บทที่ 6 คนจะหลับจะนอน

“ฉันนวดให้ แกนี่มันจริงๆ เลยนะ บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าเป็นผู้ช่วยฉันน่ะมันเหนื่อย ไม่เหมือนเป็นผู้บริหารหรอก” อลินแซว พัชรยิ้มอ่อนโยน เขารู้สึกดีที่เพื่อนหญิงใส่ใจในความรู้สึกตน ถึงแม้ว่าเธอจะนวดไม่ค่อยเป็นประสาสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ชอบ

“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบงานแบบนั้น ฉันชอบ... ที่จะมาทำงานกับแกมากกว่า”

“เออ... ให้มันได้อย่างนี้สิ ถ้าอยากเป็นนักก็เป็น ไอ้ผู้ช่วยช่างภาพกระจอกๆ อย่างฉันน่ะ ไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวจะแย่ มื้อนี้ฉันเลี้ยงแกเอง” อลินพูดโวยวายเพราะความหงุดหงิด เธอกอดคอพัชรเดินไปตามฟุตบาท โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าใบหน้าของชายหนุ่มนั้นแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงเสียอีก!

“อลิน! แกจะนอนไปถึงไหน ตื่นได้แล้ว!” อลันตะโกนโหวกเหวก เขายืนอยู่หน้าห้อง เคาะประตูปังๆ

“โอ๊ย! จะอะไรกันนักกันหนา คนจะหลับจะนอน” เธอบ่นเสียงงุ๊งงิ๊ง เอาหน้ามุดเข้าไปใต้หมอนด้วยความรำคาญ อลันหมดความอดทน เขาเดินลงไปหยิบกุญแจสำรองจากข้างล่างแล้วไขเข้าไปในห้องนอนของน้องสาวตัวดี ชายหนุ่มเท้าสะเอวมองหญิงสาวที่หลับอุตุอยู่บนเตียงด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู

“ให้มันได้อย่างนี้สิ เป็นสาวเป็นนาง นอนหลับอุตุยันตะวันสายโด่ง นี่! อลิน ตื่นได้แล้ว” อลันเดินเข้าไปดึงผ้าห่มจากน้องสาวออก แต่เธอดึงกลับด้วยความหงุดหงิด เมื่อคืนนี้กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบตีสามแล้ว ยังจะมารบกวนการนอนของเธออีก

“พี่ลันอย่ามากวนได้ไหม คนจะนอน” อลินบ่นเสียงแหลม เขากระชากผ้าห่มทีเดียวก็ตกไปกองบนพื้น

“ลืมไปแล้วหรือไง ว่าวันนี้แกต้องไปกับฉัน” อลันดึงร่างน้องสาวให้ลุกขึ้นนั่ง อลินหลับตางัวเงีย

“ไปไหน ไปทำไม ไปกับใคร อะไร ยังไง ลินไม่ไป!” อลินงอแงเหมือนเด็กตัวเล็ก อลันจับใบหน้าหญิงสาวที่ละม้ายคล้ายตัวเองไม่ผิดเพี้ยนแน่นแล้วพูดเสียงดุ

“ไปรับเพื่อนฉันที่สนามบินไง” อลินหน้ามู่ เธอเบะปากด้วยความเหนื่อยหน่าย

“เพื่อนพี่ ไม่ใช่เพื่อนลินสักหน่อย ลินไม่ไป!” อลินส่ายหน้าดิ๊ก เขามองหญิงสาวที่ดื้อรั้นด้วยความอดทน มีน้องสาวแค่คนเดียว แต่ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้!

“ไม่ไปไม่ได้ คนนี้เป็นเพื่อนสนิทฉันเลยนะ ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อาบ ฉันจะเรียกป้าก้อยมาอาบให้ แล้วจะเอาไม้เรียวมาตีก้น” อลินลืมตาโพลง เธอไม่ยอมให้ป้าชื่นซึ่งเป็นแม่นมเลี้ยงเธอตั้งแต่เด็กมาอาบน้ำให้เป็นอันขาด

“ไปแล้วๆ ก็ได้” เธอบ่นด้วยความหงุดหงิด ในใจไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลยสักนิด เธอเข้าห้องน้ำด้วยความเบื่อหน่าย สองมือสาละวนถอดเสื้อผ้าออกด้วยความเฉื่อยชา

“เร็วๆ หน่อยนะ เดี๋ยวสาย”

“รู้แล้วน่า!”

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

“อุตส่าห์รีบ นี่อะไร นั่งรอเป็นชั่วโมงแล้วเครื่องยังไม่ลงเลย” อลินบ่นกระปอดกระแปด เธอเกาะแขนพี่ชายแน่น อลันยกข้อมือขึ้นมาเพื่อดูนาฬิกาแล้วถอนหายใจ เขารอปัณวิทย์มาสองชั่วโมงกว่าแล้ว

“เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะมั้ง” อลันพูดเหมือนปลอบใจตัวเองไปด้วย เพราะเขาเองก็รอจนเมื่อยไปหมดแล้วเหมือนกัน

“รู้อย่างนี้นอนต่อดีกว่า” อลินยังไม่เลิกบ่น อลันดีดหน้าผากน้องสาวไปหนึ่งเพี๊ยะด้วยความหมั่นไส้

“เลิกบ่นเสียทีเถอะน่า นั่นไง... มาแล้ว” อลันหันไปเห็นเพื่อนสนิทตัวเองพอดี อลินหันไปมองตาม ผู้ชายร่างสูงใหญ่ หุ่นล่ำสัน ผิวสีน้ำผึ้งเรียกสายตาใครหลายๆ คนให้จับจ้องได้อย่างไม่วางตา อลินก็เช่นเดียวกัน เธอจ้องมองชายหนุ่มด้วยความลืมตัว ใบหน้าหล่อเหลาดูเท่ขึ้นเมื่อเขาสวมแว่นกันแดดสีดำ คางรูปสลักมีหนวดเคราขึ้นเขียวครึ้มลามขึ้นไปถึงติ่งหู ปัณวิทย์เห็นอลันยืนโบกไม้โบกมือก็ยิ้ม เขาเดินไปหาเพื่อนสนิทด้วยความคิดถึง

“เฮ้! ไอ้ปัณ!” อลันแกะมือน้องสาวออกจากแขนแล้วเดินไปหาเพื่อนสนิทด้วยความรีบร้อน ทั้งคู่สวมกอดกันแน่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป