บทที่ 2 สองพี่น้อง
เสียงนกร้องจิ๊บ ๆ ผสมกับเสียงไก่ขันในยามเช้าตรู่ หมอกหนาเริ่มจางลงหลังดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า บ้านหลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในกำแพงสูง มีต้นไม้น้อยใหญ่ล้อมรอบจำนวนมากบนที่ดินหลายไร่ใจกลางกรุงเทพมหานคร แม้จะมีรถราวิ่งกันขวักไขว่ แต่ความร่มรื่นของต้นไม้ก็สามารถดูดซับสารพิษก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวบ้านได้ ทำให้บริเวณบ้านวรรัตน์มีความสงบ ร่มรื่น อากาศบริสุทธิ์เหมือนกับอยู่ต่างจังหวัด
หญิงสาวบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อยขบ ดวงตาคู่โตปรือขึ้นอย่างยากลำบาก เธอนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงหลายรอบจนเกือบตกไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมจนมิดคอ โผล่ให้เห็นเพียงศีรษะเล็กๆ ผมเหยียดตรงเส้นเล็กซึ่งถูกซอยสั้นระต้นคอ ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงสดบ่งบอกได้ว่าเธอเป็นคนมีสุขภาพดี ดวงหน้าใสไร้เครื่องสำอางแดงระเรื่ออย่างคนมีเลือดฝาด
เธอค่อยๆ ลืมตาคู่โต ก่อนจะอ้าปากหาวหวอด อลินลุกขึ้นนั่งทั้งที่ผ้าห่มยังพันร่างกายอันแสนบอบบาง ทั้งที่เป็นวันหยุดแท้ๆ เธอควรจะได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม แต่งานที่รับมาทำให้เธอต้องกระตือรือร้นอย่างจำใจ ถ้าไม่ติดว่าค่าจ้างเกินหมื่น เธออาจจะปฏิเสธงานในวันหยุดก็เป็นได้
อลินรีบลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำหลังจากเหลือบเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนไว้บนผนังซึ่งตอกย้ำให้เธอต้องเร่งรีบ หญิงสาวเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าขนหนู เธอปลดเปลื้องชุดนอนสีน้ำเงินออกอย่างรวดเร็ว มือบางโยนลงตะกร้าอย่างไม่ไยดี เธอเดินเข้าห้องน้ำด้วยร่างกายอันเปล่าเปลือย ผิวขาวอมชมพูกระทบแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากับแสงไฟในห้องนอนทำให้เธอดูมีออร่ามากขึ้น ใครจะรู้ว่าภายใต้เสื้อผ้าหลวมโคร่งที่เธอชอบใส่นั้นจะซุกซ่อนความงามเอาไว้ถึงเพียงนี้
อลินเดินลงบันไดมาด้วยความเร่งรีบ กลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยขึ้นมาเตะจมูก เสียงร้องโครกครากจากกระเพาะอาหารทำให้เธอต้องเอามือน้อยๆ ลูบหน้าท้องแบนราบ อลินชะโงกหน้าเข้าไปดูในห้องครัว พบว่าเจ้าของฝีมือปรุงรสอาหารยามเช้าไม่ใช่ป้าชื่นอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่กำยำกับผ้ากันเปื้อนลายสตรอเบอร์รี่สีชมพูทำให้ชายหนุ่มดูน่ารักเกินกว่าคนอื่นจะมองเป็นผู้ชายแท้ๆ ยิ่งดวงตาหวานฉ่ำและโครงหน้าสวยได้รูป ยิ่งทำให้ใครหลายๆ คนชื่นชมในความสวยมากกว่าความหล่อ
แม้เขาจะมีร่างกายสูงใหญ่ แต่ก็ไม่ทำให้ความสวยของใบหน้าเขาลดลงไปได้เลย หลายคนมักจะบอกว่าเธอกับพี่ชายหน้าเหมือนกันอย่างกับแฝดคลานตามกันมาติดๆ แต่ใครจะรู้บ้างว่าพี่ชายเธอแก่ว่าเธอตั้ง 5 ปี ยิ่งเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้เธออดหัวเราะออกมาดังๆ ไม่ได้
“ขำอะไร!” อลัน... ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายถามน้องสาวด้วยความหงุดหงิด การเข้าครัวทำอาหารไม่ใช่เรื่องสนุกนัก แต่เขาก็ยังอยากจะทำ เพียงเพราะต้องการนำไปจีบสาว
“ให้ตายเถอะพี่ลัน นึกยังไงเช้านี้ถึงลงมาทำอาหารได้ ปกติแค่ตื่นไปทำงานก็จะไม่ทันแล้ว” อลินพูดเหน็บแหนม แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทอดไข่ดาวในกระทะต่อ
“แล้วฉันอยากทำบ้างไม่ได้หรือไง” อลันย้อนถามน้องสาวตัวดีที่ยังยืนหัวเราะคิกคักๆ อย่างน่าเตะสักโครมใหญ่ๆ
“มันผิดปกตินี่ แล้วดูท่าทางเก้ๆ กังๆ แบบนี้ ทำจานแตกไปกี่ใบแล้วเนี่ย” อลินเดินเข้ามาดูอาหารเช้าที่ตั้งไว้อยู่บนโต๊ะ แม้จะมีหน้าตาน่ารับประทานขนาดไหน แต่เธอก็ยังไม่อยากไว้ใจในรสชาติอยู่ดี
“แค่สองใบเอง” อลันตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ซึ่งมันยิ่งทำให้อลินหัวเราะดังกว่าเดิม
“นี่แกจะหัวเราะกันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย!” อลันเริ่มหงุดหงิด หลังจากที่น้องสาวตัวเองยังตั้งหน้าตั้งตาหัวเราะไม่ยอมหยุด
“อุตส่าห์ไปเรียนถึงนิวยอร์ก นึกว่าจะเก่งงานบ้านงานเรือนกับเขาบ้าง แต่นี่อะไร... ตอนไปเป็นแบบไหน ตอนกลับมาก็เป็นแบบนั้น” อลินแอบแขวะพี่ชาย เธอจำได้ว่าก่อนที่อลันจะทิ้งเธอไปเรียนอเมริกา อลันบอกเธอนักหนาว่าไปเรียนรู้การใช้ชีวิต หัดดูแลตัวเองให้เป็น เขาชอบบอกว่าอยู่บ้านมีป้าชื่นทำให้ทุกอย่างจนจะเป็นง่อย จับโน่น จับนี่ไม่ได้ ถ้าได้ไปอยู่ที่อเมริกาสักพักก็คงดี
