บทที่ 16 บทที่ 4 ผู้ชายร้าย ๆ - 75% -
เฮียไช้หัวคิ้วกระตุกไปเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยังฝืนแสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมา
"อ้อ มิน่าล่ะหนูลินถึงปฏิเสธท่าเดียว ที่แท้ก็เพราะผู้ปกครองไม่อนุญาตนี่เอง"
อลินดาคร้านจะสนใจกับการคุยกันระหว่างผู้ชายทั้งสองคนเพราะเวลานี้เธอเป็นห่วงยูมิมากกว่าจึงหันไปบอกปกเกล้าว่า
"ฉันจะไปหายูมิ"
"ไปด้วยกัน...ไปก่อนนะเฮียไช้ แล้วเจอกัน"
ชายหนุ่มพยักหน้าให้เฮียไช้ก่อนจะเดินโอบเอวของอลินดาเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับมามองอีก จึงไม่เห็นว่าตอนนี้สีหน้าของเฮียไช้นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธ และรู้สึกเสียหน้าที่ปกเกล้าทำเหมือนไม่เห็นตนอยู่ในสายตาทั้งที่อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าหลายปี
"สักวันเถอะมึง กูจะให้มึงกราบตีนกูเพื่อร้องขอชีวิตให้ได้ ไอ้ปก!"
"ปล่อยได้แล้ว" ไม่พูดเปล่า แต่อลินดายังปัดมือของปกเกล้าออกจากเอวของตัวเองอย่างแรง ครั้นพอชายหนุ่มเห็นมือของตัวเองแล้วก็ทำทีเป็นร้องเสียงหลง
"โห! นี่เล่นถึงกับเลือดตกยางออกเลยหรือเนี่ย ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ ไอ้เรารึอุตส่าห์หวังดีให้รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกา แล้วคุณตอบแทนผมด้วยการจิกจนเนื้อเกือบหลุดเนี่ยนะ"
"ฉันไม่ต่อยคุณต่อหน้าคนเยอะแยะก็ดีเท่าไรแล้ว" เธอพูดไปเดินไปจนกระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่ดังมาจากห้องน้ำจึงเปลี่ยนเป็นวิ่งทันทีโดยมีปกเกล้าวิ่งตามไปติด ๆ
ตามความคิดของปกเกล้า เขานึกว่าจะได้เห็นภาพของยูมิ หญิงสาวหน้าตาน่ารักบ้องแบ๊วกำลังโดนรุมทำร้ายอยู่ในห้องน้ำ ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับตาลปัตรไปจากความคิดของเขาโดยสิ้นเชิงเพราะสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเขาคือมีผู้หญิงสองคนนอนหมดสภาพอยู่กับพื้น ส่วนผู้หญิงที่กำลังกรีดร้องนั้นกำลังนอนคว่ำกับพื้นโดยมียูมิยืนใช้เท้าเหยียบหน้าเอาไว้พร้อมกับจับสองแขนของอีกฝ่ายมาไว้ด้านหลัง ซึ่งผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือรุ้งลาวัลย์ ภรรยาของเฮียไช้
"ยูมิ!" อลินดาเรียกเพื่อนเสียงเข้มเป็นเชิงปราม เมื่อเห็นยูมิหันมามองตน เธอจึงส่ายหน้าเพื่อบอกให้อีกฝ่ายหยุดมือเสียแล้วพูดว่า
"พอได้แล้ว รีบไปกันเถอะ"
เสียงร้องกรี๊ดของคนที่ถูกยูมิเหยียบหน้าจนแนบไปกับพื้นทำให้อลินดาเกรงว่าจะเรียกให้คนอื่นแห่กันมาที่นี่แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ โชคดีที่วันนี้เป็นการจัดแข่งภายใน คนที่มาดูการแข่งขันจึงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
ปกเกล้าเดินออกไปยืนกอดอกรอด้านนอก เขาเห็นบรรดาช่างเทคนิคที่มาคอยดูแลรถแข่งต่างพากันหันมองมาทางนี้อย่างสนใจจึงรีบโบกมือให้พวกนั้น
"ไม่มีอะไรครับ แค่สาว ๆ ตบแย่งลิปสติกกันน่ะ"
ทันทีที่เขาพูดจบ อลินดากับยูมิก็เดินพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำพอดี ปกเกล้าหันกลับไปมองแล้วพูดกับอลินดาเบา ๆ ว่า
"รีบพาเพื่อนกลับไปก่อน เดี๋ยวผมตามไปคุยด้วยที่เกสต์เฮ้าส์"
อลินดาไม่พูดอะไร แต่ยูมิกลับยิ้มร่าพร้อมกับโบกมือให้ปกเกล้า
"See you นะคะ"
ชายหนุ่มเดินตามหลังหญิงสาวทั้งสองคนไปห่าง ๆ จนกระทั่งเห็นว่าทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปแล้วจึงค่อยวางใจ ก่อนจะยิ้มอ่อนพร้อมกับส่ายหน้าไปมาช้า ๆ
"สองสาวนี่เข้าใจจับคู่กันดีจริง"
อีกคนนิ่งเฉยจนแทบเดาความคิดไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่อีกคนกลับเปรี้ยวซ่าก๋ากั่น กล้าลงมือทั้งที่รู้เต็มอกว่ารอบตัวมีแต่คนของฝ่ายตรงข้ามเต็มไปหมด สรุปแล้วร้ายกาจพอกันทั้งคู่
แต่ผู้หญิงแบบอลินดาช่างถูกใจเขาเสียจริง!
