บทที่ 7 ย่อยยับ

“ฉันเหมือนคนหูหนวกตาบอดรึ?” ท่านเจ้ากรมการเมืองถามภรรยาสีหน้าถมึงทึง “ที่ผ่านมา ฉันก็พอรู้ ว่าเธอกับลูกไม่ชอบใจอัยน์นานัก แต่ฉันก็เคยบอกแล้วไม่ใช่รึ เด็กคนนี้ไม่ผิดที่ไม่ได้เกิดเป็นลูกท่านผู้หญิง มันเป็นสิ่งที่อัยน์นาเลือกไม่ได้”

“อ๋อ ใช่สิ” นางแหวใส่สามีทันที “เพราะคนที่เลือกทำให้มันเกิดก็คือคุณ คนที่เลี้ยงมันไว้ในคฤหาสน์ก็คือคุณ คนที่มีสัมพันธ์กับนางทาสเชลยก็คือคุณ!”

“เธลม่า!” ขุนนางสูงวัยเอ็ดเสียงดังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำเอาพริสซิลล่ากับแอนนาเบลสะดุ้งเฮือก

“ปกป้องมันเหรอคะ” คนโดนเอ็ดลุกขึ้นยืนท้าทาย “อย่าลืมนะคะ ว่าที่คุณสุขสบายอยู่อย่างทุกวันนี้น่ะ เป็นเพราะใคร!”

“ฉันพูดก็เพื่อเธอกับลูก!” ท่านเจ้ากรมการเมืองตวาดเสียงดังลั่น “เปิดหูเปิดตาดูเสียมั่งสิ ผู้คนเขามองพวกเธอยังไงบ้าง! พริสซิลล่ากับแอนนาเบลไม่ได้อัปลักษณ์ อายุทั้งคู่ออกเรือนได้นานแล้ว แต่กลับไม่มีชายหนุ่มที่ไหนอยากสู่ขอ! ส่วนเธอ เธลม่า เธอเป็นถึงท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองแต่กลับถูกคนซุบซิบนินทาเป็นที่สนุกปาก ชอบรึ! หึ! แม่เลี้ยงใจยักษ์ กับพี่สาวชั่วร้าย งามหน้าไหมล่ะ!”

“ก็ใครใช้ให้แม่นี่สำออยนัก!” นางหันมาแหวใส่อัยน์นาผู้ได้แต่ยืนนิ่งอย่างไร้ปากเสียง

นั่นทำให้ความอดทนท่านเจ้ากรมการเมืองถึงขีดสุด

“ยังจะโทษคนอื่นอีกรึ! พอมีเรื่องขึ้นมาก็ดีแต่โทษคนอื่น ไม่รู้จักย้อนดูตัวเอง!” พริสซิลล่าจะเถียงแทนแม่ แต่ท่านเจ้ากรมการเมืองทุบโต๊ะดังปึง ดักคอไว้ “ฟัง! นับตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พวกเธอสามคนต้องดีต่ออัยน์นาให้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาฉันอาจจะไม่เคยปรามอย่างจริงจัง เป็นความผิดฉันเอง แต่นับจากวินาทีนี้ นับจากตอนนี้ ถ้ามีใครปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!”

“ข่มขู่กันเหรอคะ” เธลม่าถามเสียงสั่น ใบหน้าฉาบเครื่องสำอางขึ้นสี ไม่รู้ว่าโกรธหรืออับอายมากกว่ากัน

“ฉัน ทำ เพื่อ พวก เธอ” ขุนนางสูงวัยเอ่ยเน้นถ้อยเน้นคำ “ต่อไปนี้ เธอต้องปฏิบัติเหมือนอัยน์นาเป็นลูกสาวแท้ๆ คนหนึ่ง พริสซิลล่ากับแอนนาเบลต้องทำตัวดีให้สมกับที่เป็นพี่สาว พวกเราจะพาเด็กคนนี้ออกงานสังคม กอบกู้ชื่อเสียงเธอกับลูกสาวเรา”

“จะให้ยกย่องมันออกหน้าออกตาเหรอคะ”

“หรือเธออยากให้ผู้คนเขาชิงชังหยามหยันตระกูลเราอยู่แบบนี้” คำถามนั้นทำเอา ‘ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมือง’ เถียงไม่ออก

“ก็ได้...” นางยอมแพ้ในที่สุด “เราจะพาเด็กนี่ไปเปิดตัวเพื่อแก้ข่าว” นายหญิงของคฤหาสน์กัดริมฝีปากแน่นก่อนเอ่ย “ขอแสดงความยินดีด้วย อัยน์นา นับจากนี้ เธอจะได้ไปงานเลี้ยงทุกงานที่พวกเราไปจนกว่าเรื่องนี้จะซาลง เริ่มจากงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ท่านเจ้ากรมการคลังในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้านี่ล่ะ”

“ไม่ได้นะคะ!” พริสซิลล่ากับแอนนาเบลแหวใส่มารดาอย่างพร้อมเพรียง

“ลูกได้ข่าวว่า ไซรัส พ่อค้ารูปงามจากต่างแดนอาจไปร่วมงาน” พริสซิลล่าบอกเสียงแหลม

“แล้วท่านคาร์ล ญาติผู้น้องที่เพิ่งย้ายมาจากต่างแดนของท่านเจ้ากรมการคลังก็ต้องมาร่วมงานด้วยแน่” แอนนาเบลกล่าวเสริม

“รู้อะไรไหม พ่อของลูกพูดถูก ปัญหาของลูกทั้งคู่ไม่ได้อยู่ที่หน้าตา ในเมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ ต่อให้พาแม่นี่ไปด้วยแล้วจะทำไม”

“แต่...” พริสซิลล่าทำท่าจะขัด แต่ก็พูดอะไรไม่ออก

“เอาตามนี้แหละ” เธลม่าทิ้งตัวลงนั่ง วางท่าเป็นคุณผู้หญิง “แต่งตัวให้มิดชิด ห้ามเที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่วเด็ดขาด” นางกำชับลูกเลี้ยงเสียงดุ “จำไว้ให้ดีเชียว ถึงฉันจะยอมให้หล่อนไปออกงานสังคมด้วยกัน ก็ใช่ว่าฉันจะยอมให้หล่อนเป็นแกรนเทรนท์ด้วยหรอกนะ” ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองตวัดหางตาคมกริบไปที่สามี “อย่าลืมเชียวล่ะ เคยลั่นวาจาไว้แล้วนะคะ ว่าเด็กนี่จะไม่มีวันเทียมเท่าพริสซิลล่ากับแอนนาเบล มีแค่เรื่องนี้เท่านั้น ที่ดิฉันจะไม่ยอมลดราวาศอกเด็ดขาด”

แต่เพียงเท่านั้น อัยน์นาก็พอใจ

หญิงสาวซ่อนความรู้สึกนั้น ก่อนออกปากถามบิดา

“จะดีเหรอคะคุณท่าน”

“ดีต่อทุกคนที่สุดแล้ว” ตอบแล้วท่านเจ้ากรมการเมืองก็ถอนหายใจยาว แววตาเขายามจ้องมองเธอ มีส่วนผสมของความเวทนาสงสารและความรักใคร่อยู่ในนั้น

“แต่...ดิฉันไม่มีเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม” เธอบอกอย่างเศร้าสร้อย

“ท่านผู้หญิงจะช่วยดูแลเธอเอง”

“เรื่องจะให้ตัดเสื้อผ้าใหม่คงไม่ทัน” นายหญิงของคฤหาสน์บอกเสียงเรียบ “พริสซิลล่ากับแอนนาเบลมีเสื้อผ้าเหลือใช้เป็นกุรุส แต่ละชุดเคยใช้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เธอใส่ชุดไหนได้ก็ไปเลือกมาใส่ก็แล้วกัน”

“คราวหน้าเราจะจัดหาเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมให้เธอ” ขุนนางสูงวัยเอ่ยคล้ายต้องการปลอบใจ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันเป็นแค่ผู้ติดตาม ได้ใช้เสื้อผ้าสวยๆ ของท่านหญิงพริสซิลล่า กับท่านหญิงแอนนาเบลก็นับว่าดีมากแล้ว”

“ไม่สั่งให้จัดหาเครื่องประดับให้แม่นี่ซะด้วยเลยล่ะคะ” พริสซิลล่ากระแทกเสียงใส่อย่างหมั่นไส้ ว่าจบบุตรสาวคนโตของคฤหาสน์ ก็ดึงมือแอนนาเบลให้ลุกจากที่นั่ง “ถ้าคุณพ่อไม่มีธุระอื่นแล้ว ลูกกับน้องสาวก็ขอตัว” เจ้าหล่อนจิกตาใส่น้องต่างมารดาทิ้งท้าย

แม้จะรู้ดีว่าหลังจากนี้ พริสซิลล่า แอนนาเบล และเธลม่า แกรนเทรนท์ อาจหาเรื่องเสียดสีกลั่นแกล้งเธอ แต่อัยน์นากลับพึงพอใจมากกว่าหวาดกลัวหรือขุ่นเคือง

คนตื้นเขินก็คิดได้แต่เรื่องตื้นเขิน อยากทำร้ายคนอื่นแต่กลับทำลายตัวเองโดยไม่รู้ตัว...

ต่อให้เธอไม่ทำอะไรเลย คนทั้งสามก็จะทำลายชื่อเสียงตัวเองจนย่อยยับอยู่ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป