บทที่ 18 ตามสัญชาตญาณ

ท่ามกลางความเงียบงัน สตรีชุดขาวผ่องเดินผ่านประตูระเบียงออกมาอย่างเชื่องช้า คล้ายพยายามกลั้นความเจ็บปวดบางอย่าง

ทันทีที่ก้าวขาพ้นกรอบประตู หญิงสาวอ่อนเยาว์รายนั้นก็รีบประคองร่างเข้าหาสวนกว้าง ดูราวกับสัตว์ป่าหาที่หลบภัยยามเจ็บไข้

ลูกสาวนอกสมรสเจ้ากรมการเมือง...อัยน์นา...?

เขาบอกตัวเองว่าไม่ควรใส่ใจ แต่ท่าทีซวนเซ และเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าขาวนวล กลับทำให้เขากังวลจนทนนิ่งเฉยไม่ไหว

“คุณผู้หญิง” เขาเรียก แต่เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน

ร่างอ้อนแอ้นในชุดราตรีกรุยกรายตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่คล้ายต้องการเรียกสติ จากนั้นก็เหลียวซ้ายแลขวาเหมือนต้องการจะแน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็น ก่อนจะเคลื่อนที่ต่อไป ทำราวกับกลัวว่าถ้าหยุดเดินเมื่อไหร่ โลกทั้งใบจะล่มสลายลงเมื่อนั้น

ในชั่วเสี้ยววินาทีที่พ่อค้าหนุ่มคิดจะเบือนหน้าหนี นัยน์ตาสีเทาก็สังเกตเห็นหยดน้ำสีใสไหลลงอาบแก้มเธออย่างน่าตกใจ รบกวนความรู้สึกให้เขาไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

“...บ้าจริง” ไซรัสปราดเข้าคว้าตัวเธอไว้

ไม่นึกว่าเพียงเท่านั้น ร่างเล็กๆ นั่น จะอ่อนยวบเข้าหาอ้อมกอดเขาเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง

“คุณ...ไปซะ” เธอบอกน้ำเสียงขาดห้วง นอกจากรอยฝ่ามือแดงๆ บนหน้าแล้ว พวงแก้มสองข้างยังขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนคนมีไข้

“ตัวร้อน” พ่อค้าหนุ่มพึมพำ

เขาไม่คิดว่าเธอเจ็บป่วย เพราะจากที่เห็น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเฉียบพลันเกินไป

ดูจากอาการแล้ว ไซรัสคิดว่าเธออาจโดนวางยาแปลกๆ บางอย่าง อย่าง ‘ยาปลุกกำหนัด’ ที่อารีเคยพูดถึง

จริงอยู่ว่าเขาไม่เคยเห็นใครโดนยาชนิดนี้ และยิ่งไม่เคยเรียนรู้มาก่อนว่าคนโดนวางยาชนิดที่ว่าจะมีอาการอย่างไร แต่เขาเชื่อ ว่ายาชนิดนั้นคงออกฤทธิ์คล้ายสุราบางชนิดของเผ่าพันธุ์โบราณในดินแดนเร้นลับ...สุราที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์คล้ายๆ กัน

“ผมจะพาคุณไปพบหมอ”

“ไม่” เธอปฏิเสธทันควัน “อย่า...อย่าให้ใครรู้”

คิ้วคมเข้มบนใบหน้านิ่งเฉยดั่งรูปสลักขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยิน

“ห่วงชื่อเสียงรึ แทนที่จะห่วงเรื่องภาพลักษณ์ ห่วงสุขภาพความปลอดภัยไม่ดีกว่ารึ อาการอย่างนี้ เห็นทีจะโดนวางยา ยานั่นจะมีผลข้างเคียงแบบไหนบ้างก็ไม่รู้”

“น้ำ...” เสียงเบาหวิวที่หลุดลอดจากริมฝีปากรูปกระจับฟังดูเย้ายวนอย่างน่าประหลาด “ฉันรู้...พาฉันไป” ฝ่ามือนุ่มนิ่มบีบแขนเขาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าถ้าไม่ทำแบบนั้น ร่างทั้งร่างจะทรุดลงไปกองบนพื้นหญ้า “กลางสวนมีสระ...ฉันเห็น...” เธอบอกเสียงหอบ นิ้วเรียวงามเริ่มจิกเล็บลงบนต้นแขนแข็งแกร่ง เหมือนไม่พอใจที่เขามัวชักช้า

เคราะห์ดีที่วันนี้เสื้อคลุมแขนยาวที่ไซรัสสวมเนื้อผ้าหนาพอ ไม่อย่างนั้น ตอนนี้ ‘ท่านหญิงกุหลาบทะเลทราย’ คงฝากรอยอารมณ์ให้เขาเก็บไว้ดูต่างหน้าได้มากกว่าสิบแผล

“เร็วหน่อย” เธอเร่งเร้า น้ำเสียงแหบพร่า สองมือเริ่มเลื่อนไล้ไล่จิกแขนจิกคอเขาแน่นขึ้นเหมือนจงใจระบายความอัดอั้น

น่าหงุดหงิดนัก น่าหงุดหงิดที่ผู้หญิงในอ้อมแขนเขาดูจะห่วงเรื่องเกียรติยศและภาพพจน์มากกว่าชีวิต

และน่าหงุดหงิด ที่ทั้งๆ ที่ปลายนิ้วเล็กๆ นั่นทำให้เขาเจ็บแสบอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทำ มันกลับทำให้บริเวณที่ต้องสัมผัสเกิดอาการร้อนวูบวาบอย่างน่าพิศวง

“อยู่นิ่งๆ” เขาดุพลางช้อนอุ้มร่างเธอขึ้นแนบอก แล้วพาร่างอ้อนแอ้นในอ้อมแขนเดินผ่านกลุ่มไม้พุ่มเตี้ย มุ่งหน้าเข้าหาสวนวงกตแสนลึกลับ ภายในใจได้แต่หวัง ว่าสวนวงกตตรงหน้า จะไม่สลับซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะหาสระน้ำอะไรนั่นเจอ “ทางไหน” คนไม่รู้ทางรีบถาม แต่ดูเหมือนตอนนี้ สติเธอจะลางเลือนเกินกว่าจะตอบไหว

“อึดอัด...” เธอพึมพำ สองมือเริ่มออกฤทธิ์ออกเดชมากขึ้น

วูบหนึ่ง ไซรัสคิดว่าเขาควรขัดใจเจ้าของร่างบอบบางในอ้อมแขนด้วยการอุ้มเธอไปพบหมอ แต่พอเห็นเธอกระชากผ้าคลุมไหล่ทิ้งเผยให้เห็นเนินอกอิ่มแถมยังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและอารมณ์เท่านั้น คนที่แน่ใจว่าหมอรักษาโรคน่าจะเป็นชายก็สลัดความคิดนั้นออกจากหัวทันที

เสี่ยงเกินไป...

ไม่ใช่แค่เสี่ยง บางทีคนโดนวางยาอาจจะรู้ ว่าถึงรีบไปหาตอนนี้ หมอก็คงช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากพบหมอ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม สุดท้าย ‘ท่านหญิงกุหลาบทะเลทราย’ ก็จะถูกทิ้งให้ทนทุกข์อยู่กับความอับอายตลอดกาล

“อดทนไว้” คนหน้าใหม่ของอาณาจักรบอกทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าของลมหายใจร้อนๆ ที่ต้นคอจะรับรู้

เขาพยายามสงบจิตสงบใจรวบรวมสมาธิแล้วเงี่ยหูฟังเสียงธรรมชาติ ไม่นานนักเจ้าของร่างสมส่วนในชุดสีดำสนิทก็ได้ยินเสียงบางอย่างร่วงลงน้ำ บอกให้รู้ว่าของที่มองหาอยู่ทางทิศไหน

“ขอให้ได้ผลทีเถอะ” พ่อค้าหนุ่มบ่นพึมพำ จากนั้นก็รีบอุ้มหญิงสาวอ่อนเยาว์สาวเท้าเดินไปตามสัญชาตญาณทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป