บทที่ 6 บทที่ 5 เปิดตัว
บทที่ 5 เปิดตัว
วรวลัญช์เดินเข้ามาภายในห้องนอนห้องหนึ่งที่ถูกแยกออกเป็นห้องแต่งตัวของสาว ๆ ด้านในมีผู้หญิงสามคนคงมาก่อนเธอนานแล้วเพราะทั้งหมดแต่งตัวกันเรียบร้อยเตรียมจะทำงาน
และเมื่อทุกคนได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันมองมาเป็นตาเดียว วรวลัญช์กำลังจะส่งยิ้มทักทาย แต่คนพวกนั้นกลับไม่ได้ยิ้มแย้มให้เธอราวกับเกลียดกันมาก่อน
เมื่อคนหนึ่งในกลุ่มมองเธอด้วยสายตาเหยียด ๆ หญิงสาวจึงหุบยิ้มเก็บความรู้สึกที่ตีขึ้นมาจนร้อนหน้าไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“พี่ไม่มาน้องก็ยังมาแทนเนอะ ไม่คิดจะปล่อยงานให้คนอื่นบ้างเลยหรือไง ไปแต่งตัวตรงนู้น ตรงนี้มีคนจองแล้ว” คนที่เข้ามาใหม่ยังไม่ได้เดินไปทางไหนด้วยซ้ำก็โดนแบ่งอาณาเขตแล้ว
วรวลัญช์ถึงบางอ้อ มองยังไงคนพวกนี้คงจะไม่ได้เป็นมิตรกับเธอแน่ ๆ อาจจะเป็นหนึ่งในอริของพี่ตอง แบบนี้เธอไม่ควรได้เงินจากพี่สาวแค่ห้าพันบาทควรได้มากกว่านั้น
“ก็แบบนี้แหละแก ไม่ใครก็ใครสักคนจะต้องได้ขายปล่อยให้หลุดได้ไง” เส้นเลือดในสมองของวรวลัญช์เต้นตุบ ๆ เธอมองหน้าคนพูดก่อนจะปรายตามองผู้หญิงที่หน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม คนนั้นสูงประมาณเธอผมสีทองอร่าม
“มองหน้าฉันมีอะไร?” คนที่จ้องจะหาเรื่องเห็นว่าประตูห้องปิดไปแล้วจึงกล้าที่จะเอ่ยถามประโยคหาเรื่องนี้
วรวลัญช์แปลกใจที่ได้ยินอีกฝั่งหาเรื่องขึ้นมาโต้ง ๆ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ เวลาการทำงานแบบนี้ไม่มีใครอยากจะตัดอาชีพตัวเองทิ้งหรอก มาตีกันต่อหน้าลูกค้าในครั้งต่อไปใครอยากจะร่วมงานด้วย แต่ผู้หญิงคนนี้กล้า…
“ไม่รู้ว่าพูดถึงใครเพราะไม่ได้เอ่ยชื่อ คำว่า ‘ขาย’ ที่คุณจงใจเน้นคำและมองหน้าฉัน ที่มากันวันนี้มันก็ขายทั้งหมดนั่นแหละ แต่ถ้าจะดูให้ชัดเจนก็คงต้องดูว่าขายอะไร…และจะมีคนซื้อไหม”
วรวลัญช์พูดด้วยน้ำเสียงใส ๆ ดวงตาเธอเป็นประกายใสกริ๊งราวกับลูกแก้ว หญิงสาวโปรยยิ้มและยอบกายนั่งลงเปิดกระเป๋าสะพายและหยิบชุดว่ายน้ำออกมาพร้อมกับผ้าคลุมสีขาวเดินถือเตรียมจะไปเข้าห้องน้ำ
“ปากดีทั้งพี่ทั้งน้อง คราวที่แล้วคุณบลูก็ไม่ได้เลือกพี่เธอ เขาเลือกเพื่อนฉันแต่สองพี่น้องก็ยังกล้ากลับมาอีกนะ” ผู้หญิงผมสั้นพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ อีกคนที่สวมแว่นตาน่ารักน่าชังสมทบด้วยการป้องปากหัวเราะเบา ๆ
วรวลัญช์เข้าใจทุกอย่างแล้ว ผู้หญิงสามคนนี้เป็นเพื่อนกัน ทั้งหมดไม่ถูกกับพี่สาวเธอ และหนึ่งในนั้นเป็นเด็กของบูรพา หญิงสาวระบายยิ้มก่อนจะมองหน้าพวกนั้นแค่คิดอะไรบางอย่างไปด้วย
“ก็น่าสนใจดี” เธอเปรยออกมาเบา ๆ ก่อนจะแยกตัวไปเข้าห้องน้ำ ไม่รู้ว่าพวกนั้นได้ยินไหมแต่เธอก็จงใจพูดให้ได้ยินนั่นแหละ
ยังคงมีเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากด้านนอก และมันไม่ใช่การหัวเราะกันธรรมดา แต่บางประโยคกระแหนะกระแหนเธอรวมไปถึงพี่สาวเธอด้วย
[ไหนพี่ตองบอกว่ามีแต่เพื่อนพี่ไง]
หลังจากแต่งตัวเสร็จวรวลัญช์ก็กดข้อความพิมพ์ออกไปถามพี่สาวให้รู้เรื่อง ใบตองบอกเธอมาว่าพวกนั้นเล่นไม่ซื่อยัดเพื่อนตัวเองเข้ามา และพี่สาวเธอก็เพิ่งจะรู้
[ถ้าเป็นลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่ใช่พวกคุณบลูฉันก็จะบากหน้าไปนั่งเล่นรอแกหรอกนะ แต่แกเจอเขาแล้วใช่ไหม นั่นแหละเขา! คุณบลูชอบความเป็นส่วนตัวเรต 10K ทิปก็อีกเท่าหนึ่ง]
[ถึงได้เงินเยอะแต่ดีไม่โอเคอยู่ดี พี่ก็รู้ว่าอะไรที่ดีไม่ชอบจะไม่พาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น]
[งั้นแกจะเอาไง กลับไหมฉันขอโทษที่ทำให้แกรู้สึกไม่ดีนะหนูดี]
พอได้ยินคำว่าขอโทษวรวลัญช์ก็รู้สึกว่าตัวเธอนี่ช่างไม่มืออาชีพเสียเลยจึงตั้งสติตัดจบประโยคว่าเธอจะทำงานต่อและทันทีที่เลิกงานเธอจะต้องเจอใบตองมารอเธออยู่ข้างล่าง
[โอเคฉันจะไปนั่งรอแกก่อนเวลาแน่นอน ลงมาแกเจอฉันแน่!]
วรวลัญช์ถอนหายใจกดปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือเงยหน้ามองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ชุดว่ายน้ำวันพีชสีขาวแขนกุดไร้ลวดลายใด ๆ เป็นสีขาวเรียบ ๆ ไม่มีอะไรที่สะดุดตาเลย
หญิงสาวนึกถึงเรือนร่างเย้ายวนของผู้หญิงสามคนข้างนอกแล้ว นั่นมหาลัยส่วนเธอประถมเลย หน้าอกที่ล้นทะลักแบบนั้นกับที่ไม่เห็นอะไรแบบนี้ ผู้ชายคงจะตะเพิดเธอกลับบ้านล่ะสิไม่ว่า
“รู้งี้เอาทูพีชแซ่บ ๆ มาดีกว่า” หญิงสาวหันข้างให้กระจกเงามองแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เปิดโชว์ไปเกือบถึงร่องก้น พูดง่าย ๆ ว่าเพียงแค่สอดนิ้วเข้าไปสักนิดและดึงแรง ๆ คงจะถึงก้นกบเธอพอดี
“ก็…ดีมั้ง” เธอมองผ้าคลุมที่ถือติดมาด้วยก่อนจะตัดสินใจไม่แยแสมัน
หญิงสาวใช้หนังยางรวบเส้นผมยาวสลวยของตัวเองมัดมันขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ เปิดขึ้นไปทั้งหมดไม่เหลือลูกผมใด ๆ อีก
มันดีที่ผมเธอเรียบตรงเป็นเส้นและความยาวเท่ากัน เวลามัดขึ้นมันก็เรียบหรูไปอีกแบบดี หญิงสาวมองใบหน้าที่ตกแต่งมาอย่างสวยจัดก่อนจะเลือกลบรองพื้นที่ทาหนาเตอะเอาไว้
“รูปที่เราส่งก็มีแต่ใส ๆ ไม่ได้แต่งหน้า แต่เขาก็เลือกเรา งั้น…ก็ไม่ต้องแต่งและทาแค่ปากแล้วกัน”
