บทที่ 10 10
“รายชื่อผู้รับผลประโยชน์ในเส้นทางการเงินนอกระบบบางสายที่ทีมสืบสวนของผมขุดเจอ มันตรงกับชื่อหุ้นส่วนเดิมของพ่อคุณ เอกสารพวกนี้อยู่ในฐานข้อมูลที่บอร์ดบริหารส่งให้เอ็มไพร์ก่อนผมจะเข้ามา ผมสั่งให้คนเจาะลึกจนพบว่าโรงงานของครอบครัวคุณถูกตัดช่องทางระดมทุน บีบให้ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และถูกกดดันให้จำยอมเซ็นโอนกิจการเพื่อขัดดอกอย่างไร แต่สัญญาซื้อขายและเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ฉบับเต็มยังถูกซ่อนไว้ในเงามืด ผมถึงกล้าบอกคุณว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน แต่เขาลงมือคนเดียว หรือมีกลุ่มทุนไหนชักใยอยู่เบื้องหลังอีกชั้น ผมยังให้คำตอบฟันธงไม่ได้”
นลินนิ่งงัน ลมหายใจที่ผ่อนออกมายังคงสะท้านไหว เธอมองผู้ชายตรงหน้าอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ รวบรวมสติ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมอย่างเด็ดเดี่ยว
“ถ้างั้นต่อไปนี้ ช่วยบอกลินเฉพาะเรื่องที่คุณรู้จริงเท่านั้นนะคะ ลินไม่ต้องการคำสัญญาหวานหูเพื่อปลอบใจ ลินต้องการความจริง ต่อให้ความจริงนั้นมันจะเหี้ยมโหดหรือน่าเกลียดน่ากลัวแค่ไหน ลินก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะฟาดฟันกับมันยังไง”
“ได้ครับ” ริมฝีปากหยักของอคินยกยิ้มจางๆ “และคุณมีสิทธิ์ถอนตัวได้ทุกวินาทีถ้าคุณรู้สึกว่าผมกำลังเอาเปรียบคุณ สัญญากู้ยืมเงินห้าหมื่นบาทจะยังคงเดิม ผมไม่เอาหนี้บุญคุณมาผูกมัดเรื่องพ่อของคุณแน่นอน”
“ลินไม่ถอนตัวค่ะ แต่ลินจะตั้งคำถามเยอะหน่อย คุณคงต้องทนรำคาญเอาเอง”
“ผมยินดีให้คุณถามครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณคิดว่าผมกำลังทำตัวน่าสงสัย”
“คุณทำตัวน่าสงสัยตั้งแต่เสนอเงินก้อนโตให้คนแปลกหน้าแล้วค่ะ ถ้าลินจะถามทุกเรื่องที่คุณน่าสงสัย วันนี้คุณคงไม่ได้ก้าวขาออกจากตึกนี้แน่”
ประกายตาพราวระยับและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของอคินทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดจัดเมื่อครู่สลายตัวไปอย่างน่าประหลาด ชายหนุ่มคว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นมาถือไว้ ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตออกอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกวาดมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธอ
“บ่ายนี้พักรบสักครู่เถอะครับ คืนนี้ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณ”
นลินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาด้วยสายตาระแวดระวังปนท้าทาย “เลี้ยงข้าว? เลี้ยงเพื่อขอบคุณที่ลินช่วยตบหน้าคุณวิภาดากลางบอร์ด หรือเพื่อปลอบใจที่เพิ่งสะกิดแผลเรื่องพ่อคะ ถ้าเป็นอย่างหลัง ลินบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าไม่ต้อง ลินไม่ได้เปราะบางขนาดที่พอได้ยินชื่อพ่อแล้วจะต้องมีใครมาคอยป้อนข้าวป้อนน้ำทำขวัญ”
“เลี้ยงเพราะคุณทำงานได้เฉียบขาดจนผมประทับใจครับ” อคินก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครึ่งก้าว กลิ่นอายความเย้ายวนเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูก “ส่วนเรื่องปลอบใจ ผมแค่อยากให้คุณได้พักบ้าง คุณจะปฏิเสธมื้ออาหารที่ผมจ่ายให้ก็ได้ แต่ผมหวังว่าคุณจะไม่ปฏิเสธความเหนื่อยล้าของตัวเองจนล้มพับไปเสียก่อน”
นลินก้มลงมองนาฬิกาข้อมือตัวเองบ้าง ยังเหลืองานจัดระเบียบแผนกการตลาดที่กำลังโกลาหลจากการที่วิภาดาโดนเด้งฟ้าผ่าอีกเกือบสองชั่วโมง เธอพยักหน้ารับข้อเสนออย่างไว้เชิง
“ตกลงค่ะ แต่ถ้าแผนกมีเรื่องด่วน คุณต้องยอมให้ลินเลื่อนนัดนะคะ งานต้องมาก่อน”
“ได้ครับ ผมรอได้เสมอ แต่ช่วยรีบลงมาก่อนร้านปิดแล้วกัน ผมไม่ถนัดนั่งกินอาหารแช่แข็งจากตู้กดหยอดเหรียญเป็นมื้อฉลองเท่าไหร่”
“ตู้กดชั้นล่างมีโจ๊กหมูใส่ไข่อร่อยมากนะคะคุณอคิน ลินกินประทังชีวิตบ่อยๆ ถ้าคุณไม่เรื่องมาก ลิ้นไม่ติดหรู ก็ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้เยอะเลย”
“เก็บโจ๊กตู้กดไว้พาผมไปกินคราวหน้าเถอะครับ คราวนี้ ให้ผมเป็นคนดูแลคุณก่อน”
กว่านลินจะเคลียร์งาน เกลี่ยภาระหน้าที่ให้ลูกน้องในแผนกเสร็จสิ้น และก้าวเท้าลงมาถึงล็อบบี้ชั้นล่าง เวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบหนึ่งทุ่มครึ่งแล้ว
ร่างสูงสง่าของอคินยังคงยืนพิงเสาหินอ่อนต้นใหญ่อย่างใจเย็น สูทตัวนอกพาดอยู่บนท่อนแขนแกร่ง เนกไทสีเข้มถูกปลดคลายออกเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดุมคอที่เปิดกว้างจนเห็นลำคอแกร่งชัดเจน เขากำลังก้มมองหน้าจอสมาร์ตโฟน เมื่อเสียงส้นสูงของเธอดังใกล้เข้ามา ชายหนุ่มก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง ไม่ปล่อยให้เธอต้องยืนรอแม้แต่วินาทีเดียว
“ขอโทษด้วยค่ะคุณอคิน พองานคุณวิภาดาค้างอยู่ ลูกค้าหลายเจ้าก็โทรเข้ามาจิกไม่หยุด ลินเลยลงมาช้า คุณรอเกือบสี่สิบนาทีแล้วใช่ไหมคะ”
“สามสิบเจ็ดนาทีกับสิบสองวินาทีครับ ไม่ถึงสี่สิบนาที ถือว่ายังไม่ต้องคิดดอกเบี้ยเวลาทบต้น”
นลินเผลอหลุดยิ้มออกมากับความยียวนกวนประสาทของเขา ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีขาวที่เธอเพิ่งสั่งพิมพ์มาหมาดๆ ให้เขา
“พูดถึงดอกเบี้ยพอดีเลยค่ะ ลินมีเรื่องสัญญาเงินกู้จะคุยกับคุณ เมื่อคืนลินมัวแต่พะวงเรื่องความลับกับคดีทุจริต พอตอนบ่ายมานั่งคำนวณทำตารางบัญชีส่วนตัว ถึงเพิ่งเห็นว่ายอดเงินที่หักคืนรายเดือนกับระยะเวลาในสัญญามันไม่สัมพันธ์กัน สัญญาลงไว้หกเดือน แต่ถ้าหักเดือนละห้าพัน หกเดือนมันเพิ่งได้สามหมื่น ยอดหนี้ห้าหมื่นมันไม่ลงตัวค่ะ”
อคินรับซองไปเปิดดูขณะที่ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปยังลานจอดรถ VIP นลินอธิบายอย่างฉะฉานว่าเธอจัดแจงคำนวณใหม่โดยหารเฉลี่ยหกเดือน ตกเดือนละประมาณ 8,333 บาท และแนบตารางผ่อนชำระที่แก้ไขตัวเลขอย่างถูกต้องมาให้เสร็จสรรพ
“ลินปรับตัวเลขหักคืนเป็นห้างวดแรกงวดละ 8,333 บาท และงวดสุดท้าย 8,335 บาทค่ะ ลินจะได้ไม่เผลอคิดว่าตัวเองมีเงินเหลือใช้ฟุ่มเฟือย และหนี้ก้อนนี้ต้องเคลียร์ให้จบตามกำหนดสัญญาหกเดือนจริงๆ”
อคินหยุดเดิน หันมาสบตากับเธอด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างลึกซึ้ง “ผมจะให้ทนายแก้ตารางและส่งฉบับสมบูรณ์ให้คุณเซ็นใหม่พรุ่งนี้ครับ แต่คุณไม่จำเป็นต้องบีบคั้นตัวเองขนาดนั้น ถ้าอยากขยายเวลาผ่อนชำระออกไปเป็นหนึ่งปีเพื่อไม่ให้ตึงมือเกินไป ผมก็ไม่มีปัญหา”
“หกเดือนตามเดิมค่ะ” นลินตอบเสียงเด็ดขาด “ลินอยากปิดหนี้ก้อนนี้ให้เร็วที่สุด ยิ่งหนี้หมดเร็วเท่าไหร่ ลินก็ยิ่งหายใจได้เต็มปอดเร็วขึ้นเท่านั้น และถ้ามีสัญญาฉบับแก้ไข ลินขอเก็บต้นฉบับที่มีลายเซ็นคุณไว้ด้วยนะคะ”
