่นอน แล้วจะเป็นคนไหนล่ะ ก็เขามีฝาแฝด และเธอก็ไม่ได้เจอมานานหลายปีแล้วด้วย จากที่เห็นแสดงว่าพวกเขาเปลี่ยนไปเยอะมาก จากเด็กหนุ่มหน้าตาดีผอมสูงเก้งก้าง ตอนนี้เป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ดูแข็งแกร่งไปทั้งตัว หุ่นก็สมาร์ตน่ามองเอามากๆ ในเมื่อยังไม่แน่ใจอวัสดาจึงเอ่ยทักทายด้วยภาษาอังกฤษส่งๆ ไปก่อน หากน้ำเสียงก็อึกๆ อักๆ เต็มที

“สะ...สวัสดีค่ะ”

ทว่าคนตรงหน้ากลับเงียบกริบ และยังจ้องเขม็งมาที่เธอไม่วางตา แถมยังเดินวนรอบตัวเธอช้าๆ พลางกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง จากนั้นก็มาหยุดตรงหน้าเธอแล้วตั้งคำถามด้วยภาษาสากลติดจะห้วนนิดๆ ขึ้นมาแทน

“คุณเป็นใคร แล้วมาทำอะไรในบ้านผม”

“ฉันชื่ออวัสดา เพิ่งมาจากเมืองไทย เป็นเพื่อนของที่รัก เอ่อ...ฉันหมายถึงไอลิซน่ะ”

คิ้วเรียวสีน้ำตาลเข้มขมวดมุ่น และจ้องใบหน้านวลเนียนอย่างสำรวจตรวจตรายิ่งกว่าเดิม

‘ถึงว่าทำไมเขาถึงคุ้นหน้าคุณเธอนัก ที่แท้ก็ยัยเด็กแสบเพื่อนรักของน้องสาวสุดที่รักนี่เอง ยัยนี่โตมาสวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ผิวขาวอมชมพูนั่นคงจะนุ่มน่าดู แถมหุ่นยังน่าฟัดได้อีก ปากรูปกระจับนั้นก็น่า...’

คีแกร์นชะงักความคิดไป นี่เขาเห็นแม่นี่สวยตั้งแต่เมื่อไร ดื้อก็เท่านั้น ร้ายก็สุดๆ แถมยังชอบเถียงคำไม่ตกฟากอีกต่างหาก ปากได้รูปหยักยิ้มมุมปาก ก่อนจะโต้ตอบกลับไปด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ

“อ้อ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณหนูดาจอมแสบนี่เอง ไม่ได้เจอกันซะนาน โตมาขี้เหร่ได้ใจจริงๆ แล้วแต่งตัวแบบนี้จะไปอ่อยเหยื่อล่อเสือล่อตะเข้ที่ไหนไม่ทราบ บอกก่อนเลยว่าผมไม่ตกหลุมคุณหรอกนะ เพราะผมไม่นิยมอะไรที่มันเล็กๆ แบนๆ มันไม่ได้อารมณ์”

ถ้อยคำถากถางบวกกับสายตาคมกริบวาววับที่จ้องอ้อยอิ่งมาแถวหน้าอกหน้าใจทำเอาอวัสดาหน้าแดงก่ำไปจนถึงติ่งหู อยากจะซัดคนพูดเอาให้หน้าหันสักที และจากประโยคชวนหาเรื่องนี่เอง ทำให้เธอรู้ว่าคนที่กำลังยืนประจันหน้าอยู่ในขณะนี้คือคีแกร์นคู่อริเก่าของเธออย่างแน่นอน แต่ที่น่าแปลกใจก็คืออีตานี่พูดไทยชัดมาก ชัดกว่าคนไทยบางคนซะอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป