บทที่ 3 ตอนที่3

“นี่! พูดให้มันดีๆ นะ ใครเขาไปล่อคนอย่างคุณกัน หน้าอย่างกับยักษ์วัดแจ้งไร้เสน่ห์ใครจะไปอ่อยลง ฉันก็แค่หิว จะไปหาอะไรกินในครัว ใครจะไปคิดว่าดึกดื่นป่านนี้จะซวยเข้าขั้น ดันมาเจอคนบ้าโรคจิตคิดแต่เรื่องอกุศลแบบนี้ล่ะ”

อวัสดาย้อนด้วยภาษาบ้านเกิดที่ถนัดพร้อมจิกตาเขียวปัดส่งให้ พูดๆ เสร็จเธอก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าเข้าห้องครัวไปทันที ปล่อยให้คนโดนสวนกลับยืนหน้าตึงมองตามแผ่นหลังบางไปตาขุ่นขวาง และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันให้ไปด้วย

“ยังปากดีเหมือนเดิมนะยัยตัวแสบ”

คนเดินหนีเข้ามาในครัวตรงดิ่งไปเปิดตู้เย็นเทนมสดใส่แก้วกะจะถือขึ้นไปดื่มบนห้อง พอหันกลับมาก็ต้องตกใจแทบทำแก้วนมพลัดหลุดมือ ทว่าเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่มายืนพิงไหล่กับกรอบประตูห้องครัว แถมมือหนายังยันขอบประตูอีกด้านขวางทางเอาไว้อีกด้วย และดวงตาคมกริบสีน้ำทะเลจ้องมายังเธอนิ่งมาก แล้วเธอจะออกไปทางไหนได้ ถ้าไม่ใช่ต้องลอดใต้วงแขนกำยำนั่นน่ะ อวัสดาจึงเอ่ยสั่งน้ำเสียงต่ำๆ

“หลีก! ฉันจะขึ้นห้อง”

แต่คนตัวใหญ่ก็ทำราวกับไม่ได้ยิน กลับเอ่ยขอร้อง ไม่สิ! ฟังจากน้ำเสียงคงจะสั่งละมากกว่า

“ผมหิว หาอะไรให้กินหน่อยสิ”

“เรื่องอะไร! หิวคุณก็หากินเองสิ นี่มันบ้านคุณนะ”

“อะไรกัน มาอยู่บ้านเขา เจ้าของบ้านเขาขอร้องแค่นี้ทำให้ไม่ได้หรือไง น้ำใจน่ะมีบ้างไหม”

“ฉันเป็นแขกของน้องสาวคุณนะ มีสิทธ์อะไรมาใช้ให้ฉันทำโน่นทำนี่  เรียกมาเรียหรือเด็กในบ้านของคุณมาทำให้สิ หลีกไปนะ!”

“ดึกป่านนี้มาเรียกับเด็กในบ้านเขาก็คงหลับกันหมดแล้ว คุณจะไปรบกวนเขาทำไม คุณนั่นแหละทำให้ผมหน่อย มันจะไปยากอะไรหนูดา”

“มันไม่ยากก็จริง แต่ฉันไม่อยากทำให้ แล้วใครจะทำไม”

“พูดแบบนี้ใช่ไหม! งั้นคืนนี้ก็นอนมันในครัวนี่แหละ ไม่ต้องมีใครไปไหนกัน ตอนนี้ผมชักโมโหหิวซะด้วยสิ คุณก็มาเป็นอาหารให้ผมแทนแล้วกัน ผมก็อยากลองชิมเนื้อขาวๆ ตัวนุ่มๆ ของคุณดูสักทีเหมือนกัน ว่ารสชาติมันจะถึงใจสักแค่ไหน”

คีแกร์นว่าพลางย่างสามขุมเข้าหาช้าๆ ขณะที่อวัสดาก็รีบลนลานถอยหลังหลบไปอยู่อีกด้านของโต๊ะกลางห้องครัวอย่างว่องไว ใบหน้าสวยใสแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด แล้วรีบละล่ำละลักบอกออกมาเร็วรี่

“ฉันทำให้คุณก็ได้ หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะคนบ้า! แล้วจะกินอะไรล่ะ บอกเอาไว้ก่อนเลยว่าฉันทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ ถ้ากินไม่ได้ไม่ต้องมาโทษฉันด้วย”

คีแกร์นแอบขำกับท่าทางของคนหวาดหวั่นและระวังตัวแจอยู่อีกฟากโต๊ะ แต่ยังเก๊กหน้าตาขึงเคร่งเอาไว้ได้

“นั่งลงสิ แล้วจะกินอะไรก็รีบๆ ว่ามา ฉันจะทำให้ มันจะได้เสร็จๆ ไปซะที” อวัสดาตวัดเสียงบอกห้วนสนิท

