บทที่ 10 บทที่ 3 คู่เลสเบี้ยน - 25% -

คืนนี้อลินดากับยูมิมีนัดกับเพื่อนที่สถานบันเทิงชื่อดังของตัวเมืองบุรีรัมย์ สองสาวจึงออกจากที่พักในเวลาสี่ทุ่มเศษ ประจวบเหมาะกับที่ปกเกล้าก็ออกมาจากห้องเช่นกัน ชายหนุ่มยิ้มพลางผงกศีรษะให้หญิงสาวทั้งสองคนอย่างเป็นมิตร หากแต่สายตาจับจ้องไปที่อลินดาเป็นพิเศษ และยูมิก็สังเกตเห็น จึงได้แต่ยิ้มพลางมองเพื่อนสนิทที่ยังคงปั้นหน้านิ่ง และยิ้มอย่างขอไปทีให้อีกฝ่าย

"คนนี้?" ยูมิกระซิบถาม อลินดาจึงตอบรับเบา ๆ

"ดูดีนี่หว่า เซอร์ ๆ แบบแบดบอยดี กูว่าเหมาะกับมึงนะ"

ยูมิยังคงกระซิบกระซาบแต่อลินดาไม่พูดอะไร ได้แต่ตวัดตามองค้อนเพื่อนระหว่างที่เดินไปทางด้านหน้าของเกสต์เฮ้าส์ ซึ่งชายหนุ่มห้องข้าง ๆ ก็เดินตามหลังมาโดยเว้นระยะห่างพอประมาณเพื่อไม่ให้ดูเป็นการตามติดจนเกินไปนัก

ครั้นพอมาถึงบริเวณที่จอดรถ อลินดาก็หันไปถามยูมิว่า

"จะต่างคนต่างขี่ไปหรือว่าจะไปคันเดียวกัน"

ยูมิยกมือขึ้นเท้าสะเอวพลางเอียงคอมองเพื่อนก่อนพูดว่า

"คิดว่าไงล่ะ กูล้าไปทั้งตัวขนาดนี้คิดว่าจะขี่เองไหม"

อลินดายิ้มพลางส่ายหน้าไปมา แต่เมื่อเห็นสายตาของเพื่อนมองไปทางด้านหลังของตนแล้วทำหน้าห่อปากตาโต ก่อนจะย้ายสายตามามองเธออย่างล้อเลียน อลินดาจึงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ยูมิจึงพูดเบา ๆ ว่า

"ขับเฟอร์รารี่ด้วยนะเว้ย ก็ไม่ใช่กระจอก ๆ นี่หว่า ไม่ลองคบดูบ้างวะไอ้ลิน กูอยากให้มึงมีแฟนแบบคนอื่นเขามั่ง"

อลินดาเบะปากอย่างไม่เห็นด้วย "ท่าทางขี้หลีจะตาย กูไม่ชอบ"

พูดจบก็สวมหมวกกันน็อกแล้ววาดขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เมื่อสตาร์ตเครื่องแล้วยูมิจึงขึ้นนั่งซ้อนด้านหลังโดยไม่สวมหมวกกันน็อก จากนั้นก็ยื่นแขนไปโอบรอบเอวอลินดาและซบหน้าลงกับแผ่นหลังของอีกฝ่ายพลางมองไปที่ปกเกล้าซึ่งขณะนี้กำลังมองมาทางพวกตนเช่นกัน ยูมินึกสนุกขึ้นมาจึงทำปากจู๋ส่งจูบให้อีกฝ่ายแล้วกอดอลินดาแน่นขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ชายหนุ่มเข้าใจว่าพวกตนเป็นคู่เลสเบี้ยนกัน และดูเหมือนจะได้ผลเพราะเห็นหนุ่มเฟอร์รารี่คนนั้นถึงกับเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

หากใครที่ไม่รู้จักอลินดากับยูมิก็มักคิดว่าสองสาวนี้เป็นคู่รักแบบหญิงรักหญิง อีกทั้งคืนนี้อลินดาก็แต่งตัวแบบเรียบง่ายด้วยเสื้อยืดสีขาวคอวี คลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีดำกับกางเกงสกินนีสีเดียวกัน สวมรองเท้าผ้าใบคู่เดิม ส่วนใบหน้านั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะมีแค่แป้งฝุ่นอย่างเดียวที่ทาไว้อย่างบางเบา ขณะที่ยูมินั้นสวมกางเกงยีนขายาวกับเสื้อจั๊มเอวลอยสีดำแขนตุ๊กตา ด้านหลังคว้านลึกเพราะตั้งใจโชว์รอยสักบนแผ่นหลังที่เจ้าตัวแสนภาคภูมิใจ และแต่งหน้าเข้มจนเปลี่ยนจากสาวหน้าหวานเป็นสาวเปรี้ยวซ่าทันที

คล้อยหลังสองสาว ปกเกล้าก็ยิ้มมุมปากพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะขับออกจากเกสต์เฮ้าส์ตามหลังไป ขับออกไปไม่เท่าไร ชายหนุ่มก็ไล่ตามดูคาติสีดำที่อลินดาขี่นำมาก่อนหน้านี้พอดี เขาชะลอรถให้ช้าลงกว่าเดิมแต่ยังคงตามหลัง หรือไม่ก็ขับไปตีคู่กับหญิงสาว กระทั่งผ่านมาครึ่งทางปกเกล้าจึงมั่นใจแล้วว่าสาวสวยทั้งสองคนนั้นไปสถานที่เดียวกันกับตนแน่นอน

เป็นเพราะรถบนถนนสายหลักยังมีเป็นระยะ ๆ ปกเกล้าจึงไม่คิดท้าแข่งประลองความเร็วกับอลินดาอีกครั้งเพราะเสี่ยงเกินไป เขาทำได้แค่ขับรถตามหลังเธอไปเรื่อย ๆ และบางครั้งก็แซงขึ้นหน้าบ้างอย่างเพื่อนร่วมทางที่จุดหมายเป็นที่เดียวกัน

อลินดาเองก็สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นขับมาทางเดียวกัน คราแรกเธอคิดว่าเขาขับตามมา แต่ไม่เห็นเขาเปิดกระจกออกมาพูดคุยอย่างคราวก่อน ทำเพียงขับไปเรื่อย ๆ จึงเดาได้ว่าผู้ชายขี้หลีที่อยู่ข้างห้องคงไปผับที่เดียวกับตนแน่

และก็เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะทั้งเธอและเขาต่างเลี้ยวเข้าไปในสถานบันเทิงแห่งเดียวกัน

"เอาแล้ว...มาที่เดียวกันด้วย งานนี้มีเฮแน่นอนไอ้ลินเอ๊ย" ยูมิยังคงมองเพื่อนด้วยสายตาล้อเลียน แต่อลินดากลับแค่นเสียงใส่แล้วพูดว่า

"เฮบ้าอะไร จะว่าไปมึงไม่ลองเข้าไปทำความรู้จักเขาดูล่ะ เผื่อจะหาแฟนใหม่ได้ไง"

"ว้าย! ขอโทษย่ะ คนอย่างยูมิไม่มีรสนิยมกินผู้ชาย เพราะฉะนั้นต่อให้หล่อลากดินแค่ไหนก็สู้ทอมหุ่นลีน ๆ หน้าตาสะอาดสะอ้านไม่ได้หรอก"

ยูมิหัวเราะร่าก่อนจะหุบปากฉับแล้วเพ่งมองไปตรงหน้าราวกับเจอคนรู้จัก อลินดามองตามไปก็เห็นว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณสี่สิบต้น ๆ เขาสวมกางเกงสแลกสีขาวกับเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าอ่อนกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างรถสปอร์ตสีแดง ดูท่าทางเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักที่ออกมาหาล่าเหยื่อสาว ๆ ตามสถานบันเทิงด้วยการเอาเงินหว่าน หญิงสาวเห็นยูมิยังมองไม่วางตาจึงอดถามเพื่อนไม่ได้

"รู้จักหรือ"

"ก็คนนี้นี่แหละคือคนที่มึงนัดกับเขาพรุ่งนี้ไง...เฮียไช้" ยูมิแค่นยิ้มก่อนจะละสายตาจากผู้ชายคนนั้นแล้วพูดว่า

"ไปกันเถอะ"

อลินดาเห็นท่าทางเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนของเพื่อนสนิทที่มีต่อเฮียไช้แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ แต่เธอก็ไม่คิดถามอีกฝ่ายเพราะหากยูมิต้องการเล่า เจ้าตัวก็คงพูดออกมาเอง หญิงสาวจึงทำได้เพียงเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจแล้วเดินไปพร้อมกับเพื่อน

ทว่าขณะที่เดินผ่านเฮียไช้ไปนั้น จู่ ๆ อลินดาก็ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง และคำทักทายนั้นก็ทำให้หญิงสาวต้องหยุดเดินแล้วหันไปหาคนทักทันที

"เอ๊ะ! นั่นน้องลินที่ขับฮอนด้าลงแข่งรุ่นสองร้อยห้าสิบซีซีเมื่อคราวก่อนใช่ไหมครับ"

เป็นเฮียไช้ที่เรียกเธอไว้ อลินดาจึงต้องตอบรับไปตามมารยาท และถือโอกาสสำรวจผู้ชายคนนี้ไปด้วย

"ใช่ค่ะ"

เฮียไช้ยิ้มกว้างจนตาหยีระหว่างเดินเข้ามาหาสองสาวที่ยืนอยู่ด้วยกัน หญิงสาวสังเกตการแต่งตัวของเขาที่ประโคมใส่ทองเส้นใหญ่ราวกับโซ่คล้องล้อรถจักรยานที่คอและข้อมือ รวมไปถึงนาฬิกาฝังเพชรและแหวนเพชรวงโตถึงสี่วงแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจแผ่ว อดคิดไม่ได้ว่าหากวันใดวันหนึ่งเขาถูกคนอุ้มไป แรงจูงใจอย่างแรกที่เธอนึกได้คือเรื่องชิงทรัพย์อย่างแน่นอน

"โอ้...โชคดีจังที่ได้เจอ นี่เฮียไช้เองนะครับที่นัดน้องลินไว้วันนี้แล้วเฮียติดธุระพอดี ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ แล้วนี่หนูมากันสองคนหรือครับ"

มุมปากของอลินดาอดยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ไม่ได้เมื่อได้ยินคนตรงหน้าเรียกตนจากน้องเป็นหนูอย่างลืมตัว ดูท่าเจ้าตัวคงเคยชินกับการอ้อล้อสาวสวยด้วยการวางท่าเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักกระมัง

"เปล่าค่ะ นัดเพื่อนไว้ข้างในน่ะ" อลินดาตอบพร้อมกับยิ้มตามมารยาท

"แล้วหนูคนนี้เป็นนักแข่งด้วยรึเปล่า สนใจมาเป็นนักแข่งในสังกัดเฮียไหม พรุ่งนี้หนูลินเขาจะมาคุยกับเฮีย หนูก็มาด้วยกันเลยสิ"

สายตาของเฮียไช้ที่มองยูมิดูแพรวพราวจนคนถูกมองหันไปสบตากับเพื่อนพร้อมกับคล้องแขนอีกฝ่ายไว้พลางฉีกยิ้มหวาน อลินดาจึงรับมุขเพื่อนทันที

"ไม่ใช่หรอกค่ะ ลินแข่งแค่คนเดียว นี่ยูมิแฟนลินเอง"

ทันทีที่อลินดาพูดจบ เฮียไช้ก็เบิกตากว้างพร้อมกับชี้ทางพวกตน ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่พูดไม่ออก ได้แต่ทำปากพะงาบ ๆ ราวกับปลาขาดน้ำจนยูมิเกือบหลุดหัวเราะออกมา

"ตัวเอง รีบเข้าไปกันเถอะ ป่านนี้พวกนั้นรอแย่แล้ว"

ยูมิพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางเขย่าแขนเพื่อนเบา ๆ อลินดาจึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนหันไปกล่าวลาผู้ชายตรงหน้า

"ลินกับแฟนเข้าไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะเฮีย"

เธอยกมือไหว้เขาแล้วเดินจากมาทันทีโดยไม่รอให้เขาพยักหน้าตอบ เมื่อเดินมาจนถึงทางเข้าสถานบันเทิงยูมิจึงพูดขึ้นว่า

"ถ้าหนุ่มหล่อข้างห้องเรียกว่าขี้หลี แล้วไอ้ตี๋หน้าหม้อนี่เรียกอะไรวะ เป็นกูนะ กูขอเลือกหนุ่มเฟอร์รารี่ดีกว่า"

ได้ยินเพื่อนพูดถึงปกเกล้า อลินดาก็เบะปากขึ้นทันทีแล้วพูดว่า

"แต่กูยอมขึ้นคานตลอดชีวิตถ้าต้องเจอผู้ชายพรรค์นี้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป