บทที่ 5 5
“ความซื่อสัตย์และความคมคายของคุณไงลิน” อคินเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ “บริษัทนี้กำลังเน่าใน มีการทุจริตและการฉ้อโกงเกิดขึ้นในหลายๆ แผนก โดยเฉพาะฝ่ายบริหารและฝ่ายจัดซื้อ แผนการตลาดที่คุณวิภาดานำเสนอเมื่อเช้า งบประมาณที่บวมเกินจริงนั้น ส่วนหนึ่งมันถูกทอนกลับเข้ากระเป๋าของใครบางคน ผมต้องการคนในที่รู้เรื่องนี้ดี คนที่ฉลาด ทันคน และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สกปรกพวกนั้น ซึ่งคุณคือคนที่เพอร์เฟกต์ที่สุด”
นลินเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอรู้ดีว่าในบริษัทมีการเมืองและเรื่องใต้โต๊ะอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะรุนแรงถึงขั้นที่ที่ปรึกษาจากภายนอกอย่างอคินต้องลงมาสืบหาความจริงด้วยตัวเอง
“คุณกำลังจะบอกว่า คุณจ้างลินมาเป็นสายสืบงั้นเหรอคะ”
“เรียกว่า คู่หูตรวจสอบข้อมูล จะดูดีกว่าครับ” อคินยิ้มบางๆ “งานนี้อันตรายนะลิน ถ้าพวกนั้นรู้ว่าคุณกำลังช่วยผม ข้อมูลทุกอย่างที่คุณหามาอาจจะทำให้คุณเด็ดหัวคนพวกนั้นได้ แต่มันก็อาจจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกเลย นั่นคือราคาที่คุณต้องจ่ายสำหรับเงินห้าหมื่นบาทนี้ คุณยังอยากจะเซ็นอยู่ไหม”
นลินนิ่งเงียบไปชั่วครู่ สมองของเธอทำงานอย่างหนัก ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตในบริษัทเป็นเรื่องอันตรายอย่างที่เขาพูดจริงๆ ถ้าก้าวพลาด เธออาจจะสูญเสียหน้าที่การงานทั้งหมดไป แต่เมื่อหันกลับมามองสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หนี้สินท่วมหัวที่พ่อยกให้เป็นมรดกชิ้นสุดท้าย มันบีบให้เธอต้องเดินหน้าต่อไปในเส้นทางนี้เท่านั้น
“ลินขอเพิ่มข้อตกลงอีกหนึ่งข้อค่ะ” นลินพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลย
“ว่ามาสิครับ”
“ในสัญญาต้องระบุชัดเจนว่า งานทุกอย่างที่ลินทำต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ลินจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายเด็ดขาด และหลังจากสิ้นสุดสัญญาหกเดือนแล้ว ความสัมพันธ์ในการทำงานฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของคุณต้องจบลงทันที โดยที่คุณไม่มีสิทธิ์บีบให้ลินทำอะไรต่อ”
อคินจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชมในความรอบคอบของเธอ “ได้ครับ ผมให้ทนายแก้สัญญาให้ตอนนี้เลย”
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปที่คอมพิวเตอร์พิมพ์ข้อความสั่งการไปยังทนายความส่วนตัวของเขา ไม่ถึงสิบนาที เสียงเครื่องพิมพ์เอกสารในมุมห้องก็ดังขึ้น อคินเดินไปหยิบสัญญาฉบับใหม่ที่แก้ไขเรียบร้อยแล้วมาวางตรงหน้าเธอ นลินตรวจสอบดูอีกครั้งเมื่อเห็นว่าถูกต้องตามที่คุยกันไว้ เธอก็จรดปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงในช่องผู้กู้ยืมอย่างไม่ลังเล
อคินเซ็นชื่อตัวเองในช่องผู้ให้กู้ยืมและผู้ว่าจ้าง จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “ขอเลขบัญชีของคุณด้วยครับ”
นลินบอกเลขบัญชีธนาคารของเธอไป ไม่ถึงนาทีต่อมา เสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงยอดเงินเข้าจำนวนห้าหมื่นบาทพอดิบพอดี
นลินลอบถอนหายใจยาว ความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน เธอรีบกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร โอนเงินจำนวนห้าหมื่นบาทนั้นไปยังบัญชีของพวกทวงหนี้ พร้อมกับแนบสลิปหลักฐานส่งไปทางข้อความ ไม่นานนัก ปลายสายก็ส่งข้อความตอบกลับมาสั้นๆ ว่า “ได้รับแล้ว เดือนหน้าเจอกันใหม่”
แม้จะรู้ดีว่าหนี้ก้อนใหญ่ยังคงอยู่ แต่อย่างน้อยเธอก็รอดพ้นจากวิกฤตในวันพรุ่งนี้ไปได้ นลินเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับอคินที่กำลังนั่งมองการกระทำของเธออยู่ด้วยสายตานิ่งเฉย
“ขอบคุณมากค่ะคุณอคิน ลินจะเริ่มงานเมื่อไหร่ดีคะ” นลินปรับโหมดเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ
อคินยกยิ้มมุมปาก เขาชอบความกระตือรือร้นและจิตใจที่แข็งแกร่งของผู้หญิงคนนี้ “เริ่มต้นคืนนี้เลยครับ”
ชายหนุ่มเลื่อนไอแพดส่วนตัวมาตรงหน้าเธอ บนหน้าจอแสดงไฟล์เอกสารงบประมาณของฝ่ายการตลาดในรอบสามปีที่ผ่านมา “นี่คือข้อมูลที่ผมอยากให้คุณช่วยดู คืนนี้ผมอยากให้คุณลองตรวจสอบตัวเลขงบประมาณในการจัดอีเวนต์ใหญ่ของปีที่แล้วเปรียบเทียบกับราคากลางในตลาด ดูว่ามีจุดไหนที่ตัวเลขมันกระโดดขึ้นมาอย่างผิดปกติบ้าง”
นลินมองหน้าจอไอแพดแล้วขมวดคิ้ว ข้อมูลพวกนี้เป็นความลับขั้นสุดยอดของบริษัท “คุณได้ข้อมูลพวกนี้มาได้ยังไงคะ ปกติฝ่ายบัญชีจะหวงเอกสารพวกนี้มาก แม้แต่หัวหน้าแผนกอย่างคุณวิภาดาก็ยังขอยากเลย”
“สำหรับผม ไม่มีคำว่าไม่ได้ในบริษัทนี้หรอกครับลิน” อคินตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความทะนงตน “ลองดูสิครับ ผมอยากรู้ว่าหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่เก่งที่สุดจะมองเห็นอะไรในตัวเลขพวกนี้บ้าง”
นลินไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหยิบไอแพดขึ้นมา ขยับแว่นสายตาที่มักจะใส่เวลาทำงานเอกสารยาวๆ แล้วเริ่มลงมือตรวจเช็กข้อมูลอย่างตั้งใจ บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงเคาะหน้าจอดังเป็นจังหวะเบาๆ อคินนั่งมองหญิงสาวที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองตัวเลขด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง นลินยังคงนั่งตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดโดยไม่ละสายตาไปไหน อคินลุกขึ้นเดินไปชงชาคาโมมายล์อุ่นๆ มาวางไว้ข้างๆ มือเธอ นลินเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
“ดื่มชาหน่อยครับ จะได้แก้เครียด” อคินพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเดิม
“ขอบคุณค่ะ” นลินยกแก้วชาขึ้นจิบ ความอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาช่วยให้ความเหนื่อยล้าของเธอทุเลาลงไปได้บ้าง เธอวางแก้วลงแล้วหันไปหาเขา “คุณอคินคะ ลินเจอจุดผิดปกติแล้วค่ะ”
อคินขยับเข้ามานั่งข้างเธอ กลิ่นน้ำหอมเจือกลิ่นมินต์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาโชยมาปะทะจมูกเธออีกครั้งในระยะประชิด จนนิ้วมือเรียวของนลินเผลอกระตุกวูบหนึ่ง แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาแล้วชี้มือไปที่หน้าจอไอแพด
