บทที่ 17 แน่นอน
นับตั้งแต่ก้าวขาเข้างานเลี้ยงมา อัยน์นาก็ต้องเดินตามท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองเพียงเพื่อที่จะกลายเป็นส่วนเกินในทุกๆ บทสนทนา
ดูเหมือนว่าท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองกับลูกสาวทั้งสองจะจงใจแก้เผ็ดท่านเจ้ากรมการเมืองด้วยการพาเธอตามติดไปทุกที่ตามคำสั่งขุนนางสูงวัย แต่ในขณะเดียวกันก็คอยพูดถึงเรื่องความน่าขันระคนน่าหงุดหงิดของพวกทาสและชนชั้นล่าง แล้วแกล้งถามแกล้งขอความเห็นจากเธออยู่เนืองๆ
เพราะรู้ว่าทั้งสามจงใจหักหน้า อัยน์นาจึงยอมทนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยเหมือนต้องคอยกลั้นน้ำตาเอาไว้
“อัยน์นาจ๊ะ หน้าซีดๆ นะ ดื่มน้ำหน่อยไหม?” จู่ๆ พริสซิลล่าก็เกิดใจดีขึ้นมา
นั่นทำให้อัยน์ประหลาดใจที่สุด
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันสบายดี ท่านหญิงดื่มเถอะค่ะ”
“ได้ยังไงกัน” แอนนาเบลยัดเยียดน้ำแก้วนั้นใส่มือเธอ “ดื่มซะ เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา คุณพ่อจะว่าเอาได้ ว่าฉัน คุณพี่ แล้วก็คุณแม่ ดูแลเธอไม่ดี”
“แอนนาเบล อย่าเสียงดัง” ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองตวัดพัดสักหลาดประดับลูกไม้ในมือตีลูกสาวคนรอง ก่อนหันมาสั่งอัยน์นา “ดื่มซะ” เจ้าหล่อนคลี่พักป้องปาก กระซิบกระซาบให้ได้ยินกันแค่สองคน “หน้าหล่อนซีดอย่างกับศพ เกิดมาเป็นลมเป็นแล้งตรงนี้ ฉันจะเสียหน้า”
แม้จะไม่อยากดื่ม แต่เมื่อถูกกดดันมากเข้า อัยน์นาก็จำต้องดื่มน้ำแก้วนั้นเข้าไป
วูบหนึ่ง หญิงสาวแน่ใจว่าเห็นพริสซิลล่าเหยียดยิ้ม
“ริชาร์ดหายไปไหนของเขานะ” ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองบ่นอุบ “นี่ อัยน์นาจ๊ะ ไปตามคุณพ่อมาทีสิ” นางโปรยยิ้มให้ทุกคนในวงสนทนาเมื่อเอ่ยจบ เหมือนตั้งใจจะอวดว่าตนญาติดีกับลูกนอกสมรสของสามีแค่ไหน
“จะเหมาะหรือคะ คุณท่านอาจคุยธุระติดพัน...”
“เหมาะสมจ้ะ” เธลม่ายืนยัน “นี่ก็ใกล้เที่ยงคืนแล้ว ไปบอกท่านทีเถอะ ว่าเธอกับฉันเริ่มเหนื่อยแล้ว พวกเราจะได้กลับคฤหาสน์กันเสียที...เดินหาให้ทั่วๆ หน่อยนะ”
อัยน์นาเหลียวมองพริสซิลล่าและแอนนาเบล และทั้งคู่ก็พยักหน้าสนับสนุนว่าเหนื่อยจริง
“ค่ะ รอสักครู่นะคะ” คนโดนไว้วานรับคำอย่างว่าง่ายเพราะเริ่มรู้สึกร้อนวูบแปลกๆ ขึ้นมา
เธอประคองสติถอนสายบัวแสดงความเคารพทุกคนในวงสนทนาอย่างนอบน้อม แล้วรีบปลีกตัวออกมาเพราะแน่ใจว่าน้ำแก้วนั้นคงมีอะไรสักอย่างเจือปน
ไม่ว่าในน้ำแก้วนั้นจะมีอะไร อัยน์นาแน่ใจว่ามันจะไม่ส่งผลดีต่อเธออย่างแน่นอน
หลังหว่านเมล็ดพันธุ์เส้นสายไปทั่วงานเลี้ยง ไซรัสก็ปลีกตัวออกมาหลบมุมสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ระเบียงเล็กๆ ข้างประตูทางออกฝั่งสวนหย่อมรกครึ้ม
ทีแรก เขาไม่เข้าใจนัก ว่าทำไมก่อนหน้านี้ลูคัสที่ดูจะคุ้นชินเรื่องวิถีชนชั้นสูงที่สุดในกลุ่มพี่ๆ น้องๆ ต่างสายเลือด ถึงได้พยายามเคี่ยวเข็ญให้เขาเต้นรำอย่างถูกวิธีทั้งๆ ที่เขาก็ยืนยันว่าไม่ต้องการเต้นรำกับใคร แต่หลังจากโดนเจ้ากรมการคลังหิ้วไปนั่นมานี่ จนโดนขุนนางและพ่อค้าใหญ่หลายรายยัดเยียดลูกหรือหลานสาวให้เขาเชิญไปเต้นรำ ผู้มั่งคั่งหน้าใหม่ของอาณาจักรก็เข้าใจทันที
น่ารำคาญนัก ไซรัสเอนหลังพิงผนัง แหงนหน้ามองพระจันทร์ อดคิดไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาอยู่ในอาจักรนี้อีกนานแค่ไหน ภารกิจแสนสำคัญจึงจะลุล่วงเสียที
