บทที่ 8 8
เธอถ่ายภาพหน้าเอกสารที่มีข้อความกำกับไว้ก่อนคืนแฟ้ม การลงชื่อเพียงอย่างเดียวอาจถูกนำไปอ้างว่าเห็นชอบได้ นลินจึงตั้งใจส่งคำทักท้วงพร้อมภาพนี้ให้ฝ่ายตรวจสอบทันทีที่กลับถึงโต๊ะ เพื่อให้มีหลักฐานวันเวลาชัดเจนและไม่ต้องอาศัยคำอธิบายของเธอเพียงฝ่ายเดียว
“เออ! มันต้องอย่างนี้ รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้าง ไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน!” วิภาดากระชากแฟ้มคืนไปเมื่อเห็นลายเซ็นของนลินบนเอกสาร หล่อนสะบัดหน้าหนีอย่างถือดี
นลินเดินออกจากห้องทำงานของวิภาดาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง เธอกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน แสร้งทำเป็นตรวจเช็กอีเมลตามปกติ แต่ในใจกลับกำลังนับเวลาถอยหลัง การต่อสู้ครั้งนี้เธอไม่ได้เดินคนเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอมีพันธมิตรที่ทรงพลังอย่างอคินคอยหนุนหลังอยู่
เวลาสิบเอ็ดนาฬิกา เสียงสัญญาณเตือนภายในบริษัทดังขึ้น แจ้งให้หัวหน้าแผนกทุกคนเข้าร่วมประชุมด่วนที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ นลินขยับเสื้อสูท ลุกขึ้นหยิบแท็บเล็ตและสมุดบันทึกเดินไปยังลิฟต์ เพื่อนร่วมงานหลายคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์หน้าตาตื่นตระหนกเพราะกลัวเรื่องการเลิกจ้าง แต่นลินกลับรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดถล่มบริษัทแห่งนี้แล้ว
ภายในห้องประชุมใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน ประธานบริษัทนั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนอคินนั่งอยู่ข้างๆ ในชุดสูทสีเทาเข้มมาดเนี้ยบ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเรียบเฉยราวกำแพงหิน แต่ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นตานั้นส่องประกายเยือกเย็นจนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย
วิภาดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนลิน หล่อนพยายามเชิดหน้าชูคอ แสดงความมั่นใจเต็มที่ราวกับไม่รู้เลยว่ากิโยตินกำลังจะสับลงมาที่คอ
“เอาล่ะครับ ที่เรียกทุกท่านมาประชุมด่วนในวันนี้ เพราะคุณอคิน ที่ปรึกษาของเรามีรายงานความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบโครงสร้างงบประมาณภายในที่อยากจะชี้แจงให้บอร์ดบริหารและหัวหน้าแผนกรับทราบร่วมกัน” ประธานบริษัทกล่าวเปิดประชุมด้วยน้ำเสียงเนือยๆ และตึงเครียด
อคินขยับตัวเล็กน้อย เขาเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขึ้นมา แสงหน้าจอสะท้อนในดวงตาของเขา ชายหนุ่มปรายตามองมาที่นลินแวบหนึ่ง เป็นสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ก่อนที่เขาจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและกังวานก้องไปทั้งห้องประชุม
“จากที่ผมได้เข้ามาตรวจสอบระบบบัญชีและการจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังของบริษัทในรอบสามปีที่ผ่านมา ผมพบความผิดปกติร้ายแรงเกี่ยวกับการรั่วไหลของงบประมาณในส่วนงานกิจกรรมและการประชาสัมพันธ์ครับ”
อคินกดสวิตช์รีโมทคอนโทรล แฟลชหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ฉายภาพกราฟฟิกและตัวเลขงบประมาณที่ถูกขยายใหญ่ชัดเจน
วิภาดาเริ่มอยู่ไม่สุข หล่อนขยับตัวไปมาบนเก้าอี้ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขงบประมาณของฝ่ายการตลาดถูกนำขึ้นมากางแผ่หลาอยู่บนจอ
“คุณอคินคะ รายละเอียดงบประมาณพวกนี้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดบริหารและฝ่ายบัญชีอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนนะคะ จะมาบอกว่ามีความผิดปกติได้ยังไงกัน!” วิภาดาพยายามทำใจดีสู้เสือ ร้องทักท้วงขึ้นมาเสียงดัง
อคินหันไปมองวิภาดาช้าๆ รอยยิ้มมุมปากจุดขึ้นมาอย่างเยือกเย็น “ถูกต้องตามขั้นตอนในกระดาษครับคุณวิภาดา แต่ปล้นบริษัทตามความเป็นจริงในตลาด ตัวอย่างเช่น งบประมาณการจัดซื้อของที่ระลึกปีที่แล้ว และล่าสุดคือแผนงบประมาณไตรมาสหน้าที่คุณวิภาดาเพิ่งจะส่งเข้าสู่ระบบเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ก่อนเริ่มประชุม”
หน้าจอเปลี่ยนไปแสดงภาพเอกสารที่นลินเพิ่งจะเซ็นชื่ออนุมัติไปเมื่อเช้า ลายเซ็นของนลินและวิภาดาเด่นหราอยู่บนหน้าจอ
“บริษัท เอสพี ซัพพลาย จำกัด เป็นผู้รับงานจัดพิมพ์สื่อโฆษณาด้วยราคาที่สูงกว่าราคากลางในตลาดถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ผมให้ทีมงานลองติดต่อโรงงานผลิตรายอื่นอีกสามแห่ง ทุกแห่งเสนอราคามาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคานี้ทั้งสิ้น คำถามคือ ทำไมฝ่ายการตลาดถึงยังดึงดันที่จะประเคนเงินบริษัทให้ซัพพลายเออร์เจ้านี้อยู่ครับ”
อคินถาม น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตวาด แต่แรงกดดันจากคำถามนั้นทำให้อากาศในห้องประชุมคล้ายจะถูกสูบออกไปจนหมด
วิภาดาหน้าซีดเผือด หล่อนหันขวับมามองนลินด้วยสายตาโกรธแค้น ก่อนจะชี้หน้าใส่ร้าย
“เรื่องนี้ เรื่องนี้ฉันไม่รู้เรื่องนะคะท่านประธาน! คนที่ดูแลเรื่องการดีลกับซัพพลายเออร์และตรวจสอบราคาคือนลิน หัวหน้าฝ่ายการตลาดค่ะ! ลายเซ็นของเธอก็อยู่บนเอกสารชัดเจน หล่อนคงจะแอบไปรับเงินใต้โต๊ะจากเจ้านี้แล้วมาหลอกให้ฉันเซ็นอนุมัติภาพรวมอีกทีค่ะ นังนี่มันไว้ใจไม่ได้!”
คำโยนความผิดอย่างหน้าด้านๆ ของวิภาดาทำให้พนักงานคนอื่นในห้องประชุมพากันหันมามองนลินเป็นตาเดียว บางคนส่งสายตาดูถูก บรรยากาศบีบคั้นอารมณ์จนถึงขีดสุด ถ้าเป็นผู้หญิงอ่อนแอคงร้องไห้หรือตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว
แต่นลินกลับขยับตัวลุกขึ้นยืน ท่าทางของเธอสง่างามและนิ่งสงบราวน้ำนิ่ง เธอมองตรงไปยังวิภาดาด้วยสายตาที่เยียบเย็นไร้ซึ่งความกลัวเลยแม้แต่น้อย
“คุณวิภาดาคะ ลินขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงค่ะ” นลินพูดด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำ “เอกสารฉบับนี้ลินเป็นคนเซ็นตรวจเช็กตัวเลขจริงค่ะ แต่ ลินได้ทำบันทึกข้อความทักท้วงเรื่องราคากลางที่สูงเกินจริงส่งให้คุณวิภาดาทางระบบอีเมลภายใน ตั้งแต่เวลาเก้านาฬิกาสิบห้านาทีแล้วนะคะ และคุณวิภาดาก็เป็นคนเรียกจับลินเข้าไปพบในห้องทำงาน เพื่อสั่งการด้วยวาจาบังคับให้ลินเซ็นชื่ออนุมัติ โดยบอกว่าเป็นคำสั่งตรงและห้ามลินก้าวก่ายเรื่องการเลือกซัพพลายเออร์เจ้านี้เด็ดขาด”
นลินกดแท็บเล็ตในมือ เชื่อมต่อหน้าจอเข้ากับมอนิเตอร์ใหญ่ เผยให้เห็นหน้าจออีเมลภายในที่ส่งข้อความทักท้วงเรื่องราคาอย่างละเอียด พร้อมกับมีไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาในห้องทำงานของวิภาดาเมื่อเช้าที่นลินแอบบันทึกไว้ เปิดดังกระหึ่มขึ้นมา
(หน้าที่ของเธอคือเซ็นตรวจเช็กความถูกต้องของตัวเลขตามที่ฉันสั่ง! ไม่ใช่มาเสนอหน้าออกความคิดเห็นเรื่องซัพพลายเออร์! ฉันเลือกเจ้านี้เพราะเขาทำงานได้มาตรฐานและส่งงานตรงเวลา เธอมีปัญหาอะไรนักหนา หรือว่าเธอแอบไปรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทอื่นมา ถึงได้อยากให้ฉันเปลี่ยนเจ้านักฮะนังลิน!)
