บทที่ 5 ไอ้เพื่อนรัก
อลินรีบขับรถไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของบ้านเจ้าสาว เธอเลี้ยวรถเข้าไปจอดภายในตัวคฤหาสน์ อลินรีบลงจากรถเพื่อเดินสำรวจบรรยากาศภายในงาน ช่วงเช้าจะมีการใส่บาตรก่อน วันนี้ทั้งวันยันเที่ยงคืน เธอจะฝังตัวอยู่ในงานแต่งเพื่อเก็บภาพบรรยากาศงานต่างๆ แม้จะเหนื่อย แต่มันก็คุ้มกับค่าตอบแทน สายตาเธอหันไปเห็นผู้ชายหล่อเหลาเหมือนหนุ่มเกาหลี เสียแต่ว่าผู้ชายคนนั้นไม่เคยไปเกาหลีเท่านั้นเอง เขาวิ่งหน้าตั้งมาทางเธอด้วยความเร่งรีบ อลินเห็นสีหน้าของเพื่อนหนุ่มก็อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้
“โทษทีว่ะแก ฉันสายไปหน่อย” พัชรเกาศีรษะแก้เก้อ ดวงตาตี่มองอลินด้วยความเขินอาย ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันจะเขินทำไม แต่มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่คบกันเป็นเพื่อน มันก็ชอบมองเธอแบบเขินๆ
“ไม่เป็นไรๆ วันนี้อุปกรณ์ครบแล้วใช่ไหม” อลินพูดพลางสำรวจอุปกรณ์ที่ห้อยอยู่ตามตัวผู้ช่วยคนเก่ง ถ้าเอาตามความจริง เธอเองก็ไม่มีความสามารถที่จะแบกอุปกรณ์ทั้งหมดนี้คนเดียว มันหนักเกิน 10 กิโลเสียอีก
“ครบแล้วคร้าบ เจ้านายมีอะไรให้ผมรับใช้เพิ่มเติมก็บอกได้เลยครับ” พัชรพูดเอาใจ
อลินยิ้มกว้าง แต่ก็อดนึกในใจไม่ได้ว่า ทำไมทายาทธุรกิจพันล้านถึงลากตัวเองมาเป็นผู้ช่วยช่างภาพกระจอกๆ ต้องแบกอุปกรณ์ตามเธอตะลอนๆ ไปทั่ว ทั้งที่จริงแล้วมันกลับไปสืบทอดกิจการ ทำงานสบายๆ ในห้องแอร์หรูๆ โดยไม่ต้องถูกแดดให้เนื้อตัวไหม้เกรียมอย่างนี้ก็ได้
“ฉันล่ะไม่เข้าใจแกจริงๆ ธุรกิจที่บ้านแกก็มี แกจะมาทำงานเป็นลูกน้องฉันทำไมวะ” อลินถามด้วยความสงสัย คำถามนั้นทำให้พัชรยิ้มอ่อนโยน พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอลินต้องถอยหลังหลบ
“นี่แกไม่รู้จริงๆ เหรอ ฉันก็บอกแกตั้งแต่แรกแล้วไง ว่าที่ฉันมาทำงานกับแกก็เพราะว่าอยากได้แกเป็นเจ้าสาว” พัชรยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วยังไม่ลดละการยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อลินหลบเป็นพัลวัน เธอเอามือเล็กๆ ดันหน้าเพื่อนชายอย่างแรง
“ไอ้บ้า! พูดอะไรบ้าๆ ฉันบอกแกหลายรอบแล้วไงว่าไม่ชอบคำตอบแบบนี้ ฟังแล้วมันขนลุก” เธอหน้าแดงก่ำ ทุกครั้งที่อลินเอ่ยถาม เธอก็จะได้คำตอบแบบนี้ทุกครั้ง ไม่รู้ว่ามันคิดบ้าอะไรอยู่ บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ชอบๆ
“ก็ฉันพูดเรื่องจริงนี่นา”
“จริงบ้าจริงบออะไรล่ะ ไร้สาระ ไปทำงานกันได้แล้ว แค่นี้ก็สายจะแย่ ถ้าฉันโดนตัดเงิน ฉันจะหักค่าจ้างแกครึ่งนึง โทษฐานที่ทำให้สาย” อลินพูดรัวเร็วจนไฟแลบ พัชรยิ้มหวานก่อนจะโค้งรับคำบัญชา แต่นั่นยิ่งทำให้อลินหงุดหงิดขึ้นไปอีก เธอเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไปจากตรงนั้น อลินหารู้ไม่ว่าท่าทางโมโหปนเขินอายนั้นทำให้ชายหนุ่มชอบใจมากแค่ไหน ดูอลินจะเหมือนผู้หญิงก็ตอนนี้เท่านั้นแหละ
“แล้วสักวันแกจะรู้ว่าฉันไม่ได้พูดบ้าๆ”
อลินเดินถ่ายรูปจนทั่วงาน เรียกได้ว่าตั้งแต่เช้ายันเย็น เธอแทบไม่ได้หยุดพักเลย พัชรซึ่งเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังต้องนั่งพักปาดเหงื่อ อาจเป็นเพราะเธอชอบออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอแข็งแรงเกินผู้หญิง
“อลิน พักก่อนก็ได้” พัชรสะกิดๆ ที่ด้านหลังหญิงสาว
“แกไปพักก่อน ฉันจะถ่ายรูปตรงนี้หน่อย แสงกำลังสวยเลย” พูดจบเธอก็ปรี่เข้าไปกดชัตเตอร์ พัชรส่ายหน้าเหนื่อยแทนเจ้าตัว แม้เธอจะชอบย้ำให้เขาฟังว่าค่าจ้างเกินหมื่นต้องทำงานให้คุ้มก็ตาม
“เหนื่อยไหม” อลินเอ่ยถามพัชรหลังเลิกงาน พัชรไม่ปริปากบ่น แต่เดินตัวเอียงด้วยความเมื่อย อลินยิ้มอ่อนโยนด้วยความเห็นใจ เธอเข้าใจว่าพัชรไม่เคยลำบาก แต่หลังจากเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน พัชรก็พยายามพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเองทำได้ อลินและพัชรเป็นเด็กกิจกรรม ออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทด้วยกันบ่อย ทำให้พัชรเป็นงานมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เท่ากับคนอื่นๆ อยู่ดี อลินนวดหลังชายหนุ่ม ทำให้พัชรชะงักนิ่ง ก่อนจะหันมองอลินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
