บทที่ 9 กังวล?

“หมายถึงสิ่งมีชีวิตในดินแดนเร้นลับหลังหุบเขาสลับซับซ้อนทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้ ที่ว่ากันว่า เป็นเผ่าพันธุ์โบราณอยู่มานานเท่าๆ กันกับมนุษย์ อะไรนั่นใช่ไหม?”

“นั่นล่ะ”

ใบหน้านิ่งเฉยดั่งรูปสลักปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อได้ยิน

ชาวเวเนเซีย ตลอดจนอาณาจักรข้างเคียง ล้วนเชื่อถือเรื่องดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาสลับซับซ้อน ก่อนหน้านี้ พวกเขาเชื่อกันว่า ที่แห่งนั้น เป็นสถานที่พำนักของเหล่าเทพ เทวดา แต่ช่วงสองสามปีก่อนหน้านี้ มีหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งใกล้แนวเขาที่ว่านั่นโดนอสุรกายร้ายกาจคุกคาม ชายผู้รอดชีวิตบังเอิญพบทหารลาดตระเวนชายแดนอาณาจักรอาเรนทร์ ก็เลยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ทหารลาดตระเวนไม่อยากล่วงล้ำอาณาเขตเวเนเซีย จึงส่งเรื่องไปยังทหารรักษาการชายแดนเวเนเซีย แล้วร่วมมือกันแกะรอยตาม ‘ตัวอะไรสักอย่าง’ เข้าไปในดินแดนเร้นลับหลังแนวเขา จนค้นพบฝูงสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดน่าหวาดหวั่นที่ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเหล่าปีศาจปีกสีดำ

แล้วหลังจากนั้น ข่าวการค้นพบความจริงชวนใจหายว่า ‘ในดินแดนเร้นลับไม่ได้เป็นที่พำนักของเทพ เทวา หากแต่เป็นที่พักพิงของเหล่าปีศาจร้ายปีกดำมะเมื่อมและอสุรกายใต้อาณัติที่มีเลือดเนื้อ’ ก็แพร่กระจายไปทั่ว ตบหน้าเหล่านักบุญผู้ยึดมั่นในจารึกเกี่ยวกับเทพ เทวดา

เวลานี้ พวกเขาเชื่อว่า แท้จริงแล้ว เทพ เทวดา ในบทขับลำนำหรือจากรึกโบราณ ล้วนเป็นแค่จินตนาการฟุ้งซ่านของคนสมัยก่อนเท่านั้น และพวกเผ่าพันธ์น่าขนลุกในดินแดนลึกลับหลังแนวเขาก็ฉลาดพอจะใช้ความเชื่อเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์มานานนับพันปี

ยิ่งคิดเรื่องเหล่านี้ ไซรัสก็อดขำไม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้ มนุษย์ก็ล้วนคิดต่อเติมเอาเอง ทั้งๆ ที่ได้รู้ได้เห็นอะไรๆ ในดินแดนเร้นลับหลังแนวเขามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ใช่หรือ?

“บางทีข้าอาจเป็นเผ่าพันธุ์โบราณน่าหวาดหวั่นอะไรนั่นจำแลงมาก็ได้”

ประโยคสั้นๆ จากริมฝีปากไซรัส ทำให้อารีขมวดคิ้วแน่นทันที

“นั่นใช่เรื่องควรเอามาล้อเล่นรึ ตามตำนานตามเรื่องเล่าเราอยู่ร่วมโลกกับเผ่าพันธุ์โบราณที่แฝงตัวอยู่ในดินแดนเร้นลับมานับแต่โบราณกาลก็จริงอยู่ แต่ตอนนี้มนุษย์ทุกผู้ล้วนเกลียดชังเผ่าพันธุ์ที่ว่านี้ เพราะค้นพบว่าพวกมันไม่ใช่เทพ ไม่ใช่เทวดาอะไร แต่เป็นพวกปีศาจร้าย เป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดเหี้ยม อำมหิต”

“งั้นรึ?”

สีหน้าเหมือนเพิ่งรู้จากไซรัสเรียกเสียงพ่นลมหายใจจากอารีได้เฮือกใหญ่

“อย่าทำหน้าอย่างนั้น ไซรัส นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย” อารียกมือขึ้นกุมเหนือหัวเข็มขัดตามนิสัย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่าลืมว่าถึงท่านจะสร้างเครือข่ายค้าขายอัญมณีจนผลักดันตัวเองกับพวกข้าขึ้นมาได้ภายในระยะเวลาแค่เดือนเดียว แต่ตัวท่านไม่ใช่ชนชั้นสูงของอาณาจักรนี้ เป็นใครมาจากไหนตัวตนไม่แน่ชัด จู่ๆ ก็เข้าเมืองมาพร้อมอัญมณีจำนวนมาก คนที่ติดใจเรื่องนี้มีไม่น้อย”

“ข้าก็แค่นักแสวงโชคที่บังเอิญค้นพบช่องย่องขนสมบัติจากดินแดนที่พวกเจ้าเรียกกันว่า ‘ดินแดนเร้นลับหลังแนวเขา’ อะไรนั่น”

“แต่คนอื่นจะไม่เชื่ออย่างนั้น” อารีนิ่งคิด ก่อนกล่าวแก้ “ไม่สิ พวกเขาอาจเชื่อ แต่อาจมีใครใช้เรื่องนี้เค้นถามที่มาอัญมณีหรือช่วงชิงแหล่งอัญมณีกับผลประโยชน์ที่สั่งสมไว้ไปจากท่าน ถ้ามีขุนนางขี้ฉ้อสักรายทำแบบนั้น แม้แต่ตึกแถวสี่ชั้นหลังนี้ที่ท่านเพิ่งได้มาก็อาจโดนริบไป”

“นี่ใช่ไหม ที่ทำให้เจ้ากังวลเรื่องที่กิจการเราเติบโตเร็วจนน่าตกใจ” เขาถาม “กล่าวหาว่าข้าเป็นปีศาจจำแลงจากดินแดนเร้นลับ เอาตัวไปกักขัง ประหาร แล้วริบทรัพย์ นั่นรึ สิ่งที่เจ้ากังวล”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป