บทที่ 6 ตอนที่6
แม้จะเคืองชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็ยอมนั่งนิ่งปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวยาวทายาให้แต่โดยดี แทบไม่น่าเชื่อว่าคนตัวโตอย่างกับยักษ์จะมือเบาหวิวได้ขนาดนี้ อวัสดาจึงอดที่จะลอบมองใบหน้าคมคายที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ ดูเขาตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เธอเสียเหลือเกิน รู้สึกหัวใจดวงเล็กๆ มันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ แต่จู่ๆ ดวงตาสีสวยก็เลื่อนมาจ้องสบกับตากลมโตดำขลับเสียดื้อๆ เธอจึงทำทีเมินหน้าไปมองรอบๆ ห้องโถงกว้างแทน ก่อนจะพึมพำถามในสิ่งที่กำลังสงสัยออกมาเบาๆ
“คุณแกล้งฉันหรือเปล่าคีแกร์น”
คนถูกถามเลิกคิ้วพร้อมคลี่ยิ้มน้อยๆ
“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น ช่วงนี้ผมกลับบ้านดึก มาเรียจะเปิดไฟรอแบบนี้ทุกคืน และผมก็เป็นคนปิดมันลงทุกครั้งก่อนเข้านอน วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆ วัน แล้วทำไมถึงคิดว่าผมแกล้งคุณล่ะ”
อวัสดาจ้องหน้าคนพูดนิ่งอยู่ชั่วขณะ ใบหน้าคมสันเรียบนิ่งเป็นปกติซึ่งเธอเดาอารมณ์เขาไม่ออก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็ไร้วี่แววล้อเล่นและยั่วเย้าเหมือนเช่นที่ผ่านมา ทำให้เธอเชื่อว่าเขาพูดจริง
“ช่างเถอะ! ฉันคงคิดไปเองมั้ง ฉันจะไปนอนแล้ว”
บอกเสร็จเธอก็ลุกจากโซฟา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปทางไหนข้อมือเล็กก็ถูกยึดเอาไว้แน่น ก่อนคนจับกุมจะเอื้อมมือไปปิดโคมไฟแล้วหยัดร่างสูงใหญ่ลุกพร้อมกับเอ่ยบอก
“เห็นไหมว่ามันมืด เดี๋ยวก็ได้ตกบันไดแข้งขาหักกันบ้างละ ผมขี้เกียจถูกกล่าวหาว่าแกล้งคนแถวนี้อีก”
พูดจบเขาก็ดึงร่างเล็กให้ก้าวตามขึ้นบันไดไปช้าๆ พามาส่งจนถึงหน้าห้องของน้องสาว อวัสดาดึงประตูให้เปิดออกหากมือหนาก็เอื้อมมาจากด้านหลังดันมันเอาไว้เสียก่อน
“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าหนูดา”
ประโยคนุ่มหูดังขึ้นเบาๆ ซึ่งมาพร้อมกับลมหายใจแผ่วๆ เป่ารดใบหูเล็ก
“ลืม? ลืมอะไรเหรอ”
อวัสดาขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย แต่ก็นึกไม่ออก
“คุณยังไม่ได้ขอบคุณที่ผมทายาให้เลยนะ แถมยังบริการพามาส่งจนถึงหน้าห้องอีกต่างหาก”
คนมาส่งทวงออกมาตรงๆ เมื่อเห็นว่าคนจะเข้าห้องคงนึกไม่ออกจริงๆ
“ฉันไม่ได้ใช้คุณสักหน่อย คุณก็ทำของคุณเองทั้งนั้น เรื่องอะไรฉันต้องขอบคุณด้วย”
อวัสดาเถียงอย่างไม่ยอม แต่ก็ถนอมเสียงให้เบาๆ เข้าไว้ เพราะเกรงว่าเพื่อนรักจะตื่นมาได้ยิน
“อืม...จะว่าผมแส่เองว่างั้น ไม่เป็นไร ผมหาเองก็ได้ไอ้คำขอบคุณน่ะ”
ก่อนเธอจะทันได้คิดว่าเขาหมายความว่าอย่างไร มือใหญ่แข็งแรงก็กระชากร่างเล็กให้หมุนกลับไปหาแล้วดันแผ่นหลังบางแนบกับประตูห้อง พ้อมๆ กับเรียวปากร้อนๆ ก้มลงมาบดกลีบปากอิ่มอย่างทันท่วงที มือหนาทั้งสองข้างประคองแก้มนุ่มไม่ให้เธอขยับหันหน้าหนีไปทางไหนได้