ตอนถูกเขาโอบแล้วพูดว่าเธอเป็นแฟนเขา เธอไม่โวยวายแก้ไขความเข้าใจผิด แต่ในใจนั้นคงกำลังคิดหาวิธีเช็คบิลเขาอยู่เงียบ ๆ เป็นแน่ เธอยอมให้เฮียไช้กับคนอื่นเข้าใจว่าเขากับเธอกำลังคบกันนั่นก็เพราะหญิงสาวเข้าใจสถานการณ์ที่ตนกำลังเผชิญอยู่ เธอรู้ว่าเขากำลังช่วยให้หลุดพ้นจากผู้ชายอย่างเฮียไช้ และเธอก็น่าจะเดาได้ว่าเฮียไช้ไม่กล้างัดข้อกับเขา หญิงสาวจึงได้แต่นิ่งเฉยประเมินเรื่องราวต่าง ๆ อยู่เงียบ ๆ
แต่อลินดาคงไม่รู้หรอกว่าที่เขาจงใจพูดว่าเธอเป็นแฟนเขาไม่ใช่แค่ต้องการกันให้พ้นจากเฮียไช้อย่างเดียว แต่เพราะเขาต้องการให้ผู้ชายคนอื่นที่สนใจเธอรับรู้ไว้ด้วยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา
ปกเกล้าเดินไปขึ้นรถของตนแล้วขับออกไป ป่านนี้รุ้งลาวัลย์คงไปโวยวายฟ้องเฮียไช้เรียบร้อยแล้วว่าถูกสองสาวทำร้าย และเขาก็เชื่อว่าเฮียไช้คงไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเพราะการที่ภรรยาของตนไปตบตีกับคนอื่นนั้นไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งแรก
ทีนี้ก็เหลือแค่ว่าทำอย่างไรถึงจะได้เบอร์ของอลินดามาสักที...บางทียูมิอาจช่วยได้
สองสาวแวะไปรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้แข่งของอลินดาซึ่งฝากไว้ที่อู่เพื่อนรุ่นพี่ของกฤษณะให้ช่วยดูแลโดยตั้งใจไว้ว่าจะให้ยูมิเป็นคนขับกลับไปที่ลอยชายเกสต์เฮ้าส์ แต่พอไปถึงเจ้าของอู่อย่างทศพลกลับไม่อยู่ มีแต่นิสรา ภรรยาของเขากับลูกน้องเจ็ดแปดคนเท่านั้น อลินดาจึงเดินไปเคาะห้องกระจกแล้วเปิดประตูเข้าไป
"พี่ทศไม่อยู่หรือพี่นิด"
อีกฝ่ายได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ในมือ
"อ้าวไอ้ลิน ทศมันไปดูรถให้ลูกค้าน่ะไม่รู้จะกลับกี่โมง รีบรึเปล่าล่ะ"
"ลินจะมาเอารถน่ะ ว่าจะเอาไปเก็บไว้ที่เกสต์เฮ้าส์ดีกว่า เอาไว้ที่นี่ก็เกรงใจพวกพี่" หญิงสาวนั่งบนโซฟาตัวยาวที่มีไว้สำหรับลูกค้ามานั่งรอรถที่กำลังซ่อม
"แล้วแกจะขี่กลับไปยังไง หรือว่าตอนมาไม่ได้ขี่ดูคาติมาด้วย" นิสราถามพลางมองไปนอกห้อง
"ให้ยูมิขับกลับน่ะ แล้วนี่มันไปไหนอีกเนี่ยนึกว่าเดินตามกันเข้ามาซะอีก"
อลินดาตอบพร้อมกับมองหาเพื่อนไปด้วยเพราะเมื่อครู่ยังเดินตามกันมาติด ๆ นิศราได้ยินจึงหัวเราะพลางชี้ไปที่ลูกค้าคนหนึ่งของร้านที่นั่งรออยู่ด้านนอกแล้วพูดว่า
"โน่น...ไปตกเหยื่ออยู่ตรงนั้นนั้นไง แหม...นังคนนี้มันเห็นทอมหน้าตาดีหน่อยไม่ได้เลยจริง ๆ เรดาร์นี่สั่นพึบพั่บ เจ๊ไม่เข้าใจนังยูมิมันเลยว่ะลิน หน้าตามันก็ดีนะเว้ย มันเดินไปไหนแต่ละทีผู้ชายนี่มองตาเป็นมันแล้วทำไมมันไม่ชอบผู้ชายวะ แกก็อีกคน หนุ่ม ๆ เข้าคิวรอจีบแถวยาวไปถึงกรุงเทพฯ แล้วมั้งแต่ดันไม่สนใจ"
พูดจบก็มองอลินดาตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าแล้วถอนหายใจด้วยความเสียดาย ก่อนจะเลียบเคียงถามบางเรื่อง
"ถ้าแกไม่ชอบผู้ชายแล้วชอบผู้หญิงรึเปล่าวะไอ้ลิน เจ๊หมายถึงสาว ๆ น่ะไม่ใช่ทอมนะ" เมื่อเห็นอลินดาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย นิสราจึงโบกมือไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรเพราะตนจะพูดต่อ
"ที่ถามเนี่ยไม่ใช่อะไรหรอก แต่นังแอนหลานเจ๊น่ะมันชอบแกมากเลยนะไอ้ลิน เจอหน้าเจ๊ทีไรก็เอาแต่ถามอยู่นั่นว่าพี่ลินมารึยัง มาตื๊อขอเบอร์ขอไลน์แกหลายรอบแล้วแต่เจ๊ไม่ได้ให้ไป"
อลินดาหัวเราะเบา ๆ แล้วครุ่นคิดอยู่หนึ่ง เมื่อตัดสินใจได้จึงบอกไปว่า
"ลินไม่ใช่เลสเบี้ยนนะพี่ ไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกันสักหน่อย ส่วนผู้ชายก็ยังไม่เจอดี ๆ สักคน ลินเพิ่งจะยี่สิบห้ายี่สิบหกเองนะพี่นิด ยังไม่อยากมีแฟนตอนนี้หรอก ส่วนเรื่องเบอร์กับไลน์ก็ไม่ต้องให้น้องแอนไปหรอก เดี๋ยวน้องเขาจะคิดว่าลินให้ความหวัง"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้หญิงด้วยกันมาชอบ เมื่อครั้งที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย อลินดาก็เคยมีรุ่นน้องสาว ๆ มาตามชอบตามกรี๊ดอยู่เหมือนกัน
"อืม เจ๊ก็คิดอยู่ว่าแกคงไม่ได้ชอบผู้หญิงเหมือนกันหรอก อ้าว! ว่าไงยะแม่คุณ แหม...มาถึงแทนที่จะมาทักทายกันก่อน ดันวิ่งโร่ไปหย่อนเบ็ดซะงั้น ความแรดแกนี่มันคงเส้นคงวาดีจริง ๆ นังยูมิ"
นิสราโล้งเล้งเสียงดังใส่คนที่เข้ามาใหม่อย่างยูมิ ซึ่งอีกฝ่ายก็เดินเชิดหน้าแอ่นอกเข้ามานั่งไขว่ห้างข้างอลินดาแล้วทำท่ากระมิดกระเมี้ยนอย่างน่าหมั่นไส้
"แหมเจ๊ขา หนูเพิ่งเลิกกับแฟนมาเองนะ ช่วงนี้หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวเลยอยากหาคนมาดามใจเป็นธรรมดา"
