บทที่ 4 ตอนที่4
“ไม่ต้องมาพูดมากเลยนะ รีบกินๆ เข้าไปสิ ฉันจะได้ขึ้นไปนอนสักที”
คนถูกยั่วเอ่ยลอดไรฟันโต้กลับเสียงห้วนๆ บอกให้รู้ว่าเธอกำลังไม่สบอารมณ์อย่างแรง
คีแกร์นกระตุกยิ้มมุมปาก ทำเอาคนเห็นคันไม้คันมือยิบๆ อยากจะแจกฝ่ามือสักเผียะอยู่เป็นกำลัง จากนั้นคนที่บอกว่าหิวก็เขี่ยสปาเก็ตตี้ในจานเล่นไปมา นานๆ ทีถึงจะตักเข้าปากสักคำ อวัสดาจึงยกแก้วนมบนโต๊ะขึ้นมาจิบบ้าง เพื่อฆ่าเวลารอคนบ้าซึ่งรู้สึกจะกินข้าวช้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา สักพักเขาก็วางช้อนกับส้อมทั้งที่สปาเก็ตตี้ในจานพร่องไปแค่นิดเดียวเอง
อวัสดาตวัดตามองขวางๆ ไหนบอกว่าหิวไง แล้วทำไมกินอย่างกับแมวดมแบบนี้ จากสายตาเป็นประกายยั่วเย้าที่เขาส่งมาให้ทำให้อวัสดารู้ได้ทันทีว่าถูกแกล้ง
“ไหนบอกว่าหิวไง! แล้วทำไมกินไปนิดเดียวเอง ใครใช้ให้กินทิ้งกินขว้างแบบนี้ รวยนักหรือไงคุณน่ะ”
“ก็ผมอิ่มแล้ว คุณจะทำไมล่ะ ไอ้สปาเก็ตตี้จานเดียวมันคงไม่ทำให้ผมจนลงไปหรอกแม่คุณ”
อวัสดาจ้องใบหน้าหล่อคมแต่กวนประสาทสุดๆ นั้นตาขุ่นเขียวอย่างเจ็บใจที่เสียรู้ให้เขาแกล้งเอาได้
“อิ่มแล้วใช่ไหม งั้นฉันก็ไปนอนได้แล้วสินะ”
เอ่ยจบเธอก็ลุกพรวด รีบก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูครัว แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวข้อมือเล็กก็ถูกกระชากลากกลับมายืนอยู่ตรงหน้าร่างสูงใหญ่อย่างรวดเร็ว
หากคีแกร์นก็ต้องแปลกใจเมื่อมือหนาสัมผัสโดนแหวนวงโตๆ บนนิ้วโป้งของมือเล็ก เขาจึงก้มลงมองด้วยความสงสัย พลันก็ต้องยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ทำไมเขาจะจำแหวนของตัวเองไม่ได้ คิ้วเรียวสีน้ำตาลเข้มชักเข้าหากัน ดวงตาคมกริบจ้องเจ้าของมืออย่างไม่อยากจะเชื่อนัก ว่ายัยแสบนี่เป็นผู้หญิงในคืนนั้นไปได้
คืนนี้ที่กลับบ้านดึกก็เพราะคีแกร์นไปที่ผับนั้นอีกครั้งเพื่อหวังจะได้พบเธออีกสักครั้ง ถึงแม้หน้าตาจะเห็นไม่ชัด แต่จากท่าทางไร้เดียงสากับผิวเนื้อนุ่มเนียนมือที่เคยได้สัมผัส และจูบแสนหวานไม่เป็นประสาที่ได้ลิ้มรส มันเหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจ คีแกร์นก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไร แต่ภาพของเธอมันจะลอยเข้ามาในความรู้สึกเสมอนับจากคืนนั้น ทว่าใครจะคิดว่าสวรรค์จะโยนเธอมาให้ถึงที่
คีแกร์นกระตุกยิ้มมุมปากพลางจ้องหน้าขาวใสไม่วางตา ขณะที่อวัสดามองปฏิกิริยาแปลกๆ ของคนที่ยังจับมือเธอไม่ยอมปล่อยอย่างงงๆ เธอรีบดึงมือออกจากมือใหญ่แล้วค่อยๆ ขยับถอยหลังเมื่อคนตัวโตเริ่มก้าวเข้ามาหาช้าๆ
“นี่คุณจะทำบ้าอะไร อย่านะคีแกร์น”
คนเริ่มขวัญกระเจิงตวาดออกมาด้วยความตื่นตระหนกและไม่แน่ใจกับกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย หากเขาก็ทำราวกับไม่ได้ยิน กลับก้าวไล่ต้อนร่างเล็กช้าๆ ให้ถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ กระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับเคาน์เตอร์ แต่เธอก็ยังไม่ยอมจนมุมง่ายๆ พยายามจะเลียบไปตามผนังห้อง แต่มือหนาก็ยกขึ้นยันผนังข้างๆ หัวไหล่มนกันเอาไว้เสียก่อน ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็ยันกับเคาน์เตอร์ข้างเอวเล็กกันเอาไว้อีกทาง แล้วแบบนี้เธอจะหนีไปทางไหนได้
อวัสดายอมรับว่ากลัวคีแกร์นในมาดนิ่งๆ เงียบๆ ขณะนี้ยังไงบอกไม่ถูก แถมนัยน์ตาคมกริบยังจ้องเอาๆ ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเดาอารมณ์ไม่ออกอีกเช่นกัน ให้เขาว้ากๆ ใส่เธอยังจะน่ากลัวน้อยกว่านี้ซะอีก ไม่พอขณะนี้ลมหายใจสะอาดร้อนผ่าวของเขากำลังเป่ารินรดข้างแก้มเนียนมาแผ่วๆ จนเจ้าของแก้มใสหน้าร้อนซู่แดงซ่านเธอต้องเบือนหน้าหนีอย่างอายๆ
“จะ...จะทำอะไร อย่านะ!”
คีแกร์นหัวเราะหึๆ ใส่ใบหูเล็ก หน้าตาตื่นๆ และเสียงติดจะสั่นๆ ของคุณเธอทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าคนที่ถูกกักเอาไว้ในอ้อมแขนกลายๆ กำลังกลัว เขาจึงเอ่ยกระเซ้าน้ำเสียงเนิบๆ ด้วยความใจเย็น
“กลัวอะไรล่ะครับหนูดาคนเก่ง แม่สาวแสนสวยสุดเซ็กซี่ของผมหายไปไหนแล้วล่ะ”
ประโยคที่ดังขึ้นมาชิดหูทำเอาอวัสดาเบิกตาโตอ้าปากค้าง ก็มันเป็นคำพูดของผู้ชายที่เจอกันในผับและเธอจำได้จนขึ้นใจ คืนนั้นพี่ชายพาไปเลี้ยงฉลองที่ผับหรูแห่งนั้น เพราะเธอกับเพื่อนๆ กำลังจะเรียนจบปริญญาโท อย่าบอกนะว่าอีตานี่คือผู้ชายคนนั้นน่ะ ขณะที่คีแกร์นเอาแต่ยิ้มขำกับสีหน้าแตกตื่นที่ลอยอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ซึ่งมันน่ารักน่ามองอย่างบอกไม่ถูก
“ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าผมใช่ผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า ผมจะพิสูจน์ให้ดู”
เสียงทุ้มกระซิบบอกมาข้างหูเบาๆ และสองแขนแข็งแรงรวบร่างบางเข้ามากอดเอาไว้กระชับแนบอก พร้อมๆ กับเรียวปากร้อนจัดประทับลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างแม่นยำ ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นไปช้อนท้ายทอยเล็กให้เงยขึ้นรับจูบดูดดื่มเร่าร้อนให้ถนัดยิ่งขึ้น จากอาการที่ปากอิ่มเผยอค้างอยู่นั้นจึงเปิดโอกาสให้ปลายลิ้นอุ่นสอดเข้าไปสำรวจในอุ้งปากเล็กอย่างถนัดถนี่ ชายหนุ่มตวัดควานหาความหวานด้วยความช่ำชอง พลางดันร่างเล็กให้แผ่นหลังบางเบียดไปกับผนังห้อง แล้วตักตวงเอาความหวานจากปากอิ่มอย่างหิวกระหายอยู่เนิ่นนานจนเป็นที่พอใจ กระทั่งร่างในอ้อมกอดระทวยคาอกเขาถึงได้ค่อยๆ ผละห่าง ตาคมกริบสีสวยจ้องสบตากลมโตดำขลับนิ่งๆ ก่อนจะเลื่อนมามองกลีบปากบวมเจ่อสั่นระริกชวนให้จูบซ้ำอย่างไม่รู้เบื่ออยู่นาน
“ก็ไม่เลว สำหรับจูบรสนมสด”
เสียงพึมพำหยอกเย้าติดกลีบปากอิ่มทำให้อวัสดาสะดุ้ง รีบรวบรวมสติสตังที่ยังหลงเหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว มือเล็กออกแรงดันแผงอกกว้างสุดแรงแต่มันก็ไม่ยอมเขยื้อนเลยสักนิด เธอจึงเปลี่ยนมาเบี่ยงหน้าหลบเรียวปากร้ายๆ และลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดแถวข้างแก้มแทน
“ปะ...ปล่อยนะ”
