บทที่ 12 คุ้มค่าแน่นอน

“คุณช่างใจกว้างเหลือเกิน ทำการค้าแบบนี้สิดี ไม่นานนักคุณต้องกลายเป็นที่รักของคนทั้งเมือง ทุกคนจะรักคุณ เชื่อผมสิ!” ว่าจบ ชายร่างท้วมก็หัวเราะร่าแล้วเดินเข้าจับมือเจ้าของอาคารดั่งมิตรชิดใกล้ “ช่วงนี้ผมมีธุระต้องออกนอกเมือง เราอาจไม่ได้พบกันอีกสักพัก” ไม่ทันทีที่ไซรัสจะได้ตอบอะไร ชายร่างท่วมก็ตบต้นแขนเขาเบาๆ เหมือนสนิทสนมกันมาแรมปี “พบกันในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ท่านเจ้ากรมการคลัง สหาย ไปให้ได้ อย่าให้ผมกับท่านเจ้ากรมผิดหวังล่ะ ผมล่ะอยากแนะนำคุณให้คนอื่นๆ รู้จักนัก เมืองนี้สมควรได้รู้จักพ่อค้าใหญ่ใจกว้างเช่นนี้ ท่านเจ้ากรมการคลังเองก็คงคิดไม่ต่างกัน”

ไซรัสยิ้มน้อยๆ เป็นการตอบรับ

“วันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน” ชายร่างท้วมเหลียวมองลูกค้าทุกรายในร้านแล้วค้อมหัวให้ทุกคนเล็กน้อย ราวกับต้องการขอโทษขอโพยที่พาทหารมากมายเข้ามาเดินเกะกะ ก่อนจะพาทหารชั้นผู้น้อยทั้งหมดเดินออกจากอาคารไปด้วยรอยยิ้ม

รีบร้อนกลับ ทำเหมือนกลัวคนให้ของจะเปลี่ยนใจ

“เหอะ...หมูสกปรก” โทมัสพึมพำทันทีที่พวกทหารคล้อยหลัง “นายท่านไม่น่าให้แหวนราคาแพงสองวงนั่น” เด็กหนุ่มบ่นอย่างอดไม่ได้ “ข้ารู้จักเจ้านั่น มันเป็นลูกพี่ลูกน้องของภรรยาท่านเจ้ากรมการคลัง ไม่มีความสามารถอะไร ไม่เคยออกรบ ว่ากันว่าได้เป็นทหารยศใหญ่โตเพราะเส้นสาย วันๆ ไม่ทำอะไร นอกจากคอยรีดไถ คอยทำงานสกปรกๆ ให้เจ้ากรมการคลัง”

อารีทำท่าจะออกปากดุ แต่ไซรัสส่งสัญญาณมือห้ามไว้

“เจ้าควรเรียนรู้ที่จะเก็บอารมณ์เสียบ้าง” เจ้าของกิจการหนุ่มเหลียวมองรอบตัว เมื่อเห็นว่าทุกคนล้วนอยู่ห่างไกล ทั้งยังกำลังง่วนอยู่กับการซื้อขายไม่มีใครใส่ใจมองมาทางนี้เลยสักคน เขาก็ย่อตัวลงในระดับสายตาเด็กหนุ่ม แล้วสอนสั่ง “จำไว้ให้ดี โทมัส การผูกมิตรไม่ใช่เรื่องเสียหาย คนเราไม่ว่าจะทำการค้าหรือทำงานใด ผูกมิตรไว้ก่อนเป็นดี ดูแต่นกบนฟ้าสิ ไม่ว่าจะตัวใหญ่หรือเล็กก็ล้วนแต่มีขน เพราะอะไร เจ้ารู้ไหม?”

“เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของมัน”

“ผิดแล้ว ที่มันต้องมีขน เป็นเพราะมันจำเป็นต้องมีขน” เขาลุกขึ้นยืน แล้วจูงมือเด็กหนุ่มเดินกลับขึ้นบันได ปากก็พร่ำสอนต่อไปด้วยน้ำเสียงที่แม้จะราบเรียบ แต่กลับฟังดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด “ขนทุกส่วน โดยเฉพาะขนปีกช่วยให้มันบินได้” เขายังคงกล่าวต่อไป “ไม่เพียงเท่านั้น ขนยังช่วยปกป้องมันจากสภาพแวดล้อม นกตัวไหนไม่มีขน ยามเจอลมพายุก็หนาวสั่น ยามเผชิญอากาศร้อนก็แสบเนื้อแสบตัว”

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างรากฐานที่ท่านเคยพูดถึงใช่ไหม?” เด็กหนุ่มถาม

“ใช่” เขาหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองภาพลูกค้ามากมายเดินขวักไขว่อยู่ในโถงด้านล่าง “ลูกค้าเหล่านี้เองก็เป็นขน เครือข่ายผู้ค้ารายย่อยที่ข้าเพิ่งรวบรวมได้ก็เป็นขน”

“แล้วท่านก็จะได้ขนปีกเส้นใหม่ๆ อีกมากจากงานเลี้ยงของ ‘ท่านเจ้ากรมการคลัง’ ”

“ถูกต้อง” ไซรัสมองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตามาดหมาย “เพื่อการใหญ่ เราอาจต้องฝืนใจบ้าง อาจต้องสวมหน้ากากบ้าง...แต่เชื่อเถอะ ผลประโยชน์ที่ตามมา มันจะคุ้มค่าแน่นอน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป