บทที่ 8 ตอนที่8
คีแกร์นมองคนหน้าหงิกแต่น่ารักมากยิ้มๆ และจ้องสบดวงตากลมโตที่กำลังเรืองแสงเขียวปัดไม่ยอมหลบอย่างท้าทายอยู่ในที
“ผมก็ทักทายธรรมดา ไม่ได้ชวนคุณทะเลาะด้วยสักหน่อย”
อวัสดายังไม่ทันจะได้โต้ตอบว่าอย่างไร ร่างใหญ่ก็โน้มตัวลงมาจูบกลีบปากแดงเรื่อหนักๆ แล้วขายาวๆ ก็รีบก้าวหนีออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนถูกขโมยจูบเบิกตาโตยืนนิ่งงันอยู่เช่นนั้นหลายวินาที เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำ พอตั้งสติได้เธอก็หันไปกะจะโวยวายเอาเรื่องเต็มที่
“อ๊ายยย…”
เธอร้องค้างอยู่แค่นั้น เนื่องจากตัวการสำคัญก้าวพ้นประตูครัวออกไปแล้ว ด้านมาเรียเมื่อได้ยินเสียงร้องอันดังลั่นนางจึงหันมามองด้วยความตกใจ ก็ได้เห็นคนอาสาช่วยงานกำมือน้อยๆ เอาไว้ทั้งสองข้างพร้อมกับกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่กับที่ ใบหน้านวลแดงซ่านไปจรดลำคอ ปากอิ่มก็อ้าพะงาบๆ เหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ทว่ามองหาร่างของคุณหนูของนางก็ไม่เห็นแล้ว คุณแม่บ้านไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เป็นอะไรคะคุณหนู เกิดอะไรขึ้น”
อวัสดาถึงกับชะงักฉับพลัน หันไปมองคุณแม่บ้านใหญ่ก็เห็นกำลังจ้องท่าทางของเธออยู่อย่างแปลกใจ ตอนนี้ตัวต้นเหตุก็หนีออกไปแล้ว จะให้เธอตอบว่าอย่างไรได้ล่ะ หญิงสาวจึงได้แต่คลี่ยิ้มแหยๆ ส่งให้มาเรีย
“เอ่อ...คือว่า...พอดีเจอหนอนในผักหนูดาตกใจน่ะค่ะมาเรีย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วค่ะ”
แก้ตัวเสร็จก็หันกลับไปล้างผักต่อทันที มาเรียจึงเดินตรงเข้ามาหา นางแย่งผักออกจากมือเล็ก แล้วดึงร่างบางให้ออกห่างมาจากเคาน์เตอร์ล้างผัก
“ไม่ต้องทำแล้วค่ะ คุณหนูไปเตรียมตัวทานของเช้าที่ห้องอาหารได้แล้วนะคะ มาเรียจะให้เด็กยกกาแฟไปให้ สักพักเดี๋ยวคุณคีแกร์นก็คงจะลงมาค่ะ รายนั้นน่ะทำอะไรรวดเร็ว เธอจะได้มีเพื่อนทานของเช้าไงคะ”
อวัสดาคลี่ยิ้มจืดเจื่อน ก็ใครอยากรวมโต๊ะกับอีตานั่นกันล่ะ ก่อนดวงตากลมโตคู่สวยจะวาววับขึ้นมาฉับพลัน เมื่อคิดแผนการเอาคืนคนบางคนออก
“เดี๋ยวหนูดาช่วยยกกาแฟไปให้แล้วกันนะคะมาเรีย ว่าแต่คุณคีแกร์นของมาเรียดื่มกาแฟรสชาติแบบไหนเหรอคะ หนูดาจะทำให้”
“เอางั้นเหรอคะ ก็ได้ค่ะ คุณหนูใส่กาแฟสามช้อน ตามด้วยครีมหนึ่ง น้ำตาลหนึ่ง แล้วค่อยเทน้ำร้อนสองในสามของถ้วย แค่นี้ก็เรียบร้อยค่ะ”
“โอ๊ย…เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง เดี๋ยวหนูดาจัดให้นะคะ”
อวัสดาพูดพร้อมแย้มยิ้มหูตาแพรวพราวไปทั้งหน้า เธอก้าวไปทำตามที่มาเรียแนะนำ พลางพึมพำหมายมาดไปด้วย
“ถึงทีฉันบ้างละนะคีแกร์น”
อวัสดาจัดการตักเกลือใส่ถ้วยกาแฟไปก่อนสามช้อนก่อนที่มาเรียจะทันได้สังเกตเห็น แล้วตามด้วยขั้นตอนที่คุณแม่บ้านใหญ่บอก เสร็จแล้วก็จัดการชงกาแฟสำหรับตัวเองอีกหนึ่งถ้วย จากนั้นถึงรีบยกออกไปยังห้องอาหาร เธอนั่งจิบกาแฟทีละนิดสลับกับทำทีจัดโน่นจัดนี่บนโต๊ะอาหารไปเรื่อยๆ
ไม่นานเป้าหมายของเธอก็ก้าวผ่านประตูห้องอาหารเข้ามา เจ้าของแผนการเหลือบมองผู้มาใหม่นิดหนึ่ง ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเกือบดำส่งให้ร่างสูงใหญ่นั้นดูน่ามองและน่าเกรงขามขึ้นอีกหลายเท่า ด้านคีแกร์นเมื่อเห็นว่าใครนั่งตรงโต๊ะอาหารอยู่ก่อนแล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย ก่อนชายหนุ่มจะทรุดลงนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับหยักยิ้มมุมปากน้อยๆ และอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้
“ผมว่าอาหารเช้ามื้อนี้คงรสชาติดีเป็นพิเศษแน่ๆ เพราะคุณหนูอวัสดาอุตส่าห์ให้เกียรติมานั่งร่วมโต๊ะด้วย”
คนโดนแซวตวัดตาขุ่นให้ทันควัน แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ รสชาติดีไม่ดีเดี๋ยวก็รู้ อวัสดาภาวนาให้เขารีบยกกาแฟถ้วยนั้นขึ้นดื่มเสียที และดูเหมือนคำภาวนาของเธอจะสัมฤทธิผลเมื่อคนนั่งฟากตรงข้ามยกกาแฟขึ้นจิบไปอย่างเต็มที่แล้วพ่นพรวดออกมาแทบไม่ทัน เขากระแทกถ้วยกาแฟลงกับโต๊ะจนคว่ำกระฉอกเลอะไปทั้งโต๊ะ มือใหญ่รีบคว้าน้ำเปล่าดื่มอั้กๆ ตามไปจนหมดแก้ว ท่ามกลางเสียงหัวเราะสดใสของสาวแสบผู้ร่วมโต๊ะ ตากลมโตดำขลับเปล่งประกายวิบวับออกมาเยาะเย้ยไม่ปิดบัง
คีแกร์นส่งสายตาพิฆาตกราดเกรี้ยวให้คนนั่งฝั่งตรงข้าม ไอ้ท่าทางดีใจออกหน้าออกตาจนเนื้อเต้นแบบนี้ก็ไม่ต้องถามหรอกว่ากาแฟรสเค็มปี๋ถ้วยนี้มันเป็นฝีมือใคร คนเสียรู้ปาผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะสุดแรงอย่างหัวเสีย ก่อนผุดลุกขึ้นพร้อมกับตวาดชื่อคนตรงหน้าดังลั่นห้องอาหารเลยทีเดียว
“อวัสดา!”
เจ้าของชื่อก็รีบลุกพรวดขึ้นยืนประจันหน้าหาได้กลัวเกรงไม่ แถมยังฉีกยิ้มหวานหยดเข้ายั่วอีกต่างหาก
“ไง! มื้อเช้าวันนี้รสชาติดีเป็นพิเศษสมใจคุณไหมล่ะ”
คนได้ทีหยอกเย้ากลั้วหัวเราะพร้อมนัยน์ตาเต้นระริกอย่างสาสมใจที่สามารถเอาคืนคนบางคนสำเร็จ แต่ก่อนที่จะทันได้ห้ำหั่นกันต่อไป เสียงอุทานแตกตื่นของมาเรียก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ตายแล้ว! เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ทำไมโต๊ะอาหารมันถึงได้เลอะเทอะ แบบนี้ละคะ”
คนก่อเหตุเริ่มหน้าเสียกลัวว่าคนโดนแกล้งจะรายงานเรื่องที่เธอก่อให้คุณแม่บ้านใหญ่ทราบ ขณะที่คีแกร์นจ้องใบหน้างามที่ค่อยๆ เจื่อนจนซีดเผือดนิ่งอยู่ชั่วครู่ แล้วถึงเป็นฝ่ายหันไปเอ่ยกับมาเรียน้ำเสียงเรียบๆ
“ไม่มีอะไรครับมาเรีย กาแฟมันร้อน ผมไม่ทันระวังเอง”
พูดเสร็จชายหนุ่มก็หันกลับมามองคนตรงหน้าอย่างคาดโทษและตำหนิไปในคราวเดียวกัน ก่อนเขาจะก้าวอ้อมโต๊ะมายังฝั่งคนยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมช้าๆ พลางเอ่ยกับมาเรียไปด้วย
“ผมต้องไปแล้ว ฝากมาเรียช่วยเก็บโต๊ะด้วยแล้วกันนะครับ”