อวัสดาเบิกตาโพลง ได้แต่อึกอักประท้วงอยู่ในลำคอ แรงบดคลึงของริมฝีปากที่แสนจะร้ายกาจรู้สึกมันจะรุนแรงไปสักนิดเหมือนตั้งใจจะลงโทษที่เธอปากดีกับเขาเมื่อกี้ ทำให้เธอต้องเปิดปากรับเรียวลิ้นร้อนๆ ให้แทรกเข้าไปหยอกล้อตวัดรัดเล่นกับปลายลิ้นอ่อนนุ่มในอุ้งปากเล็กในที่สุด จูบครั้งนี้มันช่างเรียกร้องและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ กว่าปากได้รูปจะยอมปล่อยกลีบปากอิ่ม หญิงสาวก็แทบไม่มีแรงทรงตัวจนต้องยึดแขนกำยำเอาไว้แน่น
“ผมถือว่านี่คือคำขอบคุณ ไม่ต้องพูดมันออกมาก็ได้ จะว่าไปแล้วผมก็ชอบแบบนี้มากกว่า มันได้อารมณ์กว่าเยอะ หลับฝันดีนะครับ”
เสียงทุ้มกระซิบบอกแผ่วๆ มาชิดกลีบปากนุ่มๆ แล้วจูบหนักหน่วงทิ้งท้ายมาอีกหนึ่งที ก่อนเขาจะดึงประตูห้องเปิดออกแล้วดันร่างเล็กเข้าไป และจัดการปิดประตูให้ด้วยเสร็จสรรพ
อวัสดาได้แต่ยืนนิ่งพิงหลังกับประตูห้องค้างอยู่เช่นนั้น พลางยกมือเล็กลูบไล้กลีบปากที่ยังกรุ่นไออุ่นจากปากร้อนๆ ไปมาแผ่วเบาด้วยอารมณ์เผลอไผล ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นกุมตรงตำแหน่งหัวใจซึ่งตอนนี้มันเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก แล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ใจเย็นๆ ยัยหนูดา โอ๊ย…หัวใจจ๋าเต้นให้มันเบาๆ หน่อย แล้วคืนนี้จะนอนหลับไหมเนี่ย”
ชั่วอึดใจหญิงสาวถึงพาร่างไปทิ้งลงบนที่นอนนุ่ม หากเธอยังนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืดโดยไม่รู้ว่าคืนนี้จะหลับลงเมื่อไร
เช้าตรู่วันต่อมา อวัสดาพาร่างระหงในชุดแซกสีขาวแขนกุดสั้นเคลียเข่าก้าวลงมาจากบันไดกลางคฤหาสน์พลางยกมือปิดปากหาวน้อยๆ เธอเดินเลี้ยวเข้าไปในห้องครัว พบมาเรียแม่บ้านใหญ่และเป็นแม่นมของเพื่อนรักกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเช้า จึงเอ่ยทักทายน้ำเสียงสดใส
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะมาเรีย”
“อ้าว! ตื่นเช้าจังนะคะ นอนไม่หลับเพราะแปลกที่หรือเปล่าคะเนี่ย”
“คงงั้นมั้งคะ ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว มาเรียมีอะไรให้หนูดาช่วยไหมคะ”
“โอ๊ย…ไม่เอานะคะคุณหนู มาเรียทำเองได้ คุณหนูไปนั่งรอที่โต๊ะทานข้าวดีกว่านะคะ เดี๋ยวมาเรียให้เด็กยกกาแฟไปให้ค่ะ” มาเรียรีบบอกด้วยสีหน้าตกอกตกใจเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูดาช่วยมาเรียดีกว่านะคะ ตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่เลย หนูดาไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน”
“อย่าเลยค่ะคุณหนู เดี๋ยวชุดก็เปื้อนกันพอดี แล้วถ้าเกิดคุณหนูไอลิซรู้ว่ามาเรียปล่อยให้แขกมาทำครัวแบบนี้ เธอจะมาต่อว่ามาเรียเอาได้นะคะ”
มาเรียยังยืนกรานเสียงแข็งอยู่เหมือนเดิม
“อย่างคุณหนูไอลิซน่ะเหรอคะจะกล้าต่อว่าคุณแม่นมอย่างมาเรีย อีกอย่างเมื่อกี้ตอนที่หนูดาลงมา คุณหนูของมาเรียยังนอนหลับปุ๋ยอยู่เลยค่ะ นะๆ ให้หนูดาช่วยนะคะ หนูดาไม่มีอะไรทำจริงๆ นะคะมาเรีย”
อวัสดาออดอ้อนพร้อมกับกอดรัดแขนอวบอัดเอาไว้แน่น ซุกศีรษะเคลอเคลียกับบ่ากว้างแสนนุ่มช่วยอ้อนวอนอีกแรง
