บทที่ 3 น้องสาวสุดที่รัก
หลังจากนั้นอลันก็ไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโทที่โน่นถึง 5 ปี แต่พอกลับมาอยู่บ้าน อลันก็คืออลัน นิสัยเคยเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้ดีขึ้นสักนิด ถ้าไม่นับรวมกับวิชาความรู้ การบริหารงานที่เก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ไอ้งานบ้านงานเรือนหรือการดูแลตัวเองที่เขาย้ำนักย้ำหนา ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่บอกไว้ตอนแรกเลย
“ก็อยู่ที่โน่นไอ้ปัณทำให้ฉันหมดทุกอย่างนี่หว่า ทั้งทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ทำอาหาร ล้างจาน”
อลันทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ในครัวด้วยความเหนื่อย เขาปาดเหงื่อบนหน้าผากที่หยดติ๋งๆ อย่างหมดแรง
“แล้วทำไมพี่ไม่ช่วยเขา” อลินยังคงเซ้าซี้ ทำให้ผู้เป็นพี่ชายเริ่มรำคาญขึ้นมานิดๆ เขาเหล่สายตามองน้องที่ดูจะเป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่ ผู้ชายก็ไม่เชิงด้วยความหมั่นไส้
“ก็มันบอกว่าฉันชอบทำข้าวของเสียหาย ถ้าอยากช่วย ก็ช่วยนั่งเฉยๆ ดีกว่า” คำตอบของอลันทำให้อลินต้องหัวเราะจนท้องแข็งอีกรอบหนึ่ง จะว่าไปแล้วเธอและพี่ชายมีนิสัยที่เหมือนกันมากคือทำงานบ้านไม่เป็น คงเป็นเพราะว่ามีคนดูแลมาตั้งแต่เกิดและเจ้าตัวก็ไม่ใคร่ที่จะใส่ใจกับงานพวกนี้สักเท่าไหร่ด้วย
“พี่ลันยังไม่บอกลินเลย ว่าทำไมถึงได้ลุกขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ไก่เพิ่งตื่น” อลินยังซักไซ้ต่อ เธอสังเกตใบหน้าสวยๆ ของพี่ชายที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความสงสัย เขาหันซ้ายแลขวา เมื่อไม่เห็นใครจึงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
“ฉันจะใช้มุกนี้ไปจีบสาว”
“จีบสาว!” อลินทวนคำด้วยน้ำเสียงตกใจ ดวงตาคู่โตเบิกกว้าง เธอชะงักไปครึ่งนาทีก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะที่แสนจะกวนอวัยวะเบื้องล่างยิ่งนัก
“ใช่!”
“จีบใครกัน ทำไมลินถึงไม่เห็นรู้เรื่อง” เธอพูดด้วยความน้อยใจ ปกติมีอะไรพี่ชายเธอจะบอกกับเธอเป็นคนแรก แต่นี่ดูสิ กว่าจะบอกเธอได้ ก็เล่นเตรียมเรื่องเตรียมราวจะไปจีบเค้าแล้ว
“ไม่ต้องมาทำหน้าน้อยอกน้อยใจอย่างนั้น ฉันรู้นะว่าแกน้อยใจ แต่ถ้าแกรู้ตั้งแต่แรก ฉันว่าแกจะต้องกีดกันฉันแน่นอน”
“แสดงว่าผู้หญิงที่พี่จะไปจีบต้องเป็นคนที่ลินไม่ชอบ” อลันนิ่งไปครู่นึง รอยยิ้มละไมแต่งแต้มบนริมฝีปาก
“ก็ไม่เชิงหรอก” พูดจบเขาก็ลุกไปตักไข่ดาวขึ้นจากกระทะ อลินมองไข่ดาวในจานที่ยังไม่สุกดีด้วยความหิว พี่ชายเธอจะรู้ว่าเธอชอบกินไข่ดาวไม่สุก จึงทอดไว้เผื่อ
“พูดขนาดนี้ พี่ลันบอกลินมาเลยดีกว่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“ก็ได้ๆ บอกก็ได้ ผู้หญิงคนนั้นคือน้องมายด์” อลินฟังแล้วก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเครียด
“พี่ลันก็รู้ว่าลินไม่ชอบผู้หญิงคนนี้นี่ฮะ” อลินทำหน้าตาเคร่งเครียด แต่คนที่เครียดไม่น้อยไปกว่าเธอก็คือชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับน้องสาวตัวเอง
“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้คำว่า ‘ฮะ’ เสียที!”
อลันพูดอย่างหงุดหงิด เขามั่นใจมาตลอดว่าเขามีน้องสาวเป็นผู้หญิง แต่พอพิจารณาร่างบางที่ยืนอยู่ตรงข้ามแล้วทำให้เขาต้องคิดใหม่
เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์เก่าๆ ที่ดูเหมือนไม่ได้ซักมาแรมปี ยังไม่นับรวมกับรองเท้าผ้าใบคู่เก่งที่ขาดแล้วขาดอีก ขาดจนนิ้วเท้าแทบจะโผล่ออกมายิ้มแป้น มองสภาพเครื่องแต่งกายแล้วต้องย้อนกลับมามองรูปร่างผอมบางเหมือนออกมาจากถิ่นทุรกันดาร ดีที่สัญลักษณ์ความเป็นผู้หญิงยังโดดเด่นขึ้นมาให้เห็น ไม่ได้แบนราบจนแยกไม่ออกว่าอันไหนหน้าอกหรืออันไหนคือแผ่นหลัง