วรวลัญช์ออกมาจากห้องน้ำไม่มีใครอยู่ข้างนอกแล้ว ทุกคนคงออกไปกันหมด หญิงสาวหมุนนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา ยังไม่ถึงเวลาทำงานนั่นเท่ากับว่าเธอไม่ได้สายแต่พวกนั้นเข้างานไวต่างหาก
เสียงเปิดประตูห้องเรียกความสนใจจากทุกคนที่นั่งกันอยู่ที่โซฟากลางห้องได้เป็นอย่างดี และที่น่าสนใจกว่านั้นคือหญิงสาวในชุดว่ายน้ำสีขาวบริสุทธิ์ ที่ปิดมิดจนไม่เห็นอะไรเลยนอกจากต้นคอระหง แขนขาวและขาเรียวยาวเพียงเท่านั้น
“หนูดีไม่ได้สายนะคะเหลือเวลาอีกสิบห้านาที” น้ำเสียงที่วรวลัญช์ใช้สดใสร่าเริงเหมาะสมกับชุดว่ายน้ำประถมที่เธอสวมใส่เหลือเกิน
“หนูดีจะรวบผมเหรอลูก” กู๊ดไม่ได้อยู่ร่วมวงกลางห้องด้วย แต่ยืนดูความเรียบร้อยอยู่แถวนั้น เมื่อเห็นลูกสาวคนโปรดเดินออกมาก็เข้ามาหาเหมือนกับจะเช็กความเรียบร้อยให้และเมื่อเอามือแตะไปที่แผ่นหลังก็พึงพอใจ
ยอมรับอย่างหมดใจว่าวรวลัญช์สวยจนสะกดจิตคนได้ ขนาดงานที่ทำทุกวันก็เจอผู้หญิงในสังกัดสวยเยอะ แต่มันก็ไม่เหมือนหนูดีคนนี้ แค่มองหน้าใส ๆ บาง ๆ ก็รู้สึกถึงแรงดันดูงที่แล่นเป็นริ้ว ๆ
เธอสวยจนจับจิตจับใจ บางมุมก็น่ารักสดใส และเหมือนจะได้กลิ่นสดใหม่ออกมาจากตัวเธอ...
กู๊ดพึงพอใจที่ได้ลูกสาวคนนี้มาร่วมงานด้วย และอยากจะดึงเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
เพราะขนาดงานแรกลูกค้าก็โอนทิปให้เธอสามแสน...คิดดูว่าใครสักคนในสามคนนี้ยอมผูกปิ่นโตกับวรวลัญช์กู๊ดจะได้ค่าตอบแทนมากขนาดไหน
“ดีปล่อยหรือมัดดีคะ?” วรวลัญช์ถามเสียงเบา แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนอื่นจะไม่ได้ยิน
รอยยิ้มของเธอทำให้คนที่มองหญิงสาวอยู่ตาพร่าโดยเฉพาะผู้ชาย คำถามนั้นจงใจถามผู้ชายมากกว่าที่จะถามกู๊ด คนโดนถามมองเธอด้วยสายตารู้ทัน
“คุณเบิร์ดคะช่วยดูหน่อยว่าหนูดีมัดผมหรือปล่อยผมดีคะ?” กู๊ดหันไปถามเบิร์ดที่ทำหน้าเหมือนสำลักไวน์ที่ดื่ม
“ได้หมดเลยครับ หนูดีมานั่งนี่ไหมคะ ค่อยมามัดผมตรงนี้ก็ได้ค่ะ” สายตาของคนดูแลไม่ได้โฟกัสที่เบิร์ดแต่โฟกัสที่อีกคนที่แค่ปรายตามองนิ่ง ๆ ต่างหาก
“ไหนหันมาพี่จะมัดให้” และกู๊ดก็แตะสะโพกผึ่งผายให้วรวลัญช์หันหลังให้เธอ
หญิงสาวหมุนตัวช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง แต่จงใจพ้อยขาทิ้งสะโพกข้างหนึ่งและเอี้ยวใบหน้าหันมาคุยกับกู๊ด แผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวนวลเนียนปรากฏแก่สายตาคนทุกคน
แน่นอนว่าผู้หญิงมองด้วยความอิจฉาส่วนผู้ชายมองด้วยความหลงใหล…กู๊ดแสร้งทำเป็นคุยกับลูกสาวคนโปรดไปแบบนั้น แต่คนที่ทำงานในแวดวงเดียวกันรู้ดีว่ายัยหนูดีคนนี้จะมาปาดหน้าเค้กพวกเธอ!
