บทที่ 6 6
“บริษัท เอสพี ซัพพลาย จำกัด” นลินทวนชื่อบริษัทในเอกสารพลางนึกทบทวน “ชื่อนี้ไม่คุ้นเลยค่ะ ปกติซัพพลายเออร์รายใหญ่ของบริษัทเราจะมีรายชื่ออยู่ในระบบส่วนกลาง แต่อันนี้เหมือนเป็นการจัดซื้อพิเศษที่อนุมัติโดยตรงจากผู้บริหารระดับสูง”
“ใช่ครับ และคุณรู้ไหมว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เอสพี ซัพพลาย” อคินถามพลางเหยียดยิ้มเย็นชา
“ใครคะ”
“นายสมชาย พงษ์ภักดี สามีตามกฎหมายของคุณวิภาดาไงครับ”
คำตอบของอคินทำให้นลินนิ่งอึ้งไป เธอรู้ว่าวิภาดาเป็นคนเห็นแก่ตัวและชอบเอาเปรียบ แต่ไม่คิดว่าหล่อนจะกล้าทำเรื่องอุกอาจขนาดกว้านเงินบริษัทเข้ากระเป๋าตัวเองผ่านธุรกิจของสามีได้หน้าด้านๆ ขนาดนี้ มิน่าล่ะ วิภาดาถึงได้มีเงินใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ได้ทุกเดือน ทั้งที่เงินเดือนก็น่าจะมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่
“นี่มัน โกงกันหน้าด้านๆ เลยนะคะ!” นลินพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกสมเพชระคนโกรธแค้น
“ในโลกธุรกิจ ความหน้าด้านมักจะมาพร้อมกับความโลภครับคุณนลิน” อคินลุกขึ้นยืน เดินไปกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง “นี่เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น สิ่งที่คุณวิภาดาทำเป็นแค่เศษเงิน เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงบางคนกำลังสูบเลือดสูบเนื้อบริษัทอยู่ งานของคุณต่อจากนี้คือช่วยผมหาหลักฐานการเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินพวกนี้มาให้ได้”
นลินมองแผ่นหลังกว้างของอคิน เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นและรังสีอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอันสง่างามของเขา มันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมผู้บริหารหนุ่มที่มีอนาคตไกลอย่างเขาถึงได้ดูจริงจังกับการเปิดโปงความฉ้อโกงในบริษัทนี้หนักหนา ราวกับว่าเขามีปมความหลังบางอย่างที่ต้องการจะสะสางด้วยชีวิต
“คุณอคินคะ ลินขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
อคินหันกลับมามองเธอ “ว่ามาสิครับ”
“ทำไมคุณถึงต้องลงทุนลงแรงขนาดนี้ด้วยคะ การทุจริตในบริษัทใหญ่มันเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก และการที่คุณเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องนี้ มันอาจจะทำให้คุณสร้างศัตรูที่มีอิทธิพลมากมาย คุณไม่กลัวอันตรายหรือคะ” นลินถามด้วยความอยากรู้จริงๆ
อคินนิ่งไปชั่วครู่ แววตาของเขาหม่นแสงลงไปแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว เขาเดินกลับมาหาเธอ หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาแล้วมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ
“เพราะบางครั้ง ความยุติธรรมมันก็มาช้าเกินไป จนทำให้ครอบครัวของคนบริสุทธิ์ต้องพังทลายลงครับลิน” น้ำเสียงของเขาฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยอารมณ์บีบคั้น “ผมเคยเห็นคนที่ต้องตาย เพราะถูกไอ้พวกสารเลวพวกนี้โกงและบีบคั้นจนไม่มีทางออก ผมสาบานกับตัวเองไว้ว่า ถ้าผมมีอำนาจ ผมจะไม่ปล่อยให้พวกมันได้เสวยสุขบนกองเลือดของคนอื่นเด็ดขาด!”
คำพูดของอคินกระแทกเข้ากลางใจของนลินอย่างแรง คำว่า คนที่ต้องตายเพราะถูกโกงและบีบคั้นจนไม่มีทางออก มันช่างเหมือนกับเรื่องราวของพ่อเธอเหลือเกิน พ่อของเธอโดนหุ้นส่วนและนักธุรกิจใหญ่หักหลังจนบริษัทล้มละลาย ต้องแบกรับหนี้สินมหาศาลจนทนความกดดันไม่ไหวและเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้ายนี้เพียงลำพัง
ความรู้สึกร่วมบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของนลินอย่างเงียบๆ จากที่เคยระแวงและตั้งป้อมปะทะคารมกับเขา ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเข้าใจและเห็นใจชายหนุ่มตรงหน้ามากขึ้น เขาไม่ได้เป็นแค่ซาตานในสูทหรูที่จ้องจะเอาเปรียบเธอ แต่เขาคือคนที่มีแผลเป็นเหวอะหวะในใจเหมือนๆ กับเธอ
“ลินเข้าใจแล้วค่ะ” นลินพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจขึ้น “ลินจะช่วยคุณอย่างเต็มที่ค่ะคุณอคิน ไม่ใช่แค่เพราะสัญญาบ้าๆ นั่น แต่เพราะลินเองก็เกลียดคนพวกนี้เข้ากระดูกดำเหมือนกัน”
อคินจ้องมองใบหน้าหวานของนลิน รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นที่มุมปาก ครั้งนี้มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโล่งใจ เขารู้สึกว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ฉลาด แต่เธอมีจิตวิญญาณของนักสู้ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับนรกไปพร้อมกับเขา
“ขอบคุณครับลิน คืนนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวผมขับรถไปส่งคุณที่คอนโด” อคินพูดพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เวลาล่วงเลยมาจนเกือบเที่ยงคืนแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะ ลินกลับเองได้ ลินชินแล้ว ไม่อยากรบกวนคุณ” นลินรีบปฏิเสธตามสัญชาตญาณของการพึ่งพาตัวเอง
“อย่าดื้อสิครับลิน ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว จะให้ผู้หญิงตัวคนเดียวเดินไปขึ้นแท็กซี่ตอนดึกๆ แบบนี้มันอันตราย” อคินก้าวเข้ามาประชิดตัว น้ำเสียงของเขาแกมบังคับและแฝงความดุดันที่ทำให้คนฟังปฏิเสธไม่ลง “อีกอย่าง ตอนนี้คุณคือ คนสำคัญ ในโปรเจกต์ของผม ความปลอดภัยของคุณ คือความรับผิดชอบของผมครับ”
นลินจำต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ เธอเก็บของเข้ากระเป๋า ทั้งคู่เดินออกจากห้องทำงานที่มืดมิดลงลิฟต์ไปด้วยกัน ในความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ บรรยากาศระหว่างเขากับเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องที่เต็มไปด้วยความระแวงอีกต่อไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของพันธะผูกพันบางอย่างที่ร้อยรัดหัวใจของคนสองคนที่มีบาดแผลในอดีตให้เข้าหากันในความมืด
