บทที่ 17 เดินทางไกล

รุ่งเช้าวันต่อมา อลินสะพายกระเป๋าเป้ใบขนาดย่อมที่ใส่เฉพาะเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวกับกระเป๋ากล้อง อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กล้อง ขาตั้งกล้อง กล้องสำรองอีกพะรุงพะรัง พัชรเดินเข้าไปช่วยอลินถือของ อลันมาส่งน้องสาวตัวเองขึ้นรถที่ออฟฟิศ พร้อมกับฝากฝังไว้กับปัณวิทย์อย่างดิบดี

“ไปที่โน่นอย่างอแง อย่าดื้อ อย่าทำให้คนอื่นลำบากใจ เข้าใจไหม”

อลันเน้นย้ำกับอลินอีกครั้งเกือบจะเป็นรอบที่ร้อยของวัน อลินทำสีหน้าเบื่อหน่ายเต็มแก่ ก่อนหน้าที่เธอจะเรียนจบเธอออกค่ายไม่รู้จักกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อลันยังไม่เห็นจะมาวุ่นวายกับเธอขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่างานนี้เป็นงานแรกที่เธอต้องรับผิดชอบอย่างจริงจังก็เป็นได้

“รู้แล้วน่า พี่ลันย้ำลินเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะ”

“รู้ก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรก็บอกไอ้ปัณได้ตลอดเวลานะ เราด้วยพัชร ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกได้เลย”

อลันบอก ปัณวิทย์หันไปยิ้มให้พัชรด้วยไมตรีจิต พัชรยิ้มพลางโค้งศีรษะเล็กน้อย ที่อลันเป็นห่วงเพราะทั้งสองคนนี้อายุยังน้อย เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ก็กลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด แต่สำหรับเขา เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่การทำงานจะต้องมีผิดพลาดกันบ้าง

การเดินทางครั้งนี้บริษัทได้นำรถปาเจโรออกไปสองคัน คันแรกจะเป็นทีมงานคนอื่นๆ ส่วนคันที่สองจะมีปัณวิทย์ อลินและพัชรนั่งไปด้วย ด้านหลังรถจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องเตรียมไป ทำให้อลินสามารถนั่งหลับได้เกือบตลอดทาง เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนที่รถขับพ้นกรุงเทพมหานครแล้วเริ่มเข้าสู่ต่างจังหวัด

อลินนั่งมองวิวทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลิน ปัณวิทย์แอบมองหญิงสาวทางกระจกด้านข้าง หลายครั้งที่อลินเปิดกระจกออกไปแล้วยื่นเลนส์ไปถ่ายรูป เหมือนเธอกำลังเข้าสู่โหมดส่วนตัว พัชรเองก็นั่งนิ่งไม่รบกวนอารมณ์ศิลปินของเพื่อนสาว

การเดินทางจากกรุงเทพถึงจังหวัดตากกินเวลา 5 ชั่วโมง ระหว่างทางก็มีแวะปั๊มเพื่อทำธุระส่วนตัวบ้าง อลินไม่ใช่คนเรื่องมากอย่างที่ปัณวิทย์คิด เธอนั่งเงียบๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเขาก็สงสัยเหมือนกันว่าสาเหตุของสีหน้ายุ่งๆ นั้นเกิดจากอะไร

“ถึงสักที โอ๊ย! เมื่อยจะแย่” พอลงจากรถปุ๊บอลินก็บ่นงุ๊งงิ๊ง เมื่อครู่เขาไม่น่าชมเธอในใจเลย

“สวยว่ะ บรรยากาศดีกว่าที่คิดเยอะ”

พัชรลงมาจากรถก็ไล่สายตามองไปรอบๆ ตอนนี้เวลาบ่ายโมงกว่า ท้องไส้ของแต่ละคนก็ร้องกันโครกคราก ปัณวิทย์จึงเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อไปรับประทานอาหารในรีสอร์ทที่ได้จองไว้ล่วงหน้า ระหว่างรับประทานอาหาร ปัณวิทย์ก็ชวนคุยงานไปด้วย สมาชิกผู้ร่วมเดินทางแต่ละคนไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ ต่างคนต่างสนุกที่ได้มาทำงานและเที่ยวไปในตัว

“เราจะเริ่มงานกันพรุ่งนี้ ส่วนเวลาที่เหลือของวันนี้ผมจะปล่อยให้ทุกคนได้เที่ยวอย่างเต็มที่ แต่ขอเน้นย้ำอีกทีว่าผมเป็นคนตรงต่อเวลา สองทุ่มผมขอนัดประชุมทุกคนที่บ้านพัก บ้านพักของเราจะเป็นบ้านแฝด นอนหลังละ 4 คน หลังแรกจะมีผม พี่แหนบ พี่พล พัชร ส่วนหลังที่สองจะเป็นอลิน พี่แหม่ม พี่จูน ปุยฝ้าย” ปัณวิทย์พูดจบก็ส่งกุญแจให้

“อลิน กินข้าวเสร็จแล้วจะไปเที่ยวกันไหม” พี่แหม่มสะกิดถามอลินที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอยิ้มกว้างก่อนตอบ

“ไม่ดีกว่า ลินเคยมาที่นี่บ่อยแล้ว กะว่าจะไปเดินลองกล้องเล่นสักหน่อย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป