บทที่ 2 การเจอกันครั้งแรก

เอริครับรูปจากมือถือผมมาดูพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยเหมือนมันนึกอะไรออก

“คุ้น ๆ ว่ะพี่” ก่อนที่มันจะหันไปกดอะไรบางอย่างที่โน้ตบุคบนโต๊ะทำงาน

“โป๊ะเช๊ะ นี่ไงว่าแล้วผู้หญิงคนนี้มาเที่ยวที่ผับนี้โคตรบ่อย สองสามเดือนได้ล่ะ แทบทุกคืน”

เอริคหมุนโน๊ตบุคให้ผม พลางชี้ให้ดูผู้หญิงรัดรูปสีแดงที่กำลังเต้นบดอยู่กับผู้ชายที่ถือแก้วเหล้าอยู่ข้างหลัง

“หยามมาก” มันทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจ เขารีบกดเบอร์โทรศัพท์หาลูกน้องของเขาทันที

“พวกมึงจัด....”

“ไม่ต้อง!” ผมยกมือห้าม เพราะตอนนี้ผมไม่ได้มีความสนใจเรื่องของยายว่าที่คู่หมั้นคนนี้หรอก ทว่าสายตาของผมกำลังมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในกล้องวงจรปิดที่กำลังเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาหาว่าที่คู่หมั้นของผมมากกว่า

Talk อันนา

“โอ๊ย ยัยไอด้านะยัยไอด้า ไม่เจอกันตั้งสี่ปี นัดกันทั้งทีก็ต้องมานัดกันในผับแบบนี้ เชื่อนางเลย”

ฉันบ่นอุบในขณะที่กำลังพยายามพาร่างกายแทรกรฝ่าฝูงชนที่กำลังเต้นไปตามจังหวะเพลงราวกับตัวอะไรสักอย่างที่ดิ้นแด่ว ๆ เวลาโดนน้ำสาด ความจริงฉันไม่ค่อยชอบสถานที่แบบนี้เลยสักนิด สายตาของฉันพยายามสอดส่ายมองหาเค้าร่างของหญิงสาวผิวขาวหุ่นนางแบบอย่างเพื่อนของเธอที่ชื่อไอด้า ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่เจ้าตัวบอกว่าตอนนี้กำลังนั่งรอฉันอยู่ที่บาร์เคาน์เตอร์ด้านข้างฟลอร์

เมื่อมาถึงที่หมายฉันก็กวาดสายตาหาอยู่สักพัก ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทำเอาฉันรู้สึกตาลายขึ้นมาเล็กน้อย ไม่นานสายตาก็ไปสะดุดกับสาวสวยคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงสุดแซ่บที่กำลังเต้นบดกับผู้ชายตรงหน้าจนแทบจะสะกดทุกสายตา

ใช่...นั่นต้องเป็นไอด้าเพื่อนรักของฉันแน่ ๆ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉันจึงไม่รอช้าที่จะรีบสาวเท้าเข้าไปเพื่อดูให้แน่ใจ และทันทีที่อีกฝ่ายเริ่มสังเกตเห็นฉัน ท่าทางของหญิงสาวจากที่กำลังยืนเต้นและจิบเหล้าสีหวานในมือก็เปลี่ยนเป็นหันมายิ้มแย้มและทักทายกลับมาทางฉันทันที

“ยายอันนา”

ไอด้าเรียกชื่อของฉันพลางอ้าแขนออกกว้างสื่อเป็นนัยว่าต้องการจะสวมกอด ส่วนฉันที่มั่นใจชัดเจนแน่แล้วว่าหญิงสาวคนสวยที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นไอด้าเพื่อนสนิทของตัวเอง จึงตรงปรี่เข้าไปเพื่อสวมกอดกับเธอแบบหลวม ๆ

“โอ๊ยย คิดถึงแกจังเลย ไม่เจอกันตั้งสี่ปี”

พูดออกไปอย่างตื่นเต้นดีใจ ดูสิเนี่ย ไปอยู่ที่เมืองนอกไม่กี่ปี กลับมาก็สวยขึ้นจนแทบจำไม่ได้ มองดูเผิน ๆ นี่คิดว่าเป็นดาราคนดัง ผิดกับฉันที่เอาแต่เรียนแล้วก็ทำโปรเจคจนโทรมไปหมด

“นี่แกไม่เปลี่ยนไปเลยนะเนี่ย ยังเป็นอาหมวยอันนาเหมือนเดิม”

ใช่แล้วล่ะ นั่นเป็นฉายาของฉันเอง เพราะว่ารูปร่างหน้าตาที่ออกไปทางเอเชียมากไปหน่อย อีกฝ่ายจึงได้ตั้งชื่อให้ฉันว่าอาหมวย แต่จะให้ปฏิเสธไปก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากอีก ก็เพราะครอบครัวของฉันมันดันมีเชื้อสายจีนแต่ถึงอย่างนั้นฉันกลับไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนเท่าไหร่

“แกก็…”

ฉันพูดออกไปติดอาการเขิน ก่อนที่ไอด้าจะชวนให้ฉันนั่งข้างเธอแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ที่กำลังชงเหล้าอยู่

เมื่อฉันสามารถย้ายก้นมานั่งแปะอยู่ที่เก้าอี้ได้เรียบร้อย ความที่ไม่ได้เจอเพื่อนรักสมัยเรียนอย่างไอด้ามานาน เลยอดไม่ได้ที่จะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเพื่อนเก่าด้วยความคิดถึง

“แกเป็นยังไงบ้าง”

“จะเป็นไงกลับมาเมืองไทยได้สามเดือนละ แกก็รู้เมืองไทยน่าเบื่อจะตายอากาศก็ร้อน ฉันโทรนัดแกหลายครั้งก็ไม่ว่างมาสักที”

“โหย ฉันมีเวลาว่างแบบคุณหนูเหมือนแกมั๊ง ว่าแต่แล้วทำไมแกถึงกลับมาที่ไทยล่ะ”

แต่ทันทีที่เธอได้ยินคำถามของฉัน ไอด้าก็แสดงสีหน้าเบื่อ ๆ ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนรอฟังข่าวคราวจากอีกฝ่ายต้องสงวนอาการความอยากรู้ลงเพราะรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมานิดหน่อย

“เอาจริงฉันยังไม่อยากจะกลับมาเท่าไหร่เลย ฉันยังอยากอยู่ที่นั่นอีกสักปีสองปีอะ ก็ป๊าน่ะสิ ดันเรียกให้ฉันกลับมา…”

เธอถอนหายใจออกมาอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก หาได้ไม่บ่อยนะเนี่ยที่แม่เสือสาวอย่างไอด้าจะแสดงอาการไม่สู้ดีขนาดนี้ ปกติแล้วคนตรงหน้ามักจะเป็นคนมีเสน่ห์และมั่นใจอยู่ตลอดเวลา พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็ยิ่งกระตุกต่อมอยากรู้ที่มีข้างในของฉันมากกว่าเดิมจนทนไม่ไหว ต้องถามย้ำกลับไป

“แกมีเรื่องอะไรเหรอ?”

“ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ป๊าจะให้ฉันกลับมาหมั้นกับลูกชายเพื่อนเขาอะสิ”

หญิงสาวหันมาพูดสีหน้ามู่ทู่ น้ำเสียงอิดออดเกินบรรยาย ทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกออกมาชัดเจนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่คนตรงหน้านั้นต้องการเลย

ก็แน่ล่ะสิ คนอย่างยัยไอด้ารักสนุกแถมเป็นผู้หญิงลั้นลาจะตาย อยู่ ๆ จะโดนจับคู่ เป็นใครก็ต้องรู้สึกไม่โอเคเป็นธรรมดา ฉันที่ได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายขึ้นมาก่อนจะวางมือลงบนหลังมือของไอด้าเบา ๆ เพื่อแสดงความเห็นใจ

แต่ถึงจะรู้สึกไม่เห็นด้วยยังไง เรื่องแบบนี้คนนอกอย่างฉันก็คงจะเข้าไปจุ้นจ้านด้วยไม่ได้อยู่ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป