บทที่ 2 2
เธอเดินไปที่อ่างล้างหน้า ซับความมันบนใบหน้า เติมลิปสติกสีนู้ดให้ดูเฉียบขาดไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวออกจากห้องน้ำด้วยมาดของนักรบหญิงที่พร้อมเผชิญหน้ากับสมรภูมิในห้องประชุม
ณ ห้องประชุมบอร์ดบริหารชั้นสี่สิบ บรรยากาศเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ
บนโต๊ะประชุมรูปไข่ขนาดใหญ่ ฝั่งตรงข้ามมีชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาคือจุดรวมสายตาทั้งหมดในห้อง รูปร่างสูงโปร่งสวมสูทสากลสั่งตัดพิเศษสีน้ำเงินเข้ม ไหล่กว้างผึ่งผายสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก ภายใต้กรอบแว่นตาสีเงินคือดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวที่ฉายแววฉลาดเป็นกรดและทรงอำนาจจนน่าขนลุก
“เอาล่ะครับทุกท่าน” ท่านประธานบริษัทเอ่ยทำลายความตึงเครียด “ก่อนที่เราจะเริ่มดูรายงานผลประกอบการไตรมาสนี้ ผมขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณอคิน ที่ปรึกษาจากบริษัทเอ็มไพร์คอนซัลติ้ง ที่จะเข้ามาช่วยปรับโครงสร้างและดูแลภาพรวมเรื่องการลดต้นทุนของบริษัทเรานับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
นลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรับโครงสร้าง ลดต้นทุน ศัพท์สวยหรูของผู้บริหารที่แปลเป็นภาษาคนทำงานได้ว่า “เตรียมตัวโดนไล่ออก หรือไม่ก็โดนรีดไถแรงงานเพิ่มขึ้น”
อคินขยับตัวเล็กน้อย เขาพยักหน้าทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มสุภาพ ขณะเดียวกันสายตาของเขากวาดมองผู้ร่วมประชุมแต่ละคนราวกับเครื่องสแกนเนอร์ที่กำลังประเมินราคาสินค้า จนกระทั่งสายตาคู่นั้นมาหยุดนิ่งที่นลิน
หญิงสาวไม่หลบตา เธอเชิดหน้าสบตากับเขาตรงๆ ด้วยความนิ่งเฉย อคินชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นความดื้อรั้นในดวงตากลมโตคู่สวย ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะลอบขยับเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แล้วจึงละสายตาไปอย่างแนบเนียน
การนำเสนอเริ่มขึ้น วิภาดาก้าวออกไปหน้าห้อง ฉายสไลด์แคมเปญการตลาดที่นลินเป็นคนทำ หล่อนนำเสนอด้วยน้ำเสียงฉอดๆ ราวกับเป็นผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองทั้งหมด นลินนั่งมองปลิงตัวใหญ่ดูดเลือดผลงานของเธอด้วยสีหน้าราบเรียบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เธอชินชากับความหน้าหนาของวิภาดาไปเสียแล้ว
“เดี๋ยวครับ”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของอคินดังขัดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาวิภาดาชะงักไป
“แผนการโปรโมทแคมเปญใหม่นี้ ผมว่าตัวเลขงบประมาณมันดูบวมเกินความจำเป็นไปหน่อยนะครับ”
วิภาดามีสีหน้าเลิ่กลั่ก แต่พยายามปั้นยิ้มสู้ “แต่ผลตอบแทนที่เราคาดว่าจะได้รับมันคุ้มค่านะคะคุณอคิน แคมเปญนี้เราตั้งใจเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม”
“ลูกค้าพรีเมียม แต่คุณเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์สายตลกโปกฮา ที่ฐานผู้ติดตามส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยมต้นเนี่ยนะครับ?” อคินเคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะไม้ เสียงดังกังวานจนคนฟังหน้าชา “กลุ่มเป้าหมายกับช่องทางการสื่อสารมันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง คุณกำลังเอางบของบริษัทไปละลายแม่น้ำ หรือคุณวิภาดามองไม่เห็นภาพรวมกันแน่ครับ?”
คำวิจารณ์เชือดเฉือนตรงไปตรงมาเหมือนตบหน้าทำเอาวิภาดาหน้าชาไปทั้งแถบ เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึม หล่อนอึกอัก หน้าซีดสลับแดง หันขวับมามองนลิน ส่งสายตากดดันและเว้าวอนให้ช่วย ทั้งที่เมื่อเช้าเพิ่งจะจิกด่าเธอไปหมาดๆ
นลินลอบถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าถ้าแผนนี้พัง วิภาดาก็จะโยนความผิดมาให้เธออยู่ดี หญิงสาวจึงขยับไมโครโฟนตรงหน้า เตรียมอธิบายข้อเสนอของตัวเอง
“ขออนุญาตชี้แจงแทรกนะคะคุณอคิน” เสียงหวานกังวานสะกดสายตาทุกคู่ในห้อง “จริงอยู่ที่อินฟลูเอนเซอร์ท่านนี้มีผู้ติดตามส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม แต่ผลสำรวจจากกลุ่มผู้ชมที่ยินยอมให้ข้อมูลพบว่ามีผู้ปกครองรับชมร่วมด้วยค่ะ เราจึงเสนอให้ทดลองคอนเทนต์กับกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อ แยกงบทดสอบและวัดยอดสั่งซื้อจริงก่อนขยายแคมเปญ ตัวเลขผู้ติดตามอย่างเดียวไม่พอจะยืนยันยอดขาย แต่ก็ยังไม่ควรตัดช่องทางนี้ทิ้งก่อนทดสอบค่ะ”
ความเงียบเข้าครอบงำห้องประชุมทันที
วิภาดาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่อคินค่อยๆ หันมามองนลิน ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นหรี่ลง จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสนใจอย่างเปิดเผย
“ข้อมูลน่าประทับใจมากครับคุณ…” อคินลากเสียงยาวเป็นเชิงถามชื่อ
“นลินค่ะ หัวหน้าฝ่ายการตลาด” เธอตอบเสียงเรียบ สบตาเขาอย่างไม่หวั่นเกรง
“คุณนลิน” อคินทวนชื่อเธอช้าๆ ริมฝีปากหยักยกยิ้มลึกที่อ่านไม่ออก “แผนนี้คุณเป็นคนคิดเองหรือเปล่าครับ”
“เป็นแผนที่ทีมการตลาดของเราช่วยกันระดมสมองค่ะ โดยมีคุณวิภาดาเป็นคนคอยให้คำปรึกษา” นลินตอบอย่างชาญฉลาด เธอรู้จังหวะว่าเมื่อไหร่ควรสู้และเมื่อไหร่ควรเก็บเล็บ การหักหน้าเจ้านายกลางบอร์ดไม่ใช่เรื่องดี เธอต้องเก็บวิภาดาไว้ใช้งานในอนาคต
อคินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาไม่ได้ซักไซ้ต่อ แต่ในใจของชายหนุ่มกลับประเมินสถานการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขามองทะลุความตื้นเขินของวิภาดา และมองเห็นความคมกริบที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเยือกเย็นของผู้หญิงที่ชื่อนลินคนนี้ต่างหาก
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงในช่วงเที่ยง นลินรีบเก็บของเพื่อจะลงไปหากาแฟดำสักแก้วต่อชีวิต แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุม ร่างสูงใหญ่ของที่ปรึกษาหนุ่มก็ก้าวมาดักหน้าเธอไว้เสียก่อน
“ผลงานวันนี้ยอดเยี่ยมมากนะครับคุณนลิน แผนของคุณอุดรอยรั่วที่ผมพยายามจะจับผิดได้หมดจดเลย” อคินพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่แววตากลับส่องประกายท้าทาย
นลินเงยหน้ามองเขา ชายคนนี้สูงกว่าเธอมากจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นเพื่อสบตา “ขอบคุณค่ะคุณอคิน แต่ลินบอกแล้วว่ามันเป็นผลงานของทีม ไม่ใช่ของลินคนเดียว”
“คุณหลอกคนทั้งห้องได้ แต่หลอกผมไม่ได้หรอกครับ” อคินก้มหน้าลงมาใกล้เธอเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นมินต์ผสมเปลือกไม้หอมลอยมาแตะจมูก ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้นลินต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
“ผู้หญิงที่ยอมให้คนอื่นขโมยผลงานไปต่อหน้าต่อตา แล้วยังช่วยกู้หน้าให้เจ้านายจอมปลอม ถ้าไม่โลกสวยเกินไป ก็คงกำลังแบกรับอะไรบางอย่างที่ทำให้ชีวิตนี้ ยอมหักไม่ได้ อยู่ใช่ไหมครับ”
นลินกำแฟ้มในมือแน่น รู้สึกเหมือนถูกลากมาตบกลางสี่แยก ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป เขามองทะลุกำแพงที่เธอสร้างไว้ได้อย่างง่ายดาย
“คุณอคินคะ ในฐานะที่ปรึกษา หน้าที่ของคุณคือการวิเคราะห์ตัวเลข ไม่ใช่มาวิเคราะห์เรื่องส่วนตัวของพนักงานนะคะ” นลินสวนกลับโดยไม่ลดสายตาลง “และอีกอย่าง ลินไม่ได้โลกสวย ลินแค่รู้ว่าการมีเรื่องกับหมาบ้ามันไม่คุ้มกับค่าวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าค่ะ ขอตัวนะคะ!”
พูดจบนลินก็เบี่ยงตัวเดินหนีออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้อคินยืนนิ่งอยู่กับที่ ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมุมปากจุดขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“ดุซะด้วย น่าสนใจดีนี่” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ชีวิตการทำงานที่จืดชืดและน่าเบื่อหน่ายของเขา ดูเหมือนจะมีเรื่องให้สนุกขึ้นมาแล้วสิ