“เอาสปาเก็ตตี้ก็ได้ มีสำเร็จรูปอยู่ในตู้เย็นนั่นแหละ คุณก็แค่เอาไปใส่ในไมโครเวฟสักสองนาทีแล้วก็เอาออกมาเทใส่จาน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ผมกินง่ายไม่เรื่องมากหรอก”

อวัสดารีบหันไปเปิดตู้เย็น จัดการดึงกล่องสปาเก็ตตี้สำเร็จรูปออกมา แล้วก้าวไปทำตามที่เขาบอก แต่ไม่วายปากอิ่มยังขมุบขมิบแจกพรให้คนตัวโตที่ทรุดลงนั่งตรงเก้าอี้อีกฟากโต๊ะไปด้วยเบาๆ

“ก็ทำเป็นนี่ ทำไมไม่มาทำเองซะเลยล่ะ สั่งๆ อยู่ได้ เป็นง่อยหรือไง มันน่าใส่เกลือสักสิบช้อนให้ไส้ขาดเสียให้เข็ด”

คนรอกินเมื่อได้ยินเสียงอุบอิบดังมาแว่วๆ จากแม่ตัวร้าย ชายหนุ่มจึงเอ่ยดักทางเอาไว้ก่อน

“ห้ามใส่อะไรที่มันให้รสชาติแปลกประหลาดลงไปในนั้นเป็นอันขาดเลยนะ ไม่งั้นผมจะกินคุณทั้งตัวแทนสปาเก็ตตี้นั่น ไม่เชื่อก็ลองดูสิ”

อวัสดาหันมาตวัดค้อนให้คนรู้ทันไปขวัญใหญ่ ประกายตาเอาจริงของเขาทำให้เธอไม่กล้าทำอย่างที่ใจคิด

ไม่นานสปาเก็ตตี้หอมฉุยก็มาอยู่บนโต๊ะพร้อมกับเสียงใสของคนเสิร์ฟแกล้งประชดมาด้วย

“เชิญคุณชายคีแกร์นรับประทานให้อร่อยนะคะ”

พูดจบเธอก็คว้าแก้วนมสดบนโต๊ะเตรียมตัวจะเผ่นออกจากห้องครัว แต่เสียงห้วนๆ ก็เอ่ยสกัดเอาไว้เสียก่อน

“ใครอนุญาตให้คุณออกไปไม่ทราบ คุณต้องนั่งเป็นเพื่อนผมจนกว่าผมจะกินเสร็จ ถ้าก้าวออกจากห้องนี้โดยที่ผมไม่อนุญาต เราจะได้เห็นดีกันแน่หนูดา”

คนโดนข่มขู่ซึ่งไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไรเข้าไปแล้วถึงกับฉุนขาด เธอตวาดสวนกลับเข้าให้อย่างคนโมโหเกินระงับ

“มันจะมากไปแล้วนะคีแกร์น จะอะไรกันนักหนากับอีแค่ตักเข้าปากแล้วเคี้ยวๆ แค่เนี่ย ทำไมต้องให้ฉันนั่งเฝ้าคุณด้วยไม่ทราบ ฉันก็หิวเป็นเหมือนกันนะ และตอนนี้ก็ง่วงนอนแล้วด้วย”

หากคนถูกโวยวายใส่หาได้สนใจเสียงฉอดๆ นั้นไม่ กลับจ้องใบหน้านวลเนียนเขม็งพร้อมกับเอ่ยสั่งออกมาน้ำเสียงหนักๆ อย่างเอาจริง

“นั่งลงหนูดา ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ”

อวัสดายังดื้อดึงปักหลักยืนนิ่งอยู่ที่เดิม กระทั่งร่างใหญ่ลุกพรวดพร้อมหน้าตาเอาเรื่อง นั่นแหละคนดื้อถึงรีบกระแทกตัวนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หากใบหน้าบูดบึ้งไม่เก็บอาการ กลีบปากอิ่มถูกเจ้าของกัดเอาไว้แน่น นัยน์ตากลมโตจ้องคนทรุดลงนั่งอีกฝากโต๊ะอย่างเจ็บใจที่ไม่สามารถโต้ตอบเอาคืนได้ คีแกร์นอยากจะขำแต่ก็เก๊กหน้านิ่งขรึมเอาไว้สุดกำลัง พลางจ้องสบดวงตาดำขลับขุ่นจัดนั้นอย่างท้าทาย ก่อนเขาจะเอ่ยยั่วออกมาอย่างนึกสนุก

“ทำไม? หน้าผมมันมีอะไรติดอยู่หรือไง จ้องกันแบบนี้ผมก็กินไม่ลงกันพอดีน่ะสิ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป