บทที่ 5 ตอนที่5
“เป็นอะไรน่ะว่านเอาแต่นั่งซึมไม่สนุกเหรอ” ชมพู่เพื่อนสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่านดาวเอาแต่นั่งใจลอยตั้งแต่มาถึงงานปาร์ตี้วันเกิดเธอแล้ว
“ปวดหัวนิดหน่อย ชมพู่…ฉันกลับก่อนได้มั้ย”
“ได้สิ งั้นเธอโทรให้คุณศิลามารับตอนนี้เลย”
“โทรไปแล้วเขาไม่ว่างน่ะ เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองดีกว่าไว้เจอกันที่มหาลัยนะ” พูดจบว่านดาวก็ลุกเดินออกจากงานปาร์ตี้ไป ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์สนุกสนานอะไรทั้งนั้น ตั้งแต่เห็นภาพหวานชื่นของศิลากับไพลินจิตใจก็ไม่อยู่กับร่องกับรอย หญิงสาวก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องคิดมากเรื่องของคนทั้งคู่ด้วย
ระหว่างเดินใจลอยอยู่นั้นอารันก็ปรากฏตัวขึ้น ชายหนุ่มเห็นว่านดาวก็เผยยิ้มกว้างรีบเข้ามาทักทาย หญิงสาวเองพอเห็นว่าเป็นหนุ่มรุ่นพี่ก็ไม่รีรอรีบยิ้มทักกลับเช่นกัน
“พี่รันมาทำอะไรที่นี่คะ”
“พี่ทำพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารแถวนี้น่ะพึ่งเลิกงาน แล้วว่านล่ะทำไมมาอยู่แถวนี้”
“มากินเลี้ยงวันเกิดชมพู่ค่ะ ไม่อยากอยู่ดึกก็เลยขอกลับก่อน ว่าแต่ร้านที่พี่ทำอยู่ยังรับคนเพิ่มอีกมั้ย”
“ถามอย่างกับว่านจะไปทำกับพี่ด้วยงั้นแหละ ได้ข่าวว่าปีหนึ่งเรียนเต็มทุกคลาสไม่ใช่เหรอ”
“ก็ถามเผื่อไว้ค่ะ พอขึ้นปีสองอาจได้ไปทำด้วยไง”
“นั่นมันตั้งนานเลยนะ เอาไว้ขึ้นปีสองก่อนค่อยถามพี่อีกทีแล้วกัน แล้วนี่จะกลับยังไงถ้าไม่รังเกียจให้พี่แว้นมอเตอร์ไซค์ไปส่งมั้ยล่ะ”
“ไม่จำเป็น! เพราะว่านดาวต้องกลับกับฉัน” น้ำเสียงดุดันของศิลาเอ่ยแทรกขึ้นพร้อมกับเข้ามาดึงแขนว่านดาวให้เข้ามายืนข้างๆ ตัวเอง สายตาก็จ้องไปที่อารันอย่างไม่สบอารมณ์
“ว่าน…นี่ใครเหรอ” อารันถามด้วยความสงสัย เห็นศิลาแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อว่านดาวก็รู้สึกข้องใจนัก
“นี่คุณศิลาค่ะ เป็น…” แต่ไม่ทันที่หญิงสาวจะตอบกลับก็ถูกศิลาเอ่ยสวนขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันเป็นผู้ปกครองว่านดาว และก็เป็นคู่หมั้นของว่านดาวด้วย”
“พูดบ้าอะไรของคุณ” หญิงสาวมองค้อนตำหนิไปที่ชายหนุ่ม
“หรือเธอจะปฏิเสธ แหวนหมั้นประจำตระกูลฉันเธอก็เอาไปแล้วนี่”
คำพูดที่หนักแน่นและจริงจังของศิลาทำว่านดาวพูดอะไรไม่ออก ตอนนี้หญิงสาวทำได้แค่ขอตัวจากหนุ่มรุ่นพี่ไปก่อนไว้ค่อยอธิบายความจริงให้ฟังทีหลัง ตอนนี้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ศิลาแสดงทีท่าออกมาเช่นนี้ ทำเหมือนเธอเป็นตัวตลกอย่างไงอย่างงั้น
“จะเดินหนีไปไหนมาคุยกันให้รู้เรื่อง” ศิลาตามมาคว้าแขนหญิงสาวเพื่อรั้งเอาไว้
“คุยอะไร?”
“โกหกว่าฉันไม่ว่างมารับเพื่อจะไปเจอเขาใช่มั้ย ชมพู่บอกฉันหมดแล้ว” ว่านดาวสะอึกเล็กน้อยไม่คิดว่าศิลาจะบังเอิญเจอชมพู่ได้เลยได้รู้ในสิ่งที่เธอโกหกไป แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ศิลาเข้าใจนั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริงอยู่ดี
“ฉันกับพี่รันแค่บังเอิญเจอกัน”
“เรียกพี่ได้อย่างสนิทสนมเลยนะ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าถ้ายังเรียนไม่จบห้ามมีแฟน”
“ทีคุณล่ะยังไปคบเด็กที่ยังเรียนไม่จบเลย แถมพลอดรักกันไม่รู้จักอายคนอื่นบ้าง” หญิงสาวโต้กลับ
“พูดอะไรของเธอ”
แต่ไม่ทันที่จะได้เข้าใจเรื่องราวไพลินก็ปรากฏตัวขึ้น ว่านดาวเห็นไพลินเดินตรงเข้ามาก็รีบสะบัดแขนออกจากมือศิลาทันที เป็นอีกครั้งที่ไพลินแสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นศิลากับว่านดาวอยู่ด้วยกัน
“ไหนว่าจะออกมาโทรศัพท์ไงคะ ลินรอพี่ศิลาตั้งนานเป็นห่วงเลยตามออกมาดู แล้วทำไมว่านดาวก็อยู่ด้วยล่ะ”
“ฉันมางานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนฉันค่ะกับคุณศิลาก็แค่บังเอิญเจอ” ว่านดาวรีบอธิบาย
“แบบนี้นี่เอง งั้นเรากลับเข้าไปในงานปาร์ตี้ดีกว่าค่ะพี่ศิลา เพื่อนๆ ของลินถามหาพี่ศิลากันแล้ว”
“พี่ว่านี่ก็ดึกแล้วกลับบ้านดีกว่า พี่เองก็ต้องพาว่านดาวกลับบ้านแล้วด้วย”
“ก็ได้ค่ะ งั้นพี่ศิลาไปส่งลินได้มั้ย”
“ได้สิ” ชายหนุ่มยิ้มรับ
ตลอดทางนั่งรถกลับไพลินก็เอาแต่จ้องศิลาด้วยความน้อยใจเมื่อเห็นชายหนุ่มเอาแต่มองว่านดาวที่นั่งอยู่เบาะหลังผ่านกระจกรถ นับวันชายหนุ่มจะให้ความสนใจว่านดาวมากกว่าเธอขึ้นทุกที ยิ่งทั้งคู่อยู่บ้านหลังเดียวกันแล้วด้วย แบบนี้เธอก็มีแต่เสียเปรียบ
หลังจากส่งไพลินกลับถึงบ้านเรียบร้อยศิลาก็ขับรถตรงกลับบ้านนิธิราทันที ใช้เวลาสักพักก็มาถึง พอว่านดาวจะเปิดประตูลงจากรถมือใหญ่ของชายหนุ่มก็ดึงประตูเข้ามาปิดไว้ตามเดิม
“อะไรของคุณอีกเนี่ย”
“เธอช่วยอธิบายเรื่องที่ฉันคบแฟนเด็กหน่อยได้มั้ย”
“รู้อยู่แก่ใจทำไมต้องให้อธิบายด้วย ตอนนี้คุณกับคุณไพลินคบกันอยู่ไม่ใช่หรือไง คุณเองเอาแต่ห้ามไม่ให้ฉันมีแฟนแต่ตัวเองกลับมีแฟนทั้งๆ ที่แฟนของคุณก็ยังเรียนไม่จบเหมือนกัน”
“ฉันกับไพลินแค่พี่น้องกัน”
“พี่น้องที่ไหนเขาจูบกันล่ะ”
“อ๋อ…เธอเห็นสินะ แล้วมองยังไงถึงเห็นเป็นจูบ อีกอย่างฉันไม่นิยมกินเด็กหรอกนะกับไพลินก็แค่เอ็นดูเหมือนน้องสาว”
“ไม่เชื่อ!”
“งั้นจะทำให้ดู แล้วเธอจะรู้ว่าฉันไม่รู้สึกอะไรจริงๆ”
พูดจบศิลาก็ประทับจูบไปที่ปากชมพูของว่านดาว แต่ว่าครั้งนี้ความรู้สึกกลับแตกต่างออกไปจากตอนที่ถูกไพลินจู่โจมหอมแก้มเขา ปากนุ่มๆ ของว่านดาวกลับรู้สึกถึงความพิเศษบางอย่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอทำชายหนุ่มร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ว่านดาวใช้แรงที่มีผลักศิลาให้ออกห่าง หญิงสาวรีบใช้มือเช็ดปากตัวเองในขณะที่ชายหนุ่มยังคงสับสนกับความรู้สึกอยู่ เมื่อได้จังหวะก็รีบเปิดประตูลงจากรถวิ่งเข้าบ้านไปในทันที
ศิลาค่อยๆ เลื่อนนิ้วลูบไล้ที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ จากริมฝีปากของว่านดาวเมื่อสักครู่นั้นยังรู้สึกได้ชัดเจน แต่ทำไมกับตอนไพลินเขาถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
“เป็นอะไรของนายเนี่ยศิลา ไม่ใช่ไปหลงรักเด็กเข้าให้แล้วนะ ไม่ ไม่ ไม่มีทาง อย่าเปลี่ยนมาตรฐานตัวเองสิ ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ” ศิลาถอนหายใจข่มความฟุ้งซ่านตัวเองเอาไว้ ความว้าวุ่นใจเมื่อสักครู่เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น
ว่านดาวกลับมาถึงห้องก็เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ที่เตียงนอน หญิงสาวเอาแต่คิดถึงจูบที่ศิลามอบให้เมื่อสักครู่ ยิ่งคิดใจก็ยิ่งเต้นแรง ทำไมเธอถึงได้รู้สึกพอใจกับรสจูบนั้นอย่างบอกไม่ถูกแทนที่จะขุ่นเคืองต่อชายหนุ่ม
“ว่านดาวเธอบ้าไปแล้วแน่ๆ ผู้ชายที่น่ากลัวแบบนั้นอย่าได้คิดตกหลุมรักเชียวนะ” หญิงสาวตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเตือนสติ เสือดุอย่างศิลาแถมยังมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาเกี่ยวพันเธออย่าได้พลาดพลั้งมีใจให้เด็ดขาดเชียว ไม่งั้นได้มีเรื่องปวดหัวไม่เว้นวันแน่
หลายวันผ่านไป
แสงรวีเขามาหาว่านดาวที่ห้องนอนเพื่อไหว้วานเรื่องบางอย่าง วันนี้เธอเห็นว่าหญิงสาวไม่มีเรียนเลยอยากให้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างและเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีกับศิลาด้วย เพราะหลายวันที่ผ่านมาดูว่านดาวกับศิลาจะห่างเหินกันไปมาก
“วันนี้หนูว่านไม่ได้ออกไปไหนใช่มั้ย งั้นช่วยเอาขนมนี้ไปให้พี่ศิลาที่บริษัทหน่อยสิ ป้าพึ่งทำเสร็จใหม่ๆ ยังร้อนๆ อยู่เลย เดี๋ยวป้าจะให้คนขับรถไปส่งหนูที่บริษัทนะ”
“ได้ค่ะ” ว่านดาวตอบรับด้วยความจำยอม หลายวันที่ผ่านมาเธอพยายามหลบหน้าศิลามาตลอดกลับหนีไม่พ้นอยู่ดี
ว่านดาวมาถึงห้องทำงานของศิลาก็ไม่เจอชายหนุ่มอยู่ในห้อง เธอจึงวางถุงขนมที่ถือมาไว้บนโต๊ะทำงานแทน อย่างน้อยก็ถือว่าเธอทำเรื่องที่ได้รับมอบหมายเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่พอจะหันหลังกลับก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อชนเข้ากับแผงอกกว้างของศิลาที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอแบบเงียบๆ ทำให้สีลิปสติกจากปากของเธอติดไปที่เสื้อเชิ้ตตัวขาวที่ชายหนุ่มสวมใส่อยู่
“ขอโทษค่ะเดี๋ยวฉันเช็ดให้” ว่านดาวรีบหยิบทิชชูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเข้ามาเช็ดคราบลิปสติกของเธอ แต่ไม่ว่าจะเช็ดยังไงรอยลิปสติกนั้นก็ยังเห็นได้ชัดเจนอยู่ดี
“ไม่ต้องแล้ว เช็ดแรงขนาดนี้เดี๋ยวเสื้อฉันก็ขาดพอดี”
“แล้วนั่นคุณจะทำอะไรคะ”
“ก็เปลี่ยนเสื้อไง เดี๋ยวฉันมีประชุมต่อถ้าคนอื่นเห็นเข้าเดี๋ยวก็คิดเลยไปไกลอีก อ๊ะ…ฝากไปซักด้วย อย่าพึ่งไปล่ะรออยู่ตรงนี้ก่อน” ศิลาโยนเสื้อเชิ้ตที่พึ่งถอดออกให้กับว่านดาวก่อนจะเดินเปลือยท่อนบนเข้าไปยังห้องพักส่วนตัวที่อยู่ถัดจากโต๊ะทำงาน
“แล้วทำไมไม่เข้าไปถอดข้างในล่ะ อยากโชว์ว่างั้น” หญิงสาวพึมพำตามหลัง ยืนรอได้ไม่เท่าไหร่ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างในห้องให้เธอเข้าไปหา
“ทำไมฉันต้องเข้าไปด้วย”
“บอกให้เข้าก็เข้ามาเถอะน่า ถ้าฉันเข้าประชุมไม่ทันโทษเธอนะ”
ว่านดาวจำใจทำตามที่ศิลาบอก พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตตัวใหม่แล้วหากแต่ว่ายังไม่ได้ติดกระดุมเสื้อเลยสักเม็ดเท่านั้น
“ติดกระดุมให้หน่อยสิ”
“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องใช้ฉันด้วย”
“ก็ปกติมีกระจกให้ส่องไงจะได้ดูว่าเรียบร้อยดีมั้ยแต่ที่นี่มันไม่มี เธอช่วยเป็นกระจกให้ฉันหน่อยไม่ได้หรือไง”
“เรื่องมาก” ถึงแม้จะบ่นด้วยความหงุดหงิดแต่หญิงสาวก็ยังทำตามคำขอของชายหนุ่มอยู่ดี เธอขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดทำให้มันจบๆ ไปเป็นดีที่สุด
“เสร็จแล้วค่ะ ไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันกลับนะ”
ระหว่างจะหันหลังเดินจากไปศิลาก็รวบเอวบางของหญิงสาวเข้ามาแนบชิด สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวอย่างเป็นประกายพร้อมเผยยิ้มที่มุมปาก
“หลายวันมานี้จงใจหลบหน้าฉันใช่มั้ย ถึงขั้นเอาเรื่องติวกับเพื่อนมาอ้างเพื่อไม่ให้ฉันไปรับที่มหาลัย”
“ไม่ใช่สักหน่อย คุณก็รู้นี่คะว่าปีหนึ่งต้องทำโน่นทำนี่เยอะแยะ ไหนจะกิจกรรมที่มหาลัยอีก อีกอย่างคุณจะบ่นฉันไม่ได้ด้วยเพราะฉันก็กลับบ้านตรงเวลาตลอด คุณลุงคุณป้าก็อนุญาตแล้ว”
“ถ้าเป็นอย่างที่เธอว่าก็เข้าใจได้ ฉันก็นึกว่าเธอหลบหน้าฉันเพราะถูกฉันจูบซะอีก”
“ก็คุณบอกเองนี่ว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไร แล้วทำไมฉันต้องเก็บไปรู้สึกด้วยล่ะ”
“จริงเหรอ” ศิลาดันหลังหญิงสาวเข้ามาแนบชิดมากขึ้นกว่าเดิม ท่าทีจริงจังของชายหนุ่มทำว่านดาวสั่นไหวไปทั้งตัว หญิงสาวได้แต่สงสัยที่ชายหนุ่มเข้าหาเธอเช่นนี้มีจุดประสงค์หรือต้องการอะไรกันแน่
