บทที่ 12 พร้อมสนับสนุนลูกเต็มที่
“ครับ ผมพอมีประสบการณ์จากการเป็นนายแบบ ถ่ายปกนิตยสาร พอได้ศึกษาข้อมูลมาบ้าง ส่วนเพื่อนผมที่บ้านทำธุรกิจท่องเที่ยว มีความชำนาญในเรื่องการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ น้องสาวของเพื่อนผมก็เป็นช่างภาพด้วย ผมว่ามันลงตัวดี ก็เลยอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง เราทำงานหลายแพลตฟอร์ม ทั้งนิตยสาร สื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์”
“แล้วอาชีพนายแบบล่ะ เห็นก่อนที่เราจะกลับมามีหลายคนเข้ามาถามพ่อว่าลูกจะกลับมาเมื่อไหร่ จะทำงานอะไรต่อ” ปวรรัตน์ถามลูกชาย ปัณวิทย์ยิ้มรับอ่อนโยน
“ผมคงไม่ทำแล้วล่ะครับ อาชีพนายแบบ... ผมว่ามันไม่ได้ใช้ในสิ่งที่ผมศึกษามาเท่าไหร่ ผมอยากทำอะไรที่มันท้าทายกว่านี้”
“โธ่... อย่างนี้สาวๆ ก็คงเสียใจแย่ รู้ไหมว่าตามนิตยสาร ข่าวบันเทิง เขาลงข่าวเรากันให้เพียบ”
ปัณวิทย์หัวเราะ เขาไม่ค่อยสนใจที่จะดูข่าวบันเทิงสักเท่าไหร่ ไม่สนใจว่าสังคมจะมองเขายังไง เพราะมันไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตเขานัก สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดคือความรู้สึกของคนรอบตัวมากกว่า อยู่ที่นี่ก็คงอึดอัดสักพักเพราะจะออกไปไหนต้องทนสายตาคนมอง
“เอาเถอะลูก ไม่ว่าลูกอยากจะทำอะไร พ่อกับแม่ก็จะสนับสนุนเต็มที่ มีอะไรให้พ่อกับแม่ช่วยก็บอกได้ตลอดเลยนะ พ่อกับแม่ยินดีเสมอ” คุณปวรรัตน์พูด ปัณวิทย์หันไปหอมแก้มบิดามารดาทั้งสอง
“ครับ ถ้ามีอะไรให้คุณพ่อกับคุณแม่ช่วย ผมจะรีบบอกทันทีเลยครับ แล้วตอนนี้ร้านอาหารเราเป็นยังไงบ้างครับ” ปัณวิทย์เอ่ยถามถึงร้านอาหารที่พ่อกับแม่เขาเปิดเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตหลังเกษียณก็เหงาเป็นธรรมดา ท่านทั้งสองจึงลงทุนเปิดร้านอาหารไทยในแหล่งธุรกิจการค้าย่านสีลม ร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศคลาสสิกแบบไทยๆ เรียกลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี
“คนเยอะมากเลยจ้ะ ตอนแรกแม่ก็คิดว่าจะขยับขยายให้รองรับลูกค้ามากกว่าเดิม แต่คิดไปคิดมาแม่ก็ขี้เกียจ ไม่อยากเหนื่อยมาก ทำแต่พอเพียงก็พอ ช่วงหลังๆ มานี้มีรายการอาหารมาขอสัมภาษณ์และลองชิมอาหารที่ร้านเยอะมาก แล้วคนก็เพิ่มมากขึ้นด้วย”
กมลาพูดไปยิ้มไปด้วยความภาคภูมิใจ ปกติผู้ใหญ่วัยเกษียณมักจะหมดความภาคภูมิใจในตัวเอง และคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า แต่คุณพ่อกับคุณแม่เขาไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งทำงานมาก ถ้าไม่นับรวมกับกิจการร้านอาหารแล้วยังมีงานสังคม งานในมูลนิธิอีกมากมายที่ต้องรับผิดชอบจนแทบไม่มีเวลาว่าง ทั้งๆ ที่พวกท่านพยายามบอกว่าจะไม่ทำงานหนักแล้วก็ตาม
“ว่าแต่ลูกทานข้าวมาหรือยัง ถ้ายังไม่ทานแม่จะให้แม่บ้านจัดโต๊ะให้”
“ผมทานมาเรียบร้อยแล้วครับ” ปัณวิทย์ซบหน้าลงกับไหล่ของมารดา เขาหลับตาลงอย่างเหนื่อยๆ
“เหนื่อยเหรอลูก ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนดีกว่านะ จะดื่มอะไรร้อนๆ ก่อนนอนไหม”
“ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวไปนอนก่อนดีกว่า ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณพ่อคุณแม่”
ปัณวิทย์เข้ามาในห้องนอนตัวเอง เขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เอาผ้าขนหนูพันร่างกายท่อนล่างตัวเองอย่างหมิ่นเหม่พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำจากเส้นผมที่ไหลลงมาเป็นทางยาว
เขาเดินไปที่หน้ากระจกแล้วจ้องมองร่างตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ พอคิดถึงอลินแล้วหัวใจเขาก็เต้นแปลกๆ อยากจะแกล้งเธอให้มากกว่านี้ ยิ่งเห็นเธอโกรธและโมโห ยิ่งรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก
“อลิน... เธอพลาดแล้วล่ะ ที่เลือกจะมาทำงานกับฉัน!”
