บทที่ 13 เรียกพี่ (ได้ไหม)

“ด้านนี้ก็จะเป็นห้องของผู้บริหาร ดูสิ... ตกแต่งสวยไหม”

อลันพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่สีหน้าเบื่อหน่ายของอลินก็ยังคงเหมือนเดิม หลังจากที่ทัวส์บริษัทเล็กๆ ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่ช้าตั้งแต่เช้า ห้องนี้เป็นห้องทำงานของเขาเอง กระจกใสๆ ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์จากภายนอก แม้ว่าตึกนี้จะมีแค่สามชั้น แต่ก็จัดผังองค์กรได้อย่างดีเยี่ยม และกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติสมกับเป็นนิตยสาร ‘Nature of Life’

เขาไล่สายตามองไปยังชุดรับแขกโซฟาครีมกับโต๊ะทำงานที่เน้นการดีไซน์เป็นกระจก เก้าอี้ตัวโตที่ออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการนั่งทำงาน รวมทั้งชั้นวางหนังสือตามฝาผนังที่เลือกวางได้อย่างเหมาะสม และยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่ตกแต่งรวมกันได้อย่างลงตัว

“ลินเบื่อแล้ว ขอออกไปเดินดูต้นไม้ใบหญ้าข้างนอกก่อนนะฮะ”

“เชิญตามสบาย ฉันจะได้คุยกับไอ้ปัณอย่างไม่มีใครรบกวนสักที” อลันแหย่ เธอเบ้ปากแล้วเดินเชิดไปอย่างไม่สนใจสองหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย

อลินเดินออกมาสูดอากาศภายนอก เธอชอบการตกแต่งที่นี่เพราะมันกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ต้นไม้ร่มรื่น มีม้าหินตามจุดต่างๆ มีโต๊ะไม้ ชิงช้าเหมือนสนามเด็กเล่น และมีจุดพักผ่อนที่ออกแบบให้พนักงานได้คลายเครียด เสียงน้ำตกจากบ่อน้ำเล็กๆ ทำให้ใจรู้สึกสงบ ด้วยเนื้อที่ของตึกที่มากกว่า 3 ไร่

แม้จะเป็นใจกลางเมืองแต่เมื่อเข้ามาในรั้วบริษัทแล้วเหมือนกับอยู่ตามชานเมืองเสียมากกว่า พี่ชายเธอชอบไม้ดอกที่ส่งกลิ่นหอม เลยสั่งให้ปลูกต้นลีลาวดี แก้วเจ้าจอม สารภี ต้นปีบและอื่นๆ อีกมากมาย ยังไม่นับรวมไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงายามเที่ยงอีก อลันชอบบอกกับเธอว่าเขากับปัณวิทย์มีรสนิยมคล้ายกันคือชื่นชอบธรรมชาติ แต่เธอก็แอบหวังว่ารสนิยมคล้ายๆ กันคงจะเป็นเรื่องนี้เรื่องเดียว อย่าให้พี่ชายกับไอ้โรคจิตนั่นมีรสนิยมทางเพศเหมือนกันเลย

“คิดอะไรอยู่”

ปัณวิทย์เดินเข้ามาข้างหลังอย่างเงียบๆ ทำให้อลินสะดุ้งโหยง เธอมองชายหนุ่มอย่างเคืองๆ เธอไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้อย่างเงียบๆ แบบนี้

“จะคิดอะไรมันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ” เขายักคิ้วล้อเลียน ไม่สนใจคำพูดไม่เข้าหูของเธอ

“ฉันเป็นเพื่อนพี่ชายเธอนะ เธอควรจะเรียกฉันว่า ‘พี่ปัณ’ มากกว่าที่จะมาเรียก ‘คุณ’”

“ฉันไม่สนว่าคุณจะเป็นเพื่อนพี่ชายฉันหรือเปล่า แต่ฉันจะไม่มีวันเรียกคุณว่า ‘พี่’ เด็ดขาด”

เธอตอบเสียงแข็ง ปัณวิทย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก สองขาก้าวเข้าหาเธอในระยะประชิด ทำให้อลินต้องถอยหลังกรูดเพื่อตั้งหลัก ปัณวิทย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่โตอย่างท้าทายและหาความในใจหญิงสาว เช่นเดียวกับเธอที่จ้องมองกลับอย่างไม่ลดละ ไม่รู้ว่าเขาเผลอตัวไปตอนไหน สองขายาวๆ ก้าวเข้าหาเธอจนตัวแทบจะติดกัน

อลินแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เธอเหมือนหลุดเข้าไปในดวงตาคมของชายหนุ่ม ปัณวิทย์ก้มหน้าเข้าหาหญิงสาวอย่างเผลอไผล แม้จะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอจะเป็นผู้หญิงจริงๆ หรือเปล่าก็ตาม อลินสะดุ้งวาบเมื่อมือหนาจับเข้าที่ต้นแขน

นี่เธอปล่อยให้เขาเข้ามาในระยะประชิดได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ...

อลินคิดในใจ เธอเอามือบางผลักหน้าอกเขาไว้ ปัณวิทย์สะดุ้งน้อยๆ เหมือนกับว่าเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป เขารีบปล่อยแขนเธอโดยไว

“คุยอะไรกันอยู่ นี่เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันจะชวนพนักงานใหม่ไปกินด้วย ว่าจะสั่งปิดร้านเลี้ยงสักหน่อยเป็นไง” อลันเดินเข้ามาทักอย่างอารมณ์ดี คิดในใจว่าอลินกับปัณวิทย์คงจะญาติดีกันแล้ว

“ก็แล้วแต่แก”

ปัณวิทย์ตอบสั้นๆ เพราะใจตอนนี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว หัวใจเขาเต้นแรงแทบจะทะลุออกนอกอก ไม่ต่างกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เพราะตอนนี้เธอยืนหน้าแดงก่ำเหมือนคนเป็นไข้

“ถ้าอย่างนั้น... เราไปกันดีกว่า”

อลันเกาหัวแกรก ชักไม่เข้าใจสองคนนี้แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ดูลาดเลาแล้วเหมือนจะไม่ดี เขาจึงรีบดึงอลินออกมาจากปัณวิทย์ เขารู้ดีว่าเวลาที่ปัณวิทย์โกรธจะเป็นยังไง แม้ตอนนี้เพื่อนเขาจะพยายามเก็บอารมณ์อยู่ก็ตาม แต่ถ้ามันระเบิดออกมาเมื่อไหร่ อลินคงจะมองหน้าปัณวิทย์ไม่ติดแน่ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป