บทที่ 4 4
เข็มนาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาสิบแปดนาฬิกา พนักงานในแผนกการตลาดต่างทยอยเก็บของกลับบ้านกันเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงความเงียบสงัดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่
นลินยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างไว้ แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าเรียบเฉยของเธอ ดวงตาคู่โตจดจ้องไปยังนามบัตรใบเล็กที่วางอยู่ข้างคีย์บอร์ด
เอ็มไพร์คอนซัลติ้ง อคิน อัครเดชโภคิน ที่ปรึกษาอาวุโส
นามบัตรกระดาษเนื้อดีขอบทองดูหรูหราเกินกว่าจะวางอยู่บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสารรกๆ นลินใช้นิ้วเรียวแตะขอบนามบัตรเบาๆ พลางทบทวนสิ่งที่อคินพูดไว้เมื่อตอนบ่าย เงินห้าหมื่นบาทแลกกับการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวนอกเวลางาน ข้อเสนอนี้มันดูดีเกินไปจนน่ากลัว ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบ ไม่มีใครหยิบยื่นเงินก้อนโตให้คนแปลกหน้าโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า
แต่เมื่อนลินเหลือบมองข้อความในโทรศัพท์มือถือที่ส่งมาจากพวกทวงหนี้เมื่อสิบนาทีก่อน ความลังเลทั้งหมดก็มลายหายไป ข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยคำขู่หยาบคายและรูปภาพหน้าตึกบริษัท เป็นสิ่งยืนยันว่าพวกมันไม่ได้ขู่เล่น พรุ่งนี้ก่อนเที่ยง ถ้าเงินห้าหมื่นบาทไม่เข้าบัญชี ชีวิตการทำงานที่เธออุตส่าห์สร้างมาด้วยความยากลำบากคงต้องจบสิ้นลงตรงนี้
นลินสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดคอมพิวเตอร์ ลุกขึ้นจัดการเสื้อผ้าสูทของตัวเองให้เรียบร้อย เธอกระชับกระเป๋าสะพายข้างแล้วเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสาร บรรยากาศในตึกยามค่ำคืนช่างแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง ไฟตามทางเดินถูกปิดลงเหลือเพียงไฟสำรองที่ส่องแสงสลัว ความเงียบทำให้เสียงฝีเท้าของเธอเด่นชัดจนน่าใจหาย
เธอเอื้อมมือไปกดปุ่มลิฟต์หมายเลขสี่สิบ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้ เป็นชั้นที่รวบรวมห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงและห้องประชุมใหญ่ ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ส่วนหัวใจของนลินกลับเต้นระทึกราวกระหน่ำกลอง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนของซาตานที่พร้อมจะสูบกลืนจิตวิญญาณของเธอไป
ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือความกว้างของชั้นสี่สิบที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก พื้นปูด้วยพรมหนานุ่มสีเทาเข้ม ผนังโดยรอบเป็นกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องและท้องถนนเบื้องล่างส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรพลอยที่ร่วงหล่นบนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำ
นลินเดินตามป้ายบอกทางไปยังห้องทำงานที่ตั้งอยู่มุมสุดของตึก ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ปิดสนิท มีป้ายทองเหลืองสลักอักษรภาษาอังกฤษระบุตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ หญิงสาวหยุดยืนหน้าประตู เธอยกมือขึ้นเคาะเบาๆ สามครั้ง
“เข้ามาครับ” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดออกมาจากด้านใน
นลินผลักประตูเปิดออกและก้าวเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศและกลิ่นอายของความหรูหรา ห้องทำงานนี้กว้างขวางกว่าห้องของวิภาดาถึงสามเท่า ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีตัวใหญ่ แต่ด้านหลังโต๊ะคือเก้าอี้หนังที่ว่างเปล่า
“ทางนี้ครับคุณนลิน”
เสียงของอคินดังมาจากบริเวณมุมห้องที่เป็นชุดโซฟารับแขกหนังแท้สีดำ ชายหนุ่มกำลังนั่งเอนกายอย่างผ่อนคลาย ในมือถือแก้วบรั่นดีที่มีน้ำสีอำพันเหลืออยู่ก้นแก้ว ตอนนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อสูทตัวนอกแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกอย่างลวกๆ กระดุมคอถูกปลดออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกตึงแน่นและเส้นชีพจรที่ลำคอ ท่าทางแบบนี้ทำให้เขาดูดุดันและมีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศอย่างรุนแรง แตกต่างจากมาดนักธุรกิจหนุ่มมาดเนี้ยบในห้องประชุมเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิง
นลินพยายามรักษาความนิ่งเฉยบนใบหน้า เธอเดินตรงไปหยุดยืนตรงหน้าเขา “สวัสดีค่ะคุณอคิน ลินมาตามนัดค่ะ”
อคินปรายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตานั้นดูเหมือนจะอ่านความรู้สึกของเธอได้ทะลุปรุโปร่ง เขาวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า แล้วผุดลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาข่มให้นลินดูตัวเล็กลงไปถนัดตา เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วเดินกลับมาหาเธอ
“ผมชื่นชมในความตรงต่อเวลานะครับ นั่งลงก่อนสิ” อคินผายมือไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม
นลินนั่งลงอย่างสง่างาม หลังตรง แขนทั้งสองข้างวางบนตัก เธอไม่ยอมแสดงท่าทีประหม่าให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด อคินนั่งลงฝั่งตรงข้าม เลื่อนแฟ้มเอกสารมาตรงหน้าเธอ
“นี่คือร่างสัญญากู้ยืมเงินและข้อตกลงการทำงานร่วมกันที่คุณต้องการ ผมให้ทนายความของผมร่างขึ้นมาให้ตรวจรายละเอียดก่อนลงนาม คุณลองอ่านดูสิครับ ถ้ามีข้อไหนที่ไม่เข้าใจหรืออยากปรับแก้ ก็บอกผมได้เลย”
นลินหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน ร่างสัญญาระบุเงินกู้ห้าหมื่นบาทโดยไม่คิดดอกเบี้ย กำหนดชำระภายในหกเดือน และเสนอให้หักจากค่าจ้างผู้ช่วยส่วนตัวเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ในตารางแนบท้ายกลับใส่ยอดหักไว้เพียงห้าพันบาทต่อเดือน เธออ่านผ่านตัวเลขนั้นโดยยังมัวคิดถึงขอบเขตงานและความช่วยเหลือที่ง่ายเกินคาด ก่อนพับมุมหน้าเอกสารไว้เพื่อกลับมาตรวจอีกครั้ง
งานของผู้ช่วยส่วนตัวระบุไว้กว้างๆ ว่า ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลภายใน ตรวจสอบเอกสารทางบัญชี และปฏิบัติงานตามที่ที่ปรึกษาอาวุโสมอบหมาย นอกเหนือจากเวลางานปกติ โดยคำนึงถึงความลับสูงสุดขององค์กร
นลินวางเอกสารลงบนโต๊ะ เธอมองหน้าอคินด้วยสายตาจับผิด “สัญญาฉบับนี้มันดูเอาเปรียบลินน้อยเกินไปนะคะคุณอคิน ในโลกนี้นักธุรกิจไม่ทำสัญญาที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์หรอกค่ะ การที่คุณไม่คิดดอกเบี้ย แถมยังให้ค่าจ้างลินสูงขนาดนี้ มันทำให้ลินรู้สึกไม่สบายใจ”
อคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูทุ้มพร่าและมีเสน่ห์ร้ายกาจ “คุณนี่แปลกคนนะคุณนลิน คนอื่นเวลาได้สัญญาแบบนี้คงรีบเซ็นชื่อตกลงไปแล้ว แต่คุณกลับมานั่งระแวงว่าตัวเองจะสบายจนเกินไป”
“ลินแค่เชื่อว่า ของฟรีไม่มีในโลกค่ะ และความสบายที่ได้มาง่ายๆ มักจะมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเสมอ” นลินตอบเสียงเรียบ
อคินขยับตัวเข้ามาใกล้ โน้มตัวข้ามโต๊ะกระจกมาหาเธอ รอยยิ้มของเขาจางลง “คุณคิดถูกแล้วคุณนลิน ของฟรีไม่มีในโลก และผมก็ไม่ได้ให้เงินคุณฟรีๆ ประโยชน์ที่ผมจะได้รับจากสัญญาฉบับนี้มันมีค่ามากกว่าเงินห้าหมื่นบาทที่คุณยืมไปหลายเท่า”
“ประโยชน์อะไรคะ”
