บทที่ 7 7
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมูลี่เหล็กของห้องทำงานฝ่ายการตลาด นลินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของเธอตั้งแต่เวลาเจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที ซึ่งเป็นเวลาก่อนเริ่มงานปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง ในมือของเธอมีแก้วกาแฟร้อนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้จับจ้องที่แก้วกาแฟ แต่กำลังมองตรงไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัว
เมื่อคืนนี้หลังจากที่อคินขับรถมาส่งเธอที่หน้าคอนโดมิเนียมเก่าๆ ชานเมือง บรรยากาศในรถที่เงียบสงัดและอบอุ่นยังคงตกค้างอยู่ในความทรงจำ เขาส่งเธอด้วยความสุภาพ ไม่ได้มีท่าทีก้าวล่วงหรือแสดงความอวดดีในฐานะผู้ให้กู้ยืมเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประโยคสั้นๆ ก่อนที่เธอจะก้าวลงจากรถว่า “พักผ่อนให้เต็มที่นะครับลิน พรุ่งนี้เรายังมีศึกใหญ่ที่ต้องรบร่วมกัน” คำพูดนั้นทำให้นลินรู้สึกเหมือนหัวใจที่แห้งแล้งมานานปีได้รับหยาดน้ำชโลมใจอยู่กลายๆ
แต่นั่นเป็นเรื่องของเมื่อคืน พอรุ่งเช้า นลินก็ต้องดึงตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่เธอต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากหนี้สินและเจ้านายที่จ้องจะเหยียบย่ำเธอตลอดเวลา
เสียงฝีเท้าหนักๆ และกริ่งสัญญาณเตือนภัยในใจของนลินดังขึ้นพร้อมกันเมื่อประตูแผนกถูกผลักออกอย่างแรง
วิภาดาเดินบดส้นสูงเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง หล่อนสวมชุดสีน้ำเงินเข้มสะดุดตา กระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่ห้องกระจกด้านใน ก่อนที่หล่อนจะหันขวับมามองนลินด้วยสายตามาดร้าย
“นลิน! เข้ามาพบฉันในห้องเดี๋ยวนี้!” วิภาดาตะโกนสั่งเสียงดังโดยไม่สนใจพนักงานคนอื่นที่เริ่มทยอยเข้ามาทำงาน
นลินถอนหายใจแผ่วเบา วางแก้วกาแฟลงแล้วหยิบสมุดบันทึกเดินตามเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย เธอยืนนิ่งหน้าโต๊ะทำงาน ปล่อยให้วิภาดาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและไม่พอใจ
“เมื่อคืนนี้เธออยู่ทำไมจนดึกดื่นลิน ฉันเช็กระบบรักษาความปลอดภัย เห็นว่าเธอออกจากตึกตอนเที่ยงคืน แถมยังมีคนเห็นเธอเดินลงมาพร้อมกับคุณอคินด้วย!” วิภาดาเปิดฉากซักไซ้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจับผิดและเหยียดหยาม “คิดจะใช้เต้าไต่ข้ามหน้าข้ามตาฉันหรือไง! หรือว่าไปเสนอตัวช่วยเขาทำอะไรใต้โต๊ะ!”
คำพูดหยาบคายสถุลของวิภาดาไม่ได้ทำให้นลินสติหลุด หญิงสาวระบายยิ้มบางๆ โดยไม่ตอบรับคำเยาะเย้ย
“คุณวิภาดาเข้าใจผิดแล้วค่ะ ลินไม่ได้อยู่ทำเรื่องส่วนตัว แต่ลินอยู่เคลียร์ไฟล์งานแคมเปญที่คุณวิภาดาบอกว่าลินทำงานช้าเมื่อตอนเช้าต่างหากค่ะ ส่วนเรื่องคุณอคิน เขาแค่บังเอิญลงมาตรวจความเรียบร้อยของแผนกต่างๆ และเห็นว่าลินยังทำงานอยู่ เลยเดินลงมาพร้อมกันตามประสาคนร่วมงานค่ะ”
“คนร่วมงาน? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยนลิน คนระดับคุณอคิน ทายาทตระกูลอัครเดชโภคิน เขาไม่นับพนักงานต้อยต่ำที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างเธอเป็นคนร่วมงานหรอก!” วิภาดาเบะปาก “แล้วเรื่องที่เธอไปพูดแทรกฉันในห้องประชุมบอร์ดเมื่อวานนี้อีก ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันดูแย่แค่ไหนในสายตาท่านประธาน!”
“ลินช่วยแก้สถานการณ์ให้คุณวิภาดานะคะ ถ้าลินไม่พูดแทรก แผนการตลาดที่คุณวิภาดานำเสนอคงถูกคุณอคินตีตกไปแล้ว และบริษัทก็คงต้องเหนื่อยกับการทำแผนใหม่ทั้งหมด ลินคิดว่าลินทำตามหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท และเพื่อตัวคุณวิภาดาเองด้วยซ้ำค่ะ” นลินตอกกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพและแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทำให้วิภาดาถึงกับจุกอึกอัก
“ไม่ต้องมาปากดี! ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ลิน เธออยากจะได้ตำแหน่งของฉันใจจะขาดสิ!” วิภาดากระแทกเสียงประชดประชัน ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารหนาปึกฉบับหนึ่งมาปะทะหน้าอกนลินอย่างแรง “เอานี่ไปทำ! นี่คือแผนงบประมาณการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายไตรมาสหน้า ฉันต้องการให้เธอเซ็นอนุมัติในฐานะหัวหน้าฝ่าย และส่งเข้าสู่ระบบภายในบ่ายวันนี้!”
นลินรับแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดู สายตาของเธอสะดุดเข้ากับรายชื่อซัพพลายเออร์ บริษัท เอสพี ซัพพลาย จำกัด ปรากฏหราอยู่ในช่องผู้รับเหมาหลักในการจัดพิมพ์สื่อโฆษณาและของที่ระลึกทั้งหมด โดยมีมูลค่างบประมาณสูงกว่าความเป็นจริงถึงเกือบสองเท่าตัว เหมือนกับเคสกระเป๋าผ้าปีที่แล้วไม่มีผิด
หัวใจของนลินเต้นแรงขึ้นมา นี่คือหลักฐานชิ้นใหม่ที่วิภาดากำลังส่งมาให้เธอถึงมือ หล่อนคงคิดว่าเธอจะยอมเซ็นอนุมัติเหมือนทุกครั้งเพราะความกลัวตกงาน
“คุณวิภาดาคะ งบประมาณตรงนี้ลินว่ามันบวมเกินจริงไปหน่อยนะคะ โดยเฉพาะค่าสกรีนและค่าวัสดุของ เอสพี ซัพพลาย ถ้าเราลองเปิดประมูลให้เจ้าอื่นเข้ามาแข่ง น่าจะช่วยบริษัทประหยัดงบได้เป็นล้านเลยนะคะ” นลินลองหยั่งเชิง แสร้งทำเป็นตักเตือน
วิภาดาหน้าเปลี่ยนสี หล่อนลุกขึ้นยืนตบโต๊ะดังปัง!
“หน้าที่ของเธอคือเซ็นตรวจเช็กความถูกต้องของตัวเลขตามที่ฉันสั่ง! ไม่ใช่มาเสนอหน้าออกความคิดเห็นเรื่องซัพพลายเออร์! ฉันเลือกเจ้านี้เพราะเขาทำงานได้มาตรฐานและส่งงานตรงเวลา เธอมีปัญหาอะไรนักหนา หรือว่าเธอแอบไปรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทอื่นมา ถึงได้อยากให้ฉันเปลี่ยนเจ้านักฮะนังลิน!”
การใส่ร้ายป้ายสีอย่างหน้าด้านๆ ของวิภาดาน่าจะทำให้นลินโกรธจนตัวสั่น แต่ตอนนี้ในใจของนลินกลับมีความรู้สึกสมเพชปนสะใจมากกว่า เธอมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังเต้นเร่าๆ เพราะความโลภบดบังตาจนมองไม่เห็นตะแลงแกงที่รออยู่เบื้องหน้า
“ลินไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะคุณวิภาดา ลินแค่ทำหน้าที่ทักท้วงในฐานะหัวหน้าฝ่ายการตลาดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเวลาที่ที่ปรึกษาหนุ่มอย่างคุณอคินเข้ามาตรวจสอบบัญชีย้อนหลังค่ะ แต่ถ้าคุณวิภาดายืนยันว่าตรวจสอบดีแล้ว และพร้อมจะรับผิดชอบกับตัวเลขนี้ ลินก็ไม่มีปัญหาค่ะ”
นลินพูดเสียงเรียบ พลางหยิบปากกาในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงในช่องผู้ตรวจสอบ พร้อมเขียนกำกับว่า ตรวจยอดรวมตามรายการที่ผู้อำนวยการเสนอ ไม่รับรองราคาตลาดและการคัดเลือกคู่ค้า
