บทที่ 4 ช่างภาพคนเก่ง
ดวงหน้าเล็กๆ รูปไข่ที่แต่งแต้มด้วยดวงตาคู่โตใสแจ๋ว บงบอกถึงความใสซื่อ (บื้อ) บริสุทธิ์ จมูกเล็กโด่งรั้นจนน่าบิด กับริมฝีปากจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เครื่องหน้าทั้งหมดนี้ถูกล้อมด้วยเส้นผมตรงสีดำขลับที่ถูกซอยสั้นแทบจะเท่าติ่งหู ดูยุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้หวี อลันพินิจพิเคราะห์สภาพน้องสาวตัวเองแล้วต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ถอนหายใจอย่างนี้หมายความว่ายังไงกันฮะ” อลินไม่สนใจคำบ่นของพี่ชาย ยังคงทำหน้ากวนใส่เขาอีก ใบหน้าแป้นแล้นนั้นทำให้เขานึกอยากจะเขกกะโหลกน้องสาวตัวเองเสียหลายๆ ที
“ไหนลองชิมสิว่าฝีมือฉันเป็นยังไงบ้าง พอไปวัดไปวาได้ไหม” อลันเปลี่ยนเรื่องคุย เขายื่นจานให้เธอ
อลินตักอาหาใส่ปาก พลางทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเพื่อนึกคำตอบว่าควรจะตอบอย่างไรดี ถ้าจะชมก็เห็นทีว่าพี่ชายจะได้ใจ ลึกๆ แล้วก็อยากแกล้งให้หายเข็ด ใครใช้ให้ไปชอบยัยมายด์หน้าพลาสติกกันล่ะ นอกจากหน้าจะปลอมแล้ว นิสัยหล่อนก็ปลอมอีกต่างหาก ใครๆ เขารู้กันให้ทั่วว่าเจ้าหล่อนเป็นนางบำเรอช่างภาพ ที่เป็นนางแบบโด่งดังได้ก็เพราะเอาตัวเข้าแลก ให้ช่างภาพมืออาชีพทั้งหลายปั้นแต่งให้ไปยืนกลางเวทีได้อย่างสง่างาม
“ก็งั้นๆ ป้าชื่นทำอร่อยกว่าตั้งเยอะ” อลินคิดอะไรเพลิดเพลินไปนานก่อนจะกลั้นใจตอบไปอย่างนั้น ไม่อยากให้พี่ชายเธอหลวมตัวไปจีบแม่นั่นเลย ถ้าขืนคบกันจริงๆ สงสัยพี่ชายเธอได้โดนแม่นั่นปอกลอกจนหมดตัว
“เชอะ! ถ้ามันแค่ ‘งั้นๆ’ ก็ไม่ต้องกิน” อลันยื่นมือจะแย่งจานอาหารออกจากมือของน้องสาวตัวดี แต่อลินกลับไวกว่าหมุนตัวหลบวูบแล้วยังหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
“ไม่ให้หรอก”
อลินพูดยั่วให้อลันโมโหเล่น เธอเดินออกจากห้องครัวตรงไปที่โต๊ะอาหาร อลินทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างรีบร้อน อาจเป็นเพราะเสียงร้องประท้วงจากกระเพาะทำให้เธอรีบยัดอาหารในจานใส่ปากก็เป็นได้ อลันมองน้องสาวที่ก้มหน้าก้มตากินอย่างมูมมาม พลางส่ายหน้าเอือมระอา
“แล้ววันนี้จะไปไหน” อลันถาม เขานั่งบนเก้าอี้ข้างๆ แล้วลงมือรับประทานอาหารด้วยความใจเย็น ไม่รีบร้อนเหมือนเธอ
“รับงานเอาไว้”
“ช่วงนี้รับงานบ่อยจังนะ รวยแล้วล่ะสิเรา”
อลินเงยหน้ามองพี่ชายที่พูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ เพราะที่ผ่านมาอลันพยายามจีบให้เธอเข้าสังกัดนิตยสารที่เขากับเพื่อนร่วมหุ้นกัน แต่เธอก็เล่นตัว ยังไม่อยากทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง เป็นช่างภาพอิสระอย่างน้อยเวลาที่ไม่อยากทำอะไรก็ปฏิเสธงานได้ แต่ถ้าทำงานมีสังกัด เวลาจะขี้เกียจก็ขี้เกียจไม่ได้ เธอยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบงานอย่างจริงจัง
“ก็ยังรวยน้อยกว่าพี่แหละฮะ” อลันยิ้มกว้างหลังจากได้ฟังคำตอบ
“เห็นไหม ฉันบอกแล้ว เป็นช่างภาพอิสระมันจะไปมีเงินพอยาไส้อะไร มาทำงานกับฉันสิ รับรองว่าฉันจะให้เลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี” อลินเหล่สายตามองอลันด้วยความไม่ไว้วางใจ
เลี้ยงดูปูเสื่ออะไรล่ะ ขืนไปทำงานที่นั่นจะได้โดนใช้งานทั้งวันทั้งคืน ถ้ารับงานอิสระ เจ้าของงานอาจจะเกรงใจเราบ้าง แต่ถ้ามาทำงานให้พี่ชายแบบนี้ สงสัยได้โดนใช้จนคุ้ม
“ไม่ดีกว่าฮะ ลินทำงานแบบนี้ก็มีเงินเหลือถมไป” อลันฟังน้องตัวเองพูดจบก็ต้องกวาดสายตามองสารร่างหญิงสาวอีกครั้ง
แน่สิ... มีเงินเหลือเก็บนี่ ไม่เคยจะเสียเงินไปกับเครื่องแต่งตัวเหมือนผู้หญิงทั่วไปหรอก
“แต่นิตยสารของฉันเป็นนิตยสารท่องเที่ยวนะ งานไม่หนักอย่างที่แกคิดสักหน่อย ได้ไปเที่ยวฟรีกินฟรี อีกอย่าง... การถ่ายภาพธรรมชาติก็เป็นงานที่แกถนัดไม่ใช่เหรอ มาทำงานกับฉันเถอะนะๆ ๆ ๆ”
อลันเริ่มวกเรื่องเข้ามาชักชวนทำงานอีกรอบ อลินเงยหน้ากรอกสายตามองเพดานเป็นรอบที่สิบ ฉับพลันดวงตาคู่สวยก็เห็นเข็มนาฬิกาที่บอกเวลา 06.30 น.
“เวรละ หกโมงครึ่งแล้ว ลินไปแล้วนะ เดี๋ยวไม่ทัน” พูดจบเจ้าตัวก็รีบดื่มน้ำอัก ๆ เธอพุ่งตัวไปใส่รองเท้าผ้าใบขาดๆ หน้าบ้าน ก่อนกระโจนร่างเข้าสตาร์ทรถ BMW คันใหม่ล่าสุดที่ยังมีป้ายแดงติดอยู่ เหตุการณ์มันผ่านไปรวดเร็วเสียจนอลันมองตามแทบไม่ทัน
“ให้ตายเถอะ! สาบานว่าฉันมีน้องสาว ไม่ใช่น้องชาย”
