บทที่ 5 ตอนที่5

“แน่ใจหรือยัง ถ้ายัง ผมจะทบทวนให้ใหม่”

พูดเสร็จเขาก็ก้มลงมาหาอีกครั้ง ตั้งใจจะทบทวนความจำให้เธอดังที่ปากบอกอย่างเอาจริง แต่มือเล็กก็รีบดันปลายคางสากไรหนวดที่มีรอยบุ๋มเล็กๆ เอาไว้ได้ฉับไว

“หยุดเลยนะ! ใครเขาอยากจำคนอย่างคุณกัน รูปร่างก็น่ากลัว แถมยังทำตัวน่าเกลียดอีกต่างหาก เจ้าเล่ห์ก็เท่านั้น ชอบฉวยโอกาสก็ด้วย แล้วก็นี่! แหวนของคุณเอาคืนไปเลย” อวัสดารัวเสียงต่อว่าดังขึ้นมาอีกนิด และพยายามดึงแหวนออกจากนิ้วโป้ง แต่มือใหญ่แข็งแรงก็ตามมารวบกุมมือเล็กเอาไว้แน่น ซึ่งมาพร้อมคำสั่งเสียงเข้มจัด

“ห้ามถอดออกเป็นอันขาด ผมให้แล้วไม่รับคืน”

“ใครเขาอยากได้แหวนห่วยๆ ของคุณกันล่ะ แล้วก็กรุณาปล่อยฉันสักที!”

“แหวนห่วยๆ!? คุณว่าแหวนที่มัมผมตั้งใจทำให้ในวันเกิดครบยี่สิบปี และผมใส่ติดนิ้วมาตลอดนับตั้งแต่นั้นไม่เคยถอด จนมันมาอยู่บนนิ้วของคุณในตอนนี้ แต่คุณกลับว่ามันเป็นแหวนห่วยๆ งั้นเหรอหนูดา”

เสียงเข้มขุ่นจัดเค้นลอดไรฟันออกมาทำเอาคนได้ยินหน้าเสียลงถนัดใจ ใบหน้าคมคายก็แลดุดันจนน่าขนลุก ขณะที่นัยน์ตาสีน้ำทะเลคมกริบเหมือนมีเปลวเพลิงอยู่ในนั้นก็จ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่องเต็มที่ และมือใหญ่ทั้งสองข้างเปลี่ยนจากโอบกอดมาจับกระชับต้นแขนเรียวบีบแน่น แล้วดึงให้ร่างเล็กเข้ามาปะทะกับแผงอกกระด้าง จนอวัสดาเจ็บไปทั้งแขนและคิดว่ามันคงขึ้นรอยแน่ๆ

“คือ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่...พลั้งปากไปนิดหนึ่งเอง”

อวัสดาอุบอิบตะกุกตะกักออกมาบอกอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“พลั้งปากงั้นเหรอ! ไอ้หัวสวยๆ ของคุณน่ะหัดคิดก่อนจะพูดซะบ้างนะ”

เมื่อถูกอีกฝ่ายพูดใส่หน้ามาเสียงดังลั่นอย่างคนโมโหจัด หรือจะเรียกว่าด่าก็คงใช่ ทำให้อวัสดาชักมีอารมณ์คุกรุ่นขึ้นมาบ้าง และเวลานี้เธอรู้สึกร้าวไปทั้งแขน เพราะมือแข็งๆ ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยสักที หนำซ้ำยังเริ่มบีบแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขาลืมตัว

“ปล่อยนะคีแกร์น ฉันเจ็บ! ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ คุณฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ปล่อย! เจ็บนะคนบ้า!”

เธอขึ้นเสียงให้บ้างพร้อมกับดิ้นจริงๆ จังๆ หมายจะให้หลุดจากมือแข็งราวคีมเหล็กนั้น คีแกร์นก็เหมือนเพิ่งจะรู้ตัว เขาคลายมือจากต้นแขนเรียวเล็กลงมานิดหนึ่ง หากก็ยังไม่ยอมปล่อยซะทีเดียว

“พูดใหม่สิ! เอาแบบที่คุณตั้งใจน่ะ แล้วผมจะปล่อย”

“พูด...ก็ได้ ฉันจะไม่ถอดแหวนออกจากนิ้วจนกว่าคุณจะอนุญาต พอใจหรือยัง ปล่อยได้แล้ว ฉันจะได้ขึ้นไปนอนสักที”

อวัสดาต้องยอมอ่อนข้อเพื่อตัดปัญหา และจะได้หาทางชิ่งต่อไป แต่ดูเหมือนคนได้ฟังจะรู้ทัน นัยน์ตาที่เคยลุกโชนอ่อนแสงลงมาเล็กน้อยพลางหรี่ลงจ้องหน้านวลเนียนอย่างหมายมาด

“ถ้าผมเห็นแหวนมันหลุดออกจากนิ้วคุณเมื่อไร ผมจะหาที่ถาวรมาใส่ให้ คราวนี้มันจะไม่ใช่ที่นิ้วโป้งแน่นอน คุณคงรู้นะว่านิ้วไหน และผมก็มีวิธีใส่แหวนที่มันได้อารมณ์ถึงพริกถึงขิงเลยเชียวละ จำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยหนูดา ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู”

เสียงกระซิบข่มขู่มาข้างหูนั้นมันก็ชวนให้โมโหอยู่หรอก แต่ตอนนี้เธออยู่ในกรงเล็บของเขาเสี่ยงต่อการโดนขย้ำเป็นยิ่งนัก นาทีนี้เธอต้องยอมเขาไปก่อนเพื่อเอาตัวรอด เธอมาค้างที่นี่แค่สองวันเอง ทนๆ อีตานี่ไปก่อนแล้วกัน

“โอเคๆ คราวนี้จะปล่อยได้หรือยัง”

คีแกร์นยอมคลายร่างนุ่มตัวหอมกรุ่นออกจากอ้อมแขน ด้านอวัสดาพอเขายอมปล่อยเธอก็ต้องลูบแขนป้อยๆ พร้อมตวัดตาขุ่นส่งให้ทันควัน

“บีบลงมาได้คนบ้า! แรงอย่างกับยักษ์ เป็นรอยเลยเห็นไหมเนี่ย”

บ่นให้เสร็จเท้าเล็กรีบก้าวเลี่ยงจะเดินหนีออกจากประตูครัว แต่ก่อนที่อวัสดาจะก้าวถึงประตู พลันไฟทั้งบ้านก็ดับพึ่บมืดสนิท เธอชะงักขายืนตัวแข็งทื่อกะทันหัน แต่ไออุ่นที่แนบมากับแผ่นหลังบางทำให้เธอตกใจผวาก้าวไปข้างหน้า จึงส่งผลให้หน้าผากมนชนกับขอบประตูเข้าอย่างจัง

“โอ๊ย!”

อวัสดาเจ็บจี๊ดน้ำตาแทบเล็ด แต่คนทำให้ตกใจก็รวบเอวบางดึงเข้ามาหาตัว แล้วคลำมือหนาไปบนศีรษะเล็ก เมื่อพบว่ามือบางกำลังจับกุมหน้าผากเอาไว้แน่น เขาถึงเอ่ยถามออกมาอย่างคนตกใจไม่แพ้กัน

“เป็นอะไรหนูดา เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

หากคนเจ็บยังพูดไม่ออกตอบไม่ได้ เจ้าบ้านจึงจัดการดึงข้อมือเล็กพาก้าวฝ่าความมืดออกมาจากครัวอย่างชำนาญทาง ปากก็บ่นให้คนตัวเล็กไปด้วย

“รู้ว่ามันมืดก็ยังดึงดันที่จะเดินออกมาอีก เคยคิดจะห่วงตัวเองบ้างไหมหนูดา”

พอมาถึงโซฟาที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับบันไดกลางคฤหาสน์เขาก็กดบ่าเล็กให้นั่งลง ก่อนคลำมือไปเปิดโคมไฟบนโต๊ะข้างโซฟา เสร็จถึงทรุดนั่งขนาบข้างๆ คนเจ็บ ขณะที่อวัสดาได้แต่ทำหน้าเหยเกด้วยยังเจ็บแผล มือเล็กยังกุมหน้าผากเอาไว้แน่น และดวงตาคู่สวยน้ำตากำลังเอ่อคลอเบ้าให้เห็น

คีแกร์นดึงมือเล็กออกจากหน้าผากเพื่อดูแผล ถึงแม้จะไม่ถึงกับแตก แต่ก็เป็นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด พรุ่งนี้คงช้ำแน่ๆ คิดพลางชายหนุ่มก็ก้มลงไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะหน้าโซฟา แล้วคว้ากล่องยาออกมา ปลายนิ้วขาวสะอาดป้ายยาในตลับเตรียมจะทาให้ หากคนเจ็บก็รีบเบือนหน้าหลบพร้อมกับโพล่งออกมา

“ไม่ต้อง! ฉันทำเองได้”

คนหวังดีจึงใช้มืออีกข้างล็อกปลายคางมนเอาไว้แน่น บังคับให้อยู่นิ่งๆ พร้อมเอ่ยเสียงเข้มๆ

“อย่าดื้อได้ไหม ถ้าไม่ทายา พรุ่งนี้มันคงช้ำบวมปูดน่าเกลียดแน่ๆ ยิ่งขี้เหร่ๆ อยู่ด้วย”

อวัสดาตวัดค้อนให้เสียตาขุ่นคลั่ก คนเจ็บจะตายอยู่แล้วยังมีอารมณ์แขวะได้อีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป